ผมเพิ่งเข้าใจเอาตอนที่ตัวเองโตขึ้นว่าคนสองคนไม่จำเป็นต้องทะเลาะกัน ไม่จำเป็นต้องมีใครทำผิด หรือมีเหตุผลใหญ่โตอะไร
ถึงจะเดินออกจากชีวิตกันได้ บางความสัมพันธ์มันค่อยๆ เปลี่ยนไปแบบที่เราแทบไม่ทันสังเกต
จากที่เคยคุยกันทุกวันกลายเป็นนานๆ ครั้ง จากเรื่องที่เคยเล่าให้กันฟังทุกอย่างกลายเป็นเรื่องที่เลือกจะเก็บไว้กับตัวเองมากขึ้น
ตอนแรกผมพยายามหาคำตอบว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนที่เคยสนิทกันมากถึงกลายเป็นคนแปลกหน้าได้ขนาดนี้
แต่สุดท้ายก็พบว่าบางอย่างไม่จำเป็นต้องมีคำตอบที่ชัดเจนเสมอไป คนเราโตขึ้น
ความคิดเปลี่ยน งานเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน และสิ่งที่เคยเข้ากันได้ดีในวันนั้นอาจไม่เหมาะกับชีวิตของเราในวันนี้แล้ว
ผมเคยเสียดายเวลาที่ผ่านมามาก เพราะรู้สึกเหมือนสิ่งดีๆ ที่เคยมีมันถูกทิ้งไปเฉยๆ แต่พอมองกลับไปจริงๆ มันไม่ได้ถูกทิ้งเลย
อย่างน้อยช่วงเวลานั้นก็เคยมีความหมายกับชีวิตเรา เคยทำให้เราหัวเราะ เคยช่วยเราในวันที่แย่ และเคยเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่ดีจนถึงทุกวันนี้
เพียงแค่เราไม่สามารถเอาความทรงจำเหล่านั้นมาใช้เป็นเหตุผลให้คนสองคนต้องอยู่ด้วยกันตลอดไปได้
ผมเลยเริ่มสบายใจกับการที่บางคนหายออกไปจากชีวิตมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าไม่รู้สึกอะไร
แต่หมายถึงเราไม่จำเป็นต้องวิ่งตามทุกอย่างที่กำลังจะจากไป
บางครั้งการปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติกลับเป็นการให้เกียรติทั้งตัวเราและอีกฝ่ายมากที่สุด
และถ้าวันไหนบังเอิญได้กลับมาเจอกันอีก ผมก็อยากให้เรายังสามารถยิ้มให้กันได้โดยไม่ต้องนึกเสียดายว่าเรื่องทั้งหมดมันจบลงอย่างไร
เพราะอย่างน้อยครั้งหนึ่งเราก็เคยเป็นคนสำคัญในชีวิตของกันและกันจริงๆ
โตขึ้นถึงรู้ว่าบางความสัมพันธ์ไม่จำเป็นต้องมีตอนจบที่เกลียดกัน
ถึงจะเดินออกจากชีวิตกันได้ บางความสัมพันธ์มันค่อยๆ เปลี่ยนไปแบบที่เราแทบไม่ทันสังเกต
จากที่เคยคุยกันทุกวันกลายเป็นนานๆ ครั้ง จากเรื่องที่เคยเล่าให้กันฟังทุกอย่างกลายเป็นเรื่องที่เลือกจะเก็บไว้กับตัวเองมากขึ้น
ตอนแรกผมพยายามหาคำตอบว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนที่เคยสนิทกันมากถึงกลายเป็นคนแปลกหน้าได้ขนาดนี้
แต่สุดท้ายก็พบว่าบางอย่างไม่จำเป็นต้องมีคำตอบที่ชัดเจนเสมอไป คนเราโตขึ้น
ความคิดเปลี่ยน งานเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน และสิ่งที่เคยเข้ากันได้ดีในวันนั้นอาจไม่เหมาะกับชีวิตของเราในวันนี้แล้ว
ผมเคยเสียดายเวลาที่ผ่านมามาก เพราะรู้สึกเหมือนสิ่งดีๆ ที่เคยมีมันถูกทิ้งไปเฉยๆ แต่พอมองกลับไปจริงๆ มันไม่ได้ถูกทิ้งเลย
อย่างน้อยช่วงเวลานั้นก็เคยมีความหมายกับชีวิตเรา เคยทำให้เราหัวเราะ เคยช่วยเราในวันที่แย่ และเคยเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่ดีจนถึงทุกวันนี้
เพียงแค่เราไม่สามารถเอาความทรงจำเหล่านั้นมาใช้เป็นเหตุผลให้คนสองคนต้องอยู่ด้วยกันตลอดไปได้
ผมเลยเริ่มสบายใจกับการที่บางคนหายออกไปจากชีวิตมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าไม่รู้สึกอะไร
แต่หมายถึงเราไม่จำเป็นต้องวิ่งตามทุกอย่างที่กำลังจะจากไป
บางครั้งการปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติกลับเป็นการให้เกียรติทั้งตัวเราและอีกฝ่ายมากที่สุด
และถ้าวันไหนบังเอิญได้กลับมาเจอกันอีก ผมก็อยากให้เรายังสามารถยิ้มให้กันได้โดยไม่ต้องนึกเสียดายว่าเรื่องทั้งหมดมันจบลงอย่างไร
เพราะอย่างน้อยครั้งหนึ่งเราก็เคยเป็นคนสำคัญในชีวิตของกันและกันจริงๆ