บทความจาก Tatler Asia เรื่อง "From BTS to solo stardom: how Jungkook built his multi-million dollar fortune"
จากวง BTS สู่ดาวเดี่ยว: จองกุก สร้างความมั่งคั่งระดับหลายสิบล้านดอลลาร์ได้อย่างไร
ยอดขายอัลบั้มเดี่ยวที่เป็นประวัติการณ์ สัญญาแคมเปญระดับโลก ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ในย่านอิแทวอน ทรัพย์สินทางธุรกิจของ จอน จองกุก ขยายไปไกลเกินกว่าขอบเขตของป็อบสตาร์ทั่วไป นี่คือเจาะลึกเบื้องหลังว่าสมาชิกวง BTS คนนี้สร้างและจัดสรรทรัพย์สินมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ของเขาอย่างไร
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของจองกุกอยู่ที่เท่าไร?
การประเมินมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของจองกุกโดยทั่วไปอยู่ในช่วง 35 ล้าน ถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,200 – 1,750 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม
มีการประเมินในระดับสูงจากบางแห่งที่คาดว่ามูลค่าอาจสูงถึงประมาณ 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,800 ล้านบาท) เมื่อนับรวมหุ้นในบริษัทและลิขสิทธิ์ทางดนตรี
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการประเมินของอุตสาหกรรม ไม่ใช่การเปิดเผยตัวเลขทางการเงินอย่างเป็นทางการ เนื่องจากทรัพย์สินและรายได้ส่วนตัวของจองกุกไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ
1. การสร้างความมั่งคั่งร่วมกับ BTS และหุ้น HYBE
ผลงานในนามวง BTS ถือเป็นรากฐานสำคัญของความมั่งคั่ง โดย BTS สามารถสร้างรายได้รวมหลายร้อยล้านดอลลาร์ผ่านคอนเสิร์ตทัวร์รอบโลกที่บัตรขายหมดเกลี้ยง ยอดขายอัลบั้มแบบแผ่น และการจำหน่ายสินค้าออฟฟิเชียลทั่วโลก
นอกจากนี้ ก่อนที่บริษัท HYBE จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ ประธานบังชีฮยอก (Bang Si-hyuk) ได้มอบหุ้นจำนวนเท่าๆ กันให้แก่สมาชิกทั้ง 7 คน ส่งผลให้จองกุกถือหุ้นโดยตรงในบริษัทแม่อีกด้วย
2. ความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยวและค่าลิขสิทธิ์
การเปิดตัวอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกอย่าง Golden ได้ยกระดับศักยภาพในการทำรายได้ส่วนตัวของจองกุกอย่างมหาศาล โดยสร้างความสำเร็จระดับอินเตอร์ผ่านเพลงฮิตอย่าง Seven และ 3D ซึ่งทำลายสถิติยอดสตรีมมิ่งบนแพลตฟอร์มอย่าง Spotify และ Apple Music รายได้จากการสตรีม ค่าธรรมเนียมการแสดง และค่าลิขสิทธิ์จากการเผยแพร่ผลงาน กลายเป็นรายได้รายปีส่วนตัวที่สำคัญนอกเหนือจากส่วนแบ่งผลประโยชน์ของวง
3. สัญญาฝั่งแฟชั่นและการสร้างอิทธิพลระดับโลก
การเป็นสปอนเซอร์และพรีเซนเตอร์ร่วมกับแบรนด์ต่างๆ เป็นอีกหนึ่งช่องทางรายได้หลัก โดยจองกุกรับหน้าที่เป็น Global Brand Ambassador ให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง Calvin Klein และได้นำเสนอแคมเปญการตลาดโดดเด่นในเมืองใหญ่ทั่วโลก สัญญาแฟชั่นระดับสูงในลักษณะนี้มักมาพร้อมกับการรับประกันรายได้มูลค่าหลายล้านดอลลาร์
4. การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรู
การกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์สะท้อนถึงกลยุทธ์การลงทุนในย่านที่อยู่อาศัยมูลค่าสูงทั่วโซล สินทรัพย์ชิ้นสำคัญในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ของเขาคือ บ้านเดี่ยวในย่านหรูหราอย่างอิแทวอน (Itaewon-dong) ซึ่งซื้อมาในราคาประมาณ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.63 พันล้านวอน) ตั้งอยู่ในย่านที่เป็นที่รู้จักดีว่าเป็นพักของเหล่านักการทูตต่างประเทศและผู้บริหารระดับสูง
นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวทางอสังหาริมทรัพย์ของเขายังแสดงถึงการโอนสินทรัพย์ส่วนตัวมูลค่าสูง โดยในย่านยงซาน (Yongsan-gu) เขาได้ซื้อห้องชุดหรูในโครงการ Yongsan City Park ก่อนจะทำการโอนกรรมสิทธิ์บ้านมูลค่าหลายล้านดอลลาร์นี้ให้เป็นของขวัญแก่พี่ชายของเขาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ก่อนหน้านั้น เขาเคยถือครองห้องชุดหรูในโครงการชื่อดังอย่าง Seoul Forest Trimage ในย่านซองดง (Seongdong-gu) ซึ่งต่อมาเขาได้ทำการขายเปลี่ยนเป็นเงินสดหลังจากถือครองได้ 2 ปี เพื่อนำทุนไปบริหารจัดการในการซื้อที่ดินและสร้างบ้านพักอาศัย
การคาดการณ์ในระยะยาวชี้ว่า ความมั่งคั่งทางการเงินของจองกุกจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรากฐานมาจากกระแสรายได้ค่าลิขสิทธิ์ สัญญาแบรนด์แอมบาสเดอร์ฝั่งแฟชั่น และโปรเจกต์การแสดงสดในอนาคต
Tatler Asia ระบุว่าการประเมินมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ BTS Jungkook สูงถึง 2,800 ล้านบาท (80 ล้านดอลล่าสหรัฐ)
จากวง BTS สู่ดาวเดี่ยว: จองกุก สร้างความมั่งคั่งระดับหลายสิบล้านดอลลาร์ได้อย่างไร
ยอดขายอัลบั้มเดี่ยวที่เป็นประวัติการณ์ สัญญาแคมเปญระดับโลก ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ในย่านอิแทวอน ทรัพย์สินทางธุรกิจของ จอน จองกุก ขยายไปไกลเกินกว่าขอบเขตของป็อบสตาร์ทั่วไป นี่คือเจาะลึกเบื้องหลังว่าสมาชิกวง BTS คนนี้สร้างและจัดสรรทรัพย์สินมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ของเขาอย่างไร
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของจองกุกอยู่ที่เท่าไร?
การประเมินมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของจองกุกโดยทั่วไปอยู่ในช่วง 35 ล้าน ถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,200 – 1,750 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม มีการประเมินในระดับสูงจากบางแห่งที่คาดว่ามูลค่าอาจสูงถึงประมาณ 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,800 ล้านบาท) เมื่อนับรวมหุ้นในบริษัทและลิขสิทธิ์ทางดนตรี
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการประเมินของอุตสาหกรรม ไม่ใช่การเปิดเผยตัวเลขทางการเงินอย่างเป็นทางการ เนื่องจากทรัพย์สินและรายได้ส่วนตัวของจองกุกไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ
1. การสร้างความมั่งคั่งร่วมกับ BTS และหุ้น HYBE
ผลงานในนามวง BTS ถือเป็นรากฐานสำคัญของความมั่งคั่ง โดย BTS สามารถสร้างรายได้รวมหลายร้อยล้านดอลลาร์ผ่านคอนเสิร์ตทัวร์รอบโลกที่บัตรขายหมดเกลี้ยง ยอดขายอัลบั้มแบบแผ่น และการจำหน่ายสินค้าออฟฟิเชียลทั่วโลก
นอกจากนี้ ก่อนที่บริษัท HYBE จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ ประธานบังชีฮยอก (Bang Si-hyuk) ได้มอบหุ้นจำนวนเท่าๆ กันให้แก่สมาชิกทั้ง 7 คน ส่งผลให้จองกุกถือหุ้นโดยตรงในบริษัทแม่อีกด้วย
2. ความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยวและค่าลิขสิทธิ์
การเปิดตัวอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกอย่าง Golden ได้ยกระดับศักยภาพในการทำรายได้ส่วนตัวของจองกุกอย่างมหาศาล โดยสร้างความสำเร็จระดับอินเตอร์ผ่านเพลงฮิตอย่าง Seven และ 3D ซึ่งทำลายสถิติยอดสตรีมมิ่งบนแพลตฟอร์มอย่าง Spotify และ Apple Music รายได้จากการสตรีม ค่าธรรมเนียมการแสดง และค่าลิขสิทธิ์จากการเผยแพร่ผลงาน กลายเป็นรายได้รายปีส่วนตัวที่สำคัญนอกเหนือจากส่วนแบ่งผลประโยชน์ของวง
3. สัญญาฝั่งแฟชั่นและการสร้างอิทธิพลระดับโลก
การเป็นสปอนเซอร์และพรีเซนเตอร์ร่วมกับแบรนด์ต่างๆ เป็นอีกหนึ่งช่องทางรายได้หลัก โดยจองกุกรับหน้าที่เป็น Global Brand Ambassador ให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง Calvin Klein และได้นำเสนอแคมเปญการตลาดโดดเด่นในเมืองใหญ่ทั่วโลก สัญญาแฟชั่นระดับสูงในลักษณะนี้มักมาพร้อมกับการรับประกันรายได้มูลค่าหลายล้านดอลลาร์
4. การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรู
การกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์สะท้อนถึงกลยุทธ์การลงทุนในย่านที่อยู่อาศัยมูลค่าสูงทั่วโซล สินทรัพย์ชิ้นสำคัญในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ของเขาคือ บ้านเดี่ยวในย่านหรูหราอย่างอิแทวอน (Itaewon-dong) ซึ่งซื้อมาในราคาประมาณ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.63 พันล้านวอน) ตั้งอยู่ในย่านที่เป็นที่รู้จักดีว่าเป็นพักของเหล่านักการทูตต่างประเทศและผู้บริหารระดับสูง
นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวทางอสังหาริมทรัพย์ของเขายังแสดงถึงการโอนสินทรัพย์ส่วนตัวมูลค่าสูง โดยในย่านยงซาน (Yongsan-gu) เขาได้ซื้อห้องชุดหรูในโครงการ Yongsan City Park ก่อนจะทำการโอนกรรมสิทธิ์บ้านมูลค่าหลายล้านดอลลาร์นี้ให้เป็นของขวัญแก่พี่ชายของเขาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ก่อนหน้านั้น เขาเคยถือครองห้องชุดหรูในโครงการชื่อดังอย่าง Seoul Forest Trimage ในย่านซองดง (Seongdong-gu) ซึ่งต่อมาเขาได้ทำการขายเปลี่ยนเป็นเงินสดหลังจากถือครองได้ 2 ปี เพื่อนำทุนไปบริหารจัดการในการซื้อที่ดินและสร้างบ้านพักอาศัย
การคาดการณ์ในระยะยาวชี้ว่า ความมั่งคั่งทางการเงินของจองกุกจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรากฐานมาจากกระแสรายได้ค่าลิขสิทธิ์ สัญญาแบรนด์แอมบาสเดอร์ฝั่งแฟชั่น และโปรเจกต์การแสดงสดในอนาคต