เรื่องราวมีอยู่ว่า
**
วันที่5 กรกฎาคม 2569
นายจ้างขอคุยกับพนักงาน 2 คน ที่ทำงานเกี่ยวกับ สินค้าหมวด B (เป็นหจก. มีสินค้า 2 หมวดคือ A กับ B) พูดเกี่ยวกับการจ้างงานว่า จะจ้างพนง. เดือนนี้เป็นเดือนสุดท้ายแล้ว และในระหว่างนี้ ให้ พนง.ทั้ง2คนนี้สามารถหางานใหม่ได้เลย ถ้าได้งานแล้ว ให้มาบอกเค้า เหตุผลเพราะว่า สินค้าหมวด B ไปไม่ไหว ยอดขายแต่ละเดือนแค่พอจ่ายค่าแรง และก็ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็เกือบหมดแล้ว บางเดือนขาดทุน ต้องเอาเงินส่วนตัวมาหมุน พนง.2คน มีการขอให้ออกหนังสือเลิกจ้างให้ เพราะจะเอาไปยื่นว่างงานที่ ปกสค.ได้ นายจ้างบอกว่า ไม่สามารถออกหนังสือเลิกจ้างให้ได้ เพราะ สินค้าหมวด A ยังทำกำไรได้อยู่ จากนั้น พนง.ขอให้นายจ้างจ่ายเงินชดเชยมา นายจ้างบอกว่า จะชดเชยให้ 9000 บาท จำนวน3 เดือน วันนั้น พนง.2คน ตกลง
**
วันที่6กรกฎาคม2569
ก่อนเลิกงาน นายจ้างมาบอกกับลูกจ้างว่า นายจ้างให้สนง.บัญชี แจ้งลาออกจากประกันสังคมให้ลูกจ้างแล้ว วันที่30มิถุนายน2569
**
วันที่7 กรกฎาคม 2569
พนง.ก. ขอคุยกับนายจ้างใหม่อีกครั้งเกี่ยวกับประเด็นของเงินชดเชยเลิกจ้าง ช่วงเช้า ก่อเวลาเข้างาน พนง.ก.ส่งไลน์ส่วนตัวหานายจ้าง และส่งรายละเอียดที่เขียนแสดงถึงสิทธิทางกฎหมาย กรณีเลิกจ้าง ตอนนั้นนายจ้างส่งแชทกลับมาว่าเข้าร้านแล้วค่อยคุยรายละเอียดกันอีกครั้ง
ต่อมา ถึงเวลาเข้างาน พนง.ก. เสนอว่า ถ้าหากนายจ้างจะให้พนง. ลาออกจริงๆ ขอให้นายจ้างช่วยซัพพอร์ตเงินว่างงานในส่วนของเลิกจ้างให้ได้ไหม (นายจ้างบอกให้พนง.ลงว่างงานในประกันสังคมว่า ลาออกเอง ซึ่ง เงินว่างงานของการลาออกและเลิกจ้างยอดต่างกันประมาณ เกือบ2 หมื่น) แล้วจะลงลาออกให้ นายจ้างไม่ยอมจ่ายส่วนนี้ ซึ่ง พนง.ก็ไม่โอเค ตอนนี้นายจ้างยอมจ่ายเงิน 10000 โดยผ่อนจ่าย เป็นเวลา3เดือน และไม่ออกหนังสือสัญญาใดๆให้ พนง.ก.จึงขอเพิ่มอีก5000 จะจบ นายจ้างมีการขึ้นเสียงดัง บอกว่าตนไม่มีจ่ายให้ ตอนนี้ความรู้สึกของลูกจ้างก็ไม่ค่อยดีแล้ว หลังจากที่ตกลงยอดเงินกันไม่ได้ วันที่8-9ลูกจ้างไม่ได้ไปทำงาน โดยใช้สิทธิ วันหยุดประจำสัปดาห์ หลังจากนั้นตึงแจ้งกับนายจ้างว่า ตอนนี้มีงานค้างที่ร้านอยากให้เข้าไปช่วยไหม ถ้าไม่มี จะขอหยุดงานไปเลย นายจ้างแจ้งว่า ไม่มีแล้ว หลังจากวันที่9 ก็ไม่ได้ไปทำงานอีกเลย
*********
สอบถามค่ะ พี่ๆมองว่าเป็นการเลิกจ้าง หรือลาออกคะ
สอบถามค่ะ พี่ๆว่า เป็นการเลิกจ้าง หรือสมัครใจลาออก ข้อความยาวนิดนึงนะคะ
**
วันที่5 กรกฎาคม 2569
นายจ้างขอคุยกับพนักงาน 2 คน ที่ทำงานเกี่ยวกับ สินค้าหมวด B (เป็นหจก. มีสินค้า 2 หมวดคือ A กับ B) พูดเกี่ยวกับการจ้างงานว่า จะจ้างพนง. เดือนนี้เป็นเดือนสุดท้ายแล้ว และในระหว่างนี้ ให้ พนง.ทั้ง2คนนี้สามารถหางานใหม่ได้เลย ถ้าได้งานแล้ว ให้มาบอกเค้า เหตุผลเพราะว่า สินค้าหมวด B ไปไม่ไหว ยอดขายแต่ละเดือนแค่พอจ่ายค่าแรง และก็ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็เกือบหมดแล้ว บางเดือนขาดทุน ต้องเอาเงินส่วนตัวมาหมุน พนง.2คน มีการขอให้ออกหนังสือเลิกจ้างให้ เพราะจะเอาไปยื่นว่างงานที่ ปกสค.ได้ นายจ้างบอกว่า ไม่สามารถออกหนังสือเลิกจ้างให้ได้ เพราะ สินค้าหมวด A ยังทำกำไรได้อยู่ จากนั้น พนง.ขอให้นายจ้างจ่ายเงินชดเชยมา นายจ้างบอกว่า จะชดเชยให้ 9000 บาท จำนวน3 เดือน วันนั้น พนง.2คน ตกลง
**
วันที่6กรกฎาคม2569
ก่อนเลิกงาน นายจ้างมาบอกกับลูกจ้างว่า นายจ้างให้สนง.บัญชี แจ้งลาออกจากประกันสังคมให้ลูกจ้างแล้ว วันที่30มิถุนายน2569
**
วันที่7 กรกฎาคม 2569
พนง.ก. ขอคุยกับนายจ้างใหม่อีกครั้งเกี่ยวกับประเด็นของเงินชดเชยเลิกจ้าง ช่วงเช้า ก่อเวลาเข้างาน พนง.ก.ส่งไลน์ส่วนตัวหานายจ้าง และส่งรายละเอียดที่เขียนแสดงถึงสิทธิทางกฎหมาย กรณีเลิกจ้าง ตอนนั้นนายจ้างส่งแชทกลับมาว่าเข้าร้านแล้วค่อยคุยรายละเอียดกันอีกครั้ง
ต่อมา ถึงเวลาเข้างาน พนง.ก. เสนอว่า ถ้าหากนายจ้างจะให้พนง. ลาออกจริงๆ ขอให้นายจ้างช่วยซัพพอร์ตเงินว่างงานในส่วนของเลิกจ้างให้ได้ไหม (นายจ้างบอกให้พนง.ลงว่างงานในประกันสังคมว่า ลาออกเอง ซึ่ง เงินว่างงานของการลาออกและเลิกจ้างยอดต่างกันประมาณ เกือบ2 หมื่น) แล้วจะลงลาออกให้ นายจ้างไม่ยอมจ่ายส่วนนี้ ซึ่ง พนง.ก็ไม่โอเค ตอนนี้นายจ้างยอมจ่ายเงิน 10000 โดยผ่อนจ่าย เป็นเวลา3เดือน และไม่ออกหนังสือสัญญาใดๆให้ พนง.ก.จึงขอเพิ่มอีก5000 จะจบ นายจ้างมีการขึ้นเสียงดัง บอกว่าตนไม่มีจ่ายให้ ตอนนี้ความรู้สึกของลูกจ้างก็ไม่ค่อยดีแล้ว หลังจากที่ตกลงยอดเงินกันไม่ได้ วันที่8-9ลูกจ้างไม่ได้ไปทำงาน โดยใช้สิทธิ วันหยุดประจำสัปดาห์ หลังจากนั้นตึงแจ้งกับนายจ้างว่า ตอนนี้มีงานค้างที่ร้านอยากให้เข้าไปช่วยไหม ถ้าไม่มี จะขอหยุดงานไปเลย นายจ้างแจ้งว่า ไม่มีแล้ว หลังจากวันที่9 ก็ไม่ได้ไปทำงานอีกเลย
*********
สอบถามค่ะ พี่ๆมองว่าเป็นการเลิกจ้าง หรือลาออกคะ