บริษัทในสหรัฐทดลองใช้ AI เป็น #หัวหน้า ล่าสุดเพิ่งไล่พนักงานออก 1 คน เพราะลางานบ่อย!
.
AI Boss อาจไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด เพราะบริษัทแห่งหนึ่งในซานฟรานซิสโก มีการทดลองให้ AI ชื่อ Luna มาเป็น "หัวหน้างาน" ดูแลพนักงานที่เป็นมนุษย์ ทำหน้าที่บริหารร้านค้า จ้างพนักงาน จัดตารางงาน ไปจนถึงตรวจสอบการเข้างาน และที่ชวนให้รู้สึกช็อกก็คือ Luna แนะนำให้ไล่พนักงานคนหนึ่งออก เพราะเขามาทำงานสายถึง 17 ครั้งจากกะการทำงานทั้งหมด 23 กะ
.
เหตุการณ์นี้ดูเหมือน AI ทำหน้าที่ได้ดี แต่ความจริงเบื้องหลังเรื่องนี้ AI ไม่ได้ตัดสินใจเองทั้งหมด เพราะสุดท้ายยังมีมนุษย์เข้ามาป้อนข้อมูล ตั้งคำถาม และอนุมัติการตัดสินใจอยู่ เรื่องนี้จึงนำไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่าเดิมว่า ถ้า AI ตัดสินใจผิด ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ?
.
เพราะการเป็นเจ้านายไม่ได้มีแค่การเช็กว่าใครมาทำงานตรงเวลา แต่ยังต้องเข้าใจว่า เหตุผลของการลางานนั้นเกิดจากอะไร เช่น พนักงานอาจกำลังป่วย ต้องดูแลครอบครัว หรือกำลังเผชิญปัญหาบางอย่างที่ระบบมองไม่เห็น
.
ที่น่าสนใจคือ พนักงานคนหนึ่งของร้านกลับบอกว่า การถูก AI บริหารนั้น “น่าคลื่นไส้” แต่เขายังต้องทำงานที่นี่ต่อไป เพราะเขาต้องการรายได้ ประโยคสั้น ๆ นี้สะท้อนว่าปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ AI ฉลาดแค่ไหน แต่อยู่ที่อำนาจของคนทำงานกำลังเปลี่ยนไป
.
และการเปลี่ยนแปลงนี้กำลังมาเร็วกว่าที่หลายองค์กรพร้อมรับมือ Deloitte พบว่า 43% ของผู้นำองค์กรคาดว่า AI Agent จะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อตำแหน่งงานในระดับมากถึงรุนแรงภายใน 12–18 เดือนข้างหน้า แต่มีเพียง 5% ที่มองว่าองค์กรของตัวเองพร้อมแล้ว
.
เราอาจกำลังเข้าสู่ยุคที่ AI ไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยหรือเพื่อนร่วมงาน แต่เริ่มมีอำนาจในการจ้างงาน ประเมินผลงาน ลงโทษ และเสนอให้เลิกจ้างคน นำมาซึ่งคำถามที่ว่า...ถ้าวันหนึ่ง AI กลายเป็นเจ้านายของเรา แล้วมันตัดสินใจผิดพลาด ใครจะเป็นคนรับผิดชอบความผิดพลาดนั้น?
.
.
อ่านต่อ:
https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/1251305
.
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจLifestyle
🤖 บริษัทในสหรัฐทดลองใช้ AI เป็น #หัวหน้า ล่าสุดเพิ่งไล่พนักงานออก 1 คน เพราะลางานบ่อย!
.
AI Boss อาจไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด เพราะบริษัทแห่งหนึ่งในซานฟรานซิสโก มีการทดลองให้ AI ชื่อ Luna มาเป็น "หัวหน้างาน" ดูแลพนักงานที่เป็นมนุษย์ ทำหน้าที่บริหารร้านค้า จ้างพนักงาน จัดตารางงาน ไปจนถึงตรวจสอบการเข้างาน และที่ชวนให้รู้สึกช็อกก็คือ Luna แนะนำให้ไล่พนักงานคนหนึ่งออก เพราะเขามาทำงานสายถึง 17 ครั้งจากกะการทำงานทั้งหมด 23 กะ
.
เหตุการณ์นี้ดูเหมือน AI ทำหน้าที่ได้ดี แต่ความจริงเบื้องหลังเรื่องนี้ AI ไม่ได้ตัดสินใจเองทั้งหมด เพราะสุดท้ายยังมีมนุษย์เข้ามาป้อนข้อมูล ตั้งคำถาม และอนุมัติการตัดสินใจอยู่ เรื่องนี้จึงนำไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่าเดิมว่า ถ้า AI ตัดสินใจผิด ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ?
.
เพราะการเป็นเจ้านายไม่ได้มีแค่การเช็กว่าใครมาทำงานตรงเวลา แต่ยังต้องเข้าใจว่า เหตุผลของการลางานนั้นเกิดจากอะไร เช่น พนักงานอาจกำลังป่วย ต้องดูแลครอบครัว หรือกำลังเผชิญปัญหาบางอย่างที่ระบบมองไม่เห็น
.
ที่น่าสนใจคือ พนักงานคนหนึ่งของร้านกลับบอกว่า การถูก AI บริหารนั้น “น่าคลื่นไส้” แต่เขายังต้องทำงานที่นี่ต่อไป เพราะเขาต้องการรายได้ ประโยคสั้น ๆ นี้สะท้อนว่าปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ AI ฉลาดแค่ไหน แต่อยู่ที่อำนาจของคนทำงานกำลังเปลี่ยนไป
.
และการเปลี่ยนแปลงนี้กำลังมาเร็วกว่าที่หลายองค์กรพร้อมรับมือ Deloitte พบว่า 43% ของผู้นำองค์กรคาดว่า AI Agent จะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อตำแหน่งงานในระดับมากถึงรุนแรงภายใน 12–18 เดือนข้างหน้า แต่มีเพียง 5% ที่มองว่าองค์กรของตัวเองพร้อมแล้ว
.
เราอาจกำลังเข้าสู่ยุคที่ AI ไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยหรือเพื่อนร่วมงาน แต่เริ่มมีอำนาจในการจ้างงาน ประเมินผลงาน ลงโทษ และเสนอให้เลิกจ้างคน นำมาซึ่งคำถามที่ว่า...ถ้าวันหนึ่ง AI กลายเป็นเจ้านายของเรา แล้วมันตัดสินใจผิดพลาด ใครจะเป็นคนรับผิดชอบความผิดพลาดนั้น?
.
.
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/1251305
.
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจLifestyle