📌 รีวิวก่อนใน 3 บรรทัดแรก:
แนวเกม: สืบสวน, non-linear, เกมที่เล่นด้วยหูล้วนๆ
จุดเด่น: กลไกเกมเพลย์ที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อนในชีวิต ให้เราเป็นนักสืบที่ "มองไม่เห็น" แต่ "ได้ยินทุกอย่าง"
เหมาะสำหรับ: คนที่ชอบไขปริศนาจริงจัง สายสืบสวนตัวยง ใจเย็น ไม่รีบ และพร้อมจะฟังซ้ำเป็นสิบรอบถ้าจำเป็น
🙏 สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคนนะครับ วันนี้ผมอยากมาเล่าถึงเกมนึงที่เล่นแล้วรู้สึกทึ่งกับความกล้าของทีมพัฒนาจริงๆ เพราะเป็นเกมสืบสวนที่ "ไม่มีอะไรให้ดู" มีแต่เสียงพูดคุยของตัวละครดังก้องอยู่ในหูตลอดทั้งเกม ฟังดูเพี้ยนใช่ไหมครับแต่พอเล่นจริงแล้วมันเวิร์กนะเอาจริง เกมที่ว่านี้คือ "Unheard - Voices of Crime" ครับ
🧑💻 ผู้พัฒนา:
NEXT Studios
สตูดิโอสัญชาติจีนในเครือ Tencent
Nick Zhang ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของเกมระบุว่าทีมงานต้องการสร้างผลงานที่เป็นเสมือนการคารวะต่อละครวิทยุ (Radio Drama) ในอดีต โดยเปลี่ยนจากการเล่าเรื่องด้วยภาพมาเป็นการใช้เสียงทั้งหมด
🗓️ วันวางจำหน่าย:
PC (Steam): 28 มีนาคม 2019
PS4, Xbox One และ Nintendo Switch: 21 มีนาคม 2023 ภายใต้ชื่อ "Unheard – Voices of Crime Edition"
😍
รีวิวสัมผัสแรก (First Impression):
บอกตรงๆ ว่าเปิดเกมมานี่ไม่ได้แปลกอะไรกับหน้าตาเกมเพลย์ถึงแม้จะไม่เคยเห็นเกมระบบนี้มาก่อนเพราะดูตัวอย่างเกมมาแล้ว 😜 หน้าจอที่เจอไม่ใช่ตัวละครสวยๆ ไม่ใช่ฉากสามมิติอะไรเลย มีแค่แผนผังสถานที่เกิดเหตุแบบมองจากมุมบน เป็นเส้นๆ ง่ายๆ แล้วก็มีจุดวงกลมเล็กๆ แทนตัวละครแต่ละคนเดินไปเดินมาอยู่ในฉาก สิ่งเดียวที่เราทำได้คือกดเลือกว่าจะไปยืนใกล้ใครเพื่อฟังว่าเขาคุยอะไรกัน ตอนแรกผมยังคิดในใจว่า "เอ๊ะ แค่นี้เองรึ?" แต่พอฟังไปสัก 5 นาทีเท่านั้นแหละครับ ผมรู้เลยว่าตัวเองคิดผิดสุดๆ เพราะบทสนทนามันเกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุดในเวลาเดียวกัน พลาดไปแค่ประโยคเดียวอาจทำให้งงไปทั้งเคสเลยก็ได้ ความรู้สึกตอนนั้นคือเหมือนตัวเองกลายเป็นสายลับที่แอบดักฟังจริงๆ
และที่สำคัญคือซับไตเติ้ลไม่มีนะครับเกมนี้ ฟังสดๆแต่เสียงพากย์ทำออกมาได้ดีไม่ได้มีปัญหาใดๆครับ
🎮 เกมเพลย์ (Gameplay):
หัวใจหลักของเกมนี้คือ "การฟัง" ล้วนๆเลยครับ ไม่มีการยิง ไม่มีการต่อสู้ ไม่มีปริศนาลากเส้นจับคู่แบบเกมทั่วไป สิ่งที่เราทำคือเดินสลับไปอยู่ใกล้ตัวละครแต่ละคนในฉากเกิดเหตุ เพื่อฟังว่าใครพูดอะไรกับใคร แล้วค่อยๆ ต่อจิ๊กซอว์เองในหัวว่าใครเป็นใคร ใครสนิทกับใคร ใครมีปมกับใคร และที่สำคัญที่สุดคือใครมีแรงจูงใจในการก่อเหตุ
เกมจะไม่บอกเราตรงๆเลยว่าใครคือฆาตกร ทุกอย่างต้องมาจากการวิเคราะห์ของเราเองทั้งหมด ตัวละครด่านหลังๆก็เยอะมาก แถมบางคนก็มีชื่อเล่นชื่อจริงปนกันอีก ที่เจ๋งคือเราสามารถย้อนกลับไปฟังบทสนทนาเดิมซ้ำได้เรื่อยๆ ไม่จำกัด เผื่อจับใจความไม่ทันหรืออยากฟังรายละเอียดเพิ่ม อันนี้ถือว่าเป็นมิตรกับผู้เล่นอยู่พอสมควร เพราะถ้าไม่มีฟีเจอร์นี้คงเล่นไม่รอดแน่ๆ
อีกจุดที่ชอบมากคือความรู้สึกตอนที่เราปะติดปะต่อทุกอย่างได้เองจนรู้ว่าใครคือคนร้าย มันให้ความสะใจแบบที่เกมสืบสวนทั่วไปให้ไม่ได้ครับ เพราะเรารู้สึกว่าเราคิดเองจริงๆ ไม่มีใครมาช่วยป้อนคำตอบให้เลยสักนิด
(โจทย์ประจำเคส)
📖 เนื้อเรื่อง (Story):
ตัวเกมแบ่งเป็นหลายคดีย่อยๆ ที่ดูเผินๆ เหมือนไม่เกี่ยวข้องกันเลยครับ มีตั้งแต่คดีฆาตกรรมในคฤหาสน์หรูหรา ไปจนถึงเรื่องราวลึกลับในวงการภาพยนตร์ที่ต้องสืบสวนกันในโรงแรม แต่ละคดีมีตัวละคร มีปมดราม่า และมีความลับของตัวเองแยกกันชัดเจน แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ หลายๆ คดี ผมเริ่มสังเกตเห็นว่ามีเส้นด้ายบางๆที่ร้อยทุกเรื่องเข้าด้วยกันอยู่ลึกๆครับ
(หน้าตาเกมเพลย์จากเวอร์ชั่น PC)
✅❌ ข้อดี & ข้อสังเกต:
✅
ไอเดียเกมเพลย์แปลกใหม่สุดๆ: กล้าใช้เสียงเป็นกลไกหลักทั้งเกม ไม่เคยเห็นเกมไหนทำแบบนี้มาก่อน
✅
ให้ความรู้สึกเป็นนักสืบตัวจริงแบบเต็มๆ: ต้องคิดเอง วิเคราะห์เอง ไม่มีใครมาป้อนคำตอบ
✅
ความยาวแต่ละคดีกำลังดี: เล่นจบเป็นช่วงๆ ได้ ไม่ต้องนั่งยาวทีเดียวก็ได้
✅
การพากย์เสียงตัวละครทำออกมาเป็นธรรมชาติ: ฟังแล้วแยกแยะแต่ละคนได้ไม่ยากจนเกินไป
✅
ฟีเจอร์ย้อนฟังบทสนทนาซ้ำได้ไม่จำกัด: ช่วยชีวิตคนวอกแวกและสมาธิสั้นอย่างผมได้อย่างดี 😂
❌
ช่วงแรกต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร: เพราะไม่คุ้นกับการเล่นเกมด้วยหูมาก่อนเลย
❌
บางคดีมีตัวละครและไทม์ไลน์ซับซ้อนมาก: ต้องฟังซ้ำหลายรอบกว่าจะปะติดปะต่อได้ครบ
❌
ข้อจำกัดด้านซับไตเติ้ลและภาษา: ถึงแม้จะเป็นระบบของเกมแต่ก็ถือว่าตัดผู้เล่นที่อ่อนภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ไม่มีในเกมออกค่อนข้างเยอะ
🎯
คะแนนภาพรวม: 7.5/10
"Unheard - Voices of Crime" เป็นเกมที่พิสูจน์ให้เห็นว่าไอเดียง่ายๆ แต่กล้าฉีกกรอบ สามารถกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำได้ยาวนานกว่าเกมงบสูงหลายๆ เกมเสียอีกครับ ถ้าใครกำลังมองหาเกมสืบสวนที่ท้าทายสมองหรืออยากฝึกภาษาไม่ใช่แค่กดตามลูกศรไปเรื่อยๆ เกมนี้ตอบโจทย์แบบจัดเต็มแน่นอน
อยากจะบอกว่าคนฟังอังกฤษไม่เก่งก็ใช่ว่าจะเล่นไม่ได้เลยนะ เนื่องจากเกมมีเสียงพวก จีน ญี่ปุ่นอยู่ ใครอยากฝึกภาษาพวกนี้หรืออยากลองวิชาเชิญจัดได้ตามอัธยาศัยเลยครับ ส่วนผมที่เล่นจบแล้วก็อยากจะบอกว่าตอนจบเกมก็หักมุมเอาเรื่องเลยแหละ ส่วน DLC ที่แจกฟรีผมยังไม่ได้ไปลองนะ อันที่วางขายก็ไม่ได้ซื้อด้วย
มีใครเคยเล่นบ้างไหมครับ สามารถมาเล่าสู่กันฟังได้นะถ้าจะสปอยล์รบกวนแทรกสปอยล์กินนิสนึงด้วยนะครับ วันนี้ผมขอยาดลาไปก่อนแล้วเจอกันกระทู้หน้าครับ
ลองมาดูกันดีฟ่าว่าตัวเกมเป็นยังไง คลิกด้านล่างได้เลย 😊
[CR] [รีวิวเกมอินดี้] "Unheard" เมื่อคุณต้องสืบคดีฆาตกรรมจาก "เสียง" โดยไม่มีภาพหลักฐาน!
แนวเกม: สืบสวน, non-linear, เกมที่เล่นด้วยหูล้วนๆ
จุดเด่น: กลไกเกมเพลย์ที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อนในชีวิต ให้เราเป็นนักสืบที่ "มองไม่เห็น" แต่ "ได้ยินทุกอย่าง"
เหมาะสำหรับ: คนที่ชอบไขปริศนาจริงจัง สายสืบสวนตัวยง ใจเย็น ไม่รีบ และพร้อมจะฟังซ้ำเป็นสิบรอบถ้าจำเป็น
🙏 สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคนนะครับ วันนี้ผมอยากมาเล่าถึงเกมนึงที่เล่นแล้วรู้สึกทึ่งกับความกล้าของทีมพัฒนาจริงๆ เพราะเป็นเกมสืบสวนที่ "ไม่มีอะไรให้ดู" มีแต่เสียงพูดคุยของตัวละครดังก้องอยู่ในหูตลอดทั้งเกม ฟังดูเพี้ยนใช่ไหมครับแต่พอเล่นจริงแล้วมันเวิร์กนะเอาจริง เกมที่ว่านี้คือ "Unheard - Voices of Crime" ครับ
🧑💻 ผู้พัฒนา:
NEXT Studios
สตูดิโอสัญชาติจีนในเครือ Tencent
Nick Zhang ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของเกมระบุว่าทีมงานต้องการสร้างผลงานที่เป็นเสมือนการคารวะต่อละครวิทยุ (Radio Drama) ในอดีต โดยเปลี่ยนจากการเล่าเรื่องด้วยภาพมาเป็นการใช้เสียงทั้งหมด
🗓️ วันวางจำหน่าย:
PC (Steam): 28 มีนาคม 2019
PS4, Xbox One และ Nintendo Switch: 21 มีนาคม 2023 ภายใต้ชื่อ "Unheard – Voices of Crime Edition"
😍 รีวิวสัมผัสแรก (First Impression):
บอกตรงๆ ว่าเปิดเกมมานี่ไม่ได้แปลกอะไรกับหน้าตาเกมเพลย์ถึงแม้จะไม่เคยเห็นเกมระบบนี้มาก่อนเพราะดูตัวอย่างเกมมาแล้ว 😜 หน้าจอที่เจอไม่ใช่ตัวละครสวยๆ ไม่ใช่ฉากสามมิติอะไรเลย มีแค่แผนผังสถานที่เกิดเหตุแบบมองจากมุมบน เป็นเส้นๆ ง่ายๆ แล้วก็มีจุดวงกลมเล็กๆ แทนตัวละครแต่ละคนเดินไปเดินมาอยู่ในฉาก สิ่งเดียวที่เราทำได้คือกดเลือกว่าจะไปยืนใกล้ใครเพื่อฟังว่าเขาคุยอะไรกัน ตอนแรกผมยังคิดในใจว่า "เอ๊ะ แค่นี้เองรึ?" แต่พอฟังไปสัก 5 นาทีเท่านั้นแหละครับ ผมรู้เลยว่าตัวเองคิดผิดสุดๆ เพราะบทสนทนามันเกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุดในเวลาเดียวกัน พลาดไปแค่ประโยคเดียวอาจทำให้งงไปทั้งเคสเลยก็ได้ ความรู้สึกตอนนั้นคือเหมือนตัวเองกลายเป็นสายลับที่แอบดักฟังจริงๆ
และที่สำคัญคือซับไตเติ้ลไม่มีนะครับเกมนี้ ฟังสดๆแต่เสียงพากย์ทำออกมาได้ดีไม่ได้มีปัญหาใดๆครับ
🎮 เกมเพลย์ (Gameplay):
หัวใจหลักของเกมนี้คือ "การฟัง" ล้วนๆเลยครับ ไม่มีการยิง ไม่มีการต่อสู้ ไม่มีปริศนาลากเส้นจับคู่แบบเกมทั่วไป สิ่งที่เราทำคือเดินสลับไปอยู่ใกล้ตัวละครแต่ละคนในฉากเกิดเหตุ เพื่อฟังว่าใครพูดอะไรกับใคร แล้วค่อยๆ ต่อจิ๊กซอว์เองในหัวว่าใครเป็นใคร ใครสนิทกับใคร ใครมีปมกับใคร และที่สำคัญที่สุดคือใครมีแรงจูงใจในการก่อเหตุ
เกมจะไม่บอกเราตรงๆเลยว่าใครคือฆาตกร ทุกอย่างต้องมาจากการวิเคราะห์ของเราเองทั้งหมด ตัวละครด่านหลังๆก็เยอะมาก แถมบางคนก็มีชื่อเล่นชื่อจริงปนกันอีก ที่เจ๋งคือเราสามารถย้อนกลับไปฟังบทสนทนาเดิมซ้ำได้เรื่อยๆ ไม่จำกัด เผื่อจับใจความไม่ทันหรืออยากฟังรายละเอียดเพิ่ม อันนี้ถือว่าเป็นมิตรกับผู้เล่นอยู่พอสมควร เพราะถ้าไม่มีฟีเจอร์นี้คงเล่นไม่รอดแน่ๆ
อีกจุดที่ชอบมากคือความรู้สึกตอนที่เราปะติดปะต่อทุกอย่างได้เองจนรู้ว่าใครคือคนร้าย มันให้ความสะใจแบบที่เกมสืบสวนทั่วไปให้ไม่ได้ครับ เพราะเรารู้สึกว่าเราคิดเองจริงๆ ไม่มีใครมาช่วยป้อนคำตอบให้เลยสักนิด
(โจทย์ประจำเคส)
📖 เนื้อเรื่อง (Story):
ตัวเกมแบ่งเป็นหลายคดีย่อยๆ ที่ดูเผินๆ เหมือนไม่เกี่ยวข้องกันเลยครับ มีตั้งแต่คดีฆาตกรรมในคฤหาสน์หรูหรา ไปจนถึงเรื่องราวลึกลับในวงการภาพยนตร์ที่ต้องสืบสวนกันในโรงแรม แต่ละคดีมีตัวละคร มีปมดราม่า และมีความลับของตัวเองแยกกันชัดเจน แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ หลายๆ คดี ผมเริ่มสังเกตเห็นว่ามีเส้นด้ายบางๆที่ร้อยทุกเรื่องเข้าด้วยกันอยู่ลึกๆครับ
(หน้าตาเกมเพลย์จากเวอร์ชั่น PC)
✅❌ ข้อดี & ข้อสังเกต:
✅ ไอเดียเกมเพลย์แปลกใหม่สุดๆ: กล้าใช้เสียงเป็นกลไกหลักทั้งเกม ไม่เคยเห็นเกมไหนทำแบบนี้มาก่อน
✅ ให้ความรู้สึกเป็นนักสืบตัวจริงแบบเต็มๆ: ต้องคิดเอง วิเคราะห์เอง ไม่มีใครมาป้อนคำตอบ
✅ ความยาวแต่ละคดีกำลังดี: เล่นจบเป็นช่วงๆ ได้ ไม่ต้องนั่งยาวทีเดียวก็ได้
✅ การพากย์เสียงตัวละครทำออกมาเป็นธรรมชาติ: ฟังแล้วแยกแยะแต่ละคนได้ไม่ยากจนเกินไป
✅ ฟีเจอร์ย้อนฟังบทสนทนาซ้ำได้ไม่จำกัด: ช่วยชีวิตคนวอกแวกและสมาธิสั้นอย่างผมได้อย่างดี 😂
❌ ช่วงแรกต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร: เพราะไม่คุ้นกับการเล่นเกมด้วยหูมาก่อนเลย
❌ บางคดีมีตัวละครและไทม์ไลน์ซับซ้อนมาก: ต้องฟังซ้ำหลายรอบกว่าจะปะติดปะต่อได้ครบ
❌ ข้อจำกัดด้านซับไตเติ้ลและภาษา: ถึงแม้จะเป็นระบบของเกมแต่ก็ถือว่าตัดผู้เล่นที่อ่อนภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ไม่มีในเกมออกค่อนข้างเยอะ
🎯 คะแนนภาพรวม: 7.5/10
"Unheard - Voices of Crime" เป็นเกมที่พิสูจน์ให้เห็นว่าไอเดียง่ายๆ แต่กล้าฉีกกรอบ สามารถกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำได้ยาวนานกว่าเกมงบสูงหลายๆ เกมเสียอีกครับ ถ้าใครกำลังมองหาเกมสืบสวนที่ท้าทายสมองหรืออยากฝึกภาษาไม่ใช่แค่กดตามลูกศรไปเรื่อยๆ เกมนี้ตอบโจทย์แบบจัดเต็มแน่นอน
อยากจะบอกว่าคนฟังอังกฤษไม่เก่งก็ใช่ว่าจะเล่นไม่ได้เลยนะ เนื่องจากเกมมีเสียงพวก จีน ญี่ปุ่นอยู่ ใครอยากฝึกภาษาพวกนี้หรืออยากลองวิชาเชิญจัดได้ตามอัธยาศัยเลยครับ ส่วนผมที่เล่นจบแล้วก็อยากจะบอกว่าตอนจบเกมก็หักมุมเอาเรื่องเลยแหละ ส่วน DLC ที่แจกฟรีผมยังไม่ได้ไปลองนะ อันที่วางขายก็ไม่ได้ซื้อด้วย
มีใครเคยเล่นบ้างไหมครับ สามารถมาเล่าสู่กันฟังได้นะถ้าจะสปอยล์รบกวนแทรกสปอยล์กินนิสนึงด้วยนะครับ วันนี้ผมขอยาดลาไปก่อนแล้วเจอกันกระทู้หน้าครับ
ลองมาดูกันดีฟ่าว่าตัวเกมเป็นยังไง คลิกด้านล่างได้เลย 😊
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้