ช่วงหลัง ๆ เราน่าจะเห็นข่าวของ Tesla Optimus หรือหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของ Tesla กันมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนเปิดตัวใหม่ ๆ หลายคนอาจมองว่าเป็นแค่ “หุ่นยนต์โชว์ของ” ที่เดินไปเดินมา เต้น หรือหยิบของตามคำสั่ง แต่ตอนนี้ Tesla พยายามผลักดัน Optimus ไปไกลกว่านั้นมาก โดยวางเป้าหมายให้เป็น หุ่นยนต์อเนกประสงค์ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้
Tesla ระบุว่าเป้าหมายของ Optimus คือสามารถทำงานที่ อันตราย งานที่ต้องทำซ้ำ ๆ หรืองานน่าเบื่อ โดยต้องพัฒนาทั้งเรื่องการทรงตัว การเดิน การมองเห็น การวางแผนการเคลื่อนไหว และการโต้ตอบกับโลกจริง
ตอนนี้ Optimus ทำอะไรได้จริงแล้วบ้าง?
จากสิ่งที่ Tesla นำเสนอ เราจะเห็นความสามารถประมาณนี้
- เดินและทรงตัวด้วยสองขา
- หยิบ จับ และเคลื่อนย้ายวัตถุ
- ทำงานที่ต้องใช้มือทั้งสองข้าง
- เรียนรู้การทำงานผ่านระบบ AI
- รับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัว
- ทำงานซ้ำ ๆ ในสภาพแวดล้อมที่กำหนด
- ทดลองใช้งานในโรงงาน
มีเป้าหมายในอนาคตให้ทำงานทั่วไปแทนมนุษย์ได้ สิ่งที่ผมว่าน่าสนใจที่สุดคือ Tesla ไม่ได้มอง Optimus เป็นแค่ “หุ่นยนต์โรงงาน” แต่กำลังพยายามสร้างให้เป็น General Purpose Robot
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าสำเร็จ เราอาจไม่ต้องมีหุ่นยนต์หนึ่งตัวสำหรับดูดฝุ่น อีกตัวสำหรับขนของ อีกตัวสำหรับงานโรงงาน แต่เป็นหุ่นยนต์ตัวเดียวที่สามารถเรียนรู้งานหลายอย่างได้ Tesla เองก็วางภาพไว้ค่อนข้างใหญ่ เช่น ให้ Optimus สามารถช่วยทำงานบ้าน ทำธุระ หรือทำงานที่มนุษย์ไม่อยากทำได้
Optimus ตอนนี้ยังไม่ได้เก่งถึงขั้นนั้น
อันนี้เป็นจุดที่คิดว่าสำคัญมาก คลิปที่เราเห็นในอินเทอร์เน็ตบางครั้งทำให้รู้สึกว่าอีกไม่นานหุ่นยนต์จะเดินเข้าบ้านมาทำทุกอย่างแทนเราได้แล้ว แต่ความจริงยังมีปัญหาอีกเยอะมาก เช่น
- การเดินบนพื้นผิวที่ไม่แน่นอน
- การหยิบของที่มีรูปร่างและน้ำหนักแตกต่างกัน
- การทำงานในพื้นที่รก ๆ
- การจัดการกับสิ่งของที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
- ความปลอดภัยเมื่อทำงานอยู่ใกล้มนุษย์
- แบตเตอรี่และระยะเวลาการทำงาน
- ความน่าเชื่อถือเมื่อใช้งานต่อเนื่อง
- ต้นทุนการผลิต
- การผลิตจำนวนมาก
และที่สำคัญคือ การทำให้หุ่นยนต์ 1 ตัวทำงานได้ ≠ การทำให้ผลิตหุ่นยนต์นับล้านตัวในราคาที่คนทั่วไปซื้อได้
แล้วถ้า Optimus ทำสำเร็จจริง โลกจะเปลี่ยนแค่ไหน?
คิดว่าถ้ามันทำได้ตามเป้าหมาย ผลกระทบอาจใหญ่กว่ารถ EV เสียอีก ลองคิดง่าย ๆ วันนี้บริษัทต้องจ่ายเงินเดือนให้คนเพื่อทำงานที่
- ยกของ
- แพ็กสินค้า
- คัดแยกสินค้า
- ทำงานในโรงงาน
- ทำความสะอาด
- ตรวจสอบสินค้า
- ทำงานในพื้นที่อันตราย
- ทำงานกลางคืน
แต่ถ้าในอนาคตสามารถซื้อหุ่นยนต์ที่ทำงานเหล่านี้ได้ 24 ชั่วโมง
ถ้า Optimus มีราคาถูกพอ วันหนึ่งเราอาจเห็น
“หุ่นยนต์ 1 ตัวต่อ 1 บ้าน” เหมือนกับที่วันนี้หลายบ้านมีเครื่องซักผ้า เครื่องดูดฝุ่น หรือเครื่องล้างจาน
- ตอนเช้า “Optimus ช่วยเก็บของในห้องหน่อย”
- ตอนเย็น “ช่วยเตรียมอาหาร”
- วันหยุด “ช่วยล้างรถ”
- หรือถ้ามีผู้สูงอายุอยู่บ้าน “ช่วยหยิบของจากชั้นบนให้หน่อย”
Humanoid Robot น่าจะเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าจับตามองที่สุดในช่วง 10 ปีข้างหน้า
- เพราะตอนนี้ Tesla ไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว ทั้งบริษัทจีนและบริษัทเทคโนโลยีอีกหลายแห่งก็กำลังเร่งพัฒนาหุ่นยนต์ humanoid กันอย่างหนัก
- การแข่งขันจึงน่าจะไม่ใช่ Tesla vs หุ่นยนต์ แต่เป็น Tesla vs จีน vs บริษัท Robotics ทั่วโลก
- สุดท้ายคนที่ชนะอาจไม่ใช่บริษัทที่สร้างหุ่นยนต์เดินได้เก่งที่สุด แต่อาจเป็นบริษัทที่ทำให้
“หุ่นยนต์ 1 ตัวมีราคาถูกพอ + ฉลาดพอ + ปลอดภัยพอ + ผลิตได้จำนวนมหาศาล”
มีประเด็นที่ “Tesla ต้องการ PCB จากซัพพลายเออร์นอกจีน/ไต้หวัน และไทยมีโอกาสเป็นฐานผลิต” จริงครับ แต่จากที่ผมเช็กข้อมูลล่าสุด ยังไม่พบหลักฐานสาธารณะที่ยืนยันว่า KCE เป็นผู้ผลิต PCB ให้ Tesla โดยตรง ณ ตอนนี้
- การชี้แจงจาก KCE: บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ได้แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ เกี่ยวกับกระแสข่าวเรื่องการซื้อขายสินค้าป้อนให้กับบริษัทในสหรัฐอเมริกา (รวมถึงกระแสข่าวดีลผลิตแผงวงจรพิมพ์ หรือ PCB ให้กับ Tesla สำหรับหุ่นยนต์ Tesla Optimus) โดยยอมรับว่าอยู่ระหว่างการดำเนินงานและเจรจาจริง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปแดย่างใด พร้อมขอให้นักลงทุนติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการของบริษัทเพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน
อ้างอิง
hoonsmart
Tesla Optimus หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากเทสลา ตอนนี้ทำอะไรได้บ้าง หุ้น KCE เกี่ยวข้องไหม ?
ตอนเปิดตัวใหม่ ๆ หลายคนอาจมองว่าเป็นแค่ “หุ่นยนต์โชว์ของ” ที่เดินไปเดินมา เต้น หรือหยิบของตามคำสั่ง แต่ตอนนี้ Tesla พยายามผลักดัน Optimus ไปไกลกว่านั้นมาก โดยวางเป้าหมายให้เป็น หุ่นยนต์อเนกประสงค์ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้
Tesla ระบุว่าเป้าหมายของ Optimus คือสามารถทำงานที่ อันตราย งานที่ต้องทำซ้ำ ๆ หรืองานน่าเบื่อ โดยต้องพัฒนาทั้งเรื่องการทรงตัว การเดิน การมองเห็น การวางแผนการเคลื่อนไหว และการโต้ตอบกับโลกจริง
ตอนนี้ Optimus ทำอะไรได้จริงแล้วบ้าง?
จากสิ่งที่ Tesla นำเสนอ เราจะเห็นความสามารถประมาณนี้
- เดินและทรงตัวด้วยสองขา
- หยิบ จับ และเคลื่อนย้ายวัตถุ
- ทำงานที่ต้องใช้มือทั้งสองข้าง
- เรียนรู้การทำงานผ่านระบบ AI
- รับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัว
- ทำงานซ้ำ ๆ ในสภาพแวดล้อมที่กำหนด
- ทดลองใช้งานในโรงงาน
มีเป้าหมายในอนาคตให้ทำงานทั่วไปแทนมนุษย์ได้ สิ่งที่ผมว่าน่าสนใจที่สุดคือ Tesla ไม่ได้มอง Optimus เป็นแค่ “หุ่นยนต์โรงงาน” แต่กำลังพยายามสร้างให้เป็น General Purpose Robot
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าสำเร็จ เราอาจไม่ต้องมีหุ่นยนต์หนึ่งตัวสำหรับดูดฝุ่น อีกตัวสำหรับขนของ อีกตัวสำหรับงานโรงงาน แต่เป็นหุ่นยนต์ตัวเดียวที่สามารถเรียนรู้งานหลายอย่างได้ Tesla เองก็วางภาพไว้ค่อนข้างใหญ่ เช่น ให้ Optimus สามารถช่วยทำงานบ้าน ทำธุระ หรือทำงานที่มนุษย์ไม่อยากทำได้
Optimus ตอนนี้ยังไม่ได้เก่งถึงขั้นนั้น
อันนี้เป็นจุดที่คิดว่าสำคัญมาก คลิปที่เราเห็นในอินเทอร์เน็ตบางครั้งทำให้รู้สึกว่าอีกไม่นานหุ่นยนต์จะเดินเข้าบ้านมาทำทุกอย่างแทนเราได้แล้ว แต่ความจริงยังมีปัญหาอีกเยอะมาก เช่น
- การเดินบนพื้นผิวที่ไม่แน่นอน
- การหยิบของที่มีรูปร่างและน้ำหนักแตกต่างกัน
- การทำงานในพื้นที่รก ๆ
- การจัดการกับสิ่งของที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
- ความปลอดภัยเมื่อทำงานอยู่ใกล้มนุษย์
- แบตเตอรี่และระยะเวลาการทำงาน
- ความน่าเชื่อถือเมื่อใช้งานต่อเนื่อง
- ต้นทุนการผลิต
- การผลิตจำนวนมาก
และที่สำคัญคือ การทำให้หุ่นยนต์ 1 ตัวทำงานได้ ≠ การทำให้ผลิตหุ่นยนต์นับล้านตัวในราคาที่คนทั่วไปซื้อได้
แล้วถ้า Optimus ทำสำเร็จจริง โลกจะเปลี่ยนแค่ไหน?
คิดว่าถ้ามันทำได้ตามเป้าหมาย ผลกระทบอาจใหญ่กว่ารถ EV เสียอีก ลองคิดง่าย ๆ วันนี้บริษัทต้องจ่ายเงินเดือนให้คนเพื่อทำงานที่
- ยกของ
- แพ็กสินค้า
- คัดแยกสินค้า
- ทำงานในโรงงาน
- ทำความสะอาด
- ตรวจสอบสินค้า
- ทำงานในพื้นที่อันตราย
- ทำงานกลางคืน
แต่ถ้าในอนาคตสามารถซื้อหุ่นยนต์ที่ทำงานเหล่านี้ได้ 24 ชั่วโมง
ถ้า Optimus มีราคาถูกพอ วันหนึ่งเราอาจเห็น
“หุ่นยนต์ 1 ตัวต่อ 1 บ้าน” เหมือนกับที่วันนี้หลายบ้านมีเครื่องซักผ้า เครื่องดูดฝุ่น หรือเครื่องล้างจาน
- ตอนเช้า “Optimus ช่วยเก็บของในห้องหน่อย”
- ตอนเย็น “ช่วยเตรียมอาหาร”
- วันหยุด “ช่วยล้างรถ”
- หรือถ้ามีผู้สูงอายุอยู่บ้าน “ช่วยหยิบของจากชั้นบนให้หน่อย”
Humanoid Robot น่าจะเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าจับตามองที่สุดในช่วง 10 ปีข้างหน้า
- เพราะตอนนี้ Tesla ไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว ทั้งบริษัทจีนและบริษัทเทคโนโลยีอีกหลายแห่งก็กำลังเร่งพัฒนาหุ่นยนต์ humanoid กันอย่างหนัก
- การแข่งขันจึงน่าจะไม่ใช่ Tesla vs หุ่นยนต์ แต่เป็น Tesla vs จีน vs บริษัท Robotics ทั่วโลก
- สุดท้ายคนที่ชนะอาจไม่ใช่บริษัทที่สร้างหุ่นยนต์เดินได้เก่งที่สุด แต่อาจเป็นบริษัทที่ทำให้
“หุ่นยนต์ 1 ตัวมีราคาถูกพอ + ฉลาดพอ + ปลอดภัยพอ + ผลิตได้จำนวนมหาศาล”
มีประเด็นที่ “Tesla ต้องการ PCB จากซัพพลายเออร์นอกจีน/ไต้หวัน และไทยมีโอกาสเป็นฐานผลิต” จริงครับ แต่จากที่ผมเช็กข้อมูลล่าสุด ยังไม่พบหลักฐานสาธารณะที่ยืนยันว่า KCE เป็นผู้ผลิต PCB ให้ Tesla โดยตรง ณ ตอนนี้
- การชี้แจงจาก KCE: บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ได้แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ เกี่ยวกับกระแสข่าวเรื่องการซื้อขายสินค้าป้อนให้กับบริษัทในสหรัฐอเมริกา (รวมถึงกระแสข่าวดีลผลิตแผงวงจรพิมพ์ หรือ PCB ให้กับ Tesla สำหรับหุ่นยนต์ Tesla Optimus) โดยยอมรับว่าอยู่ระหว่างการดำเนินงานและเจรจาจริง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปแดย่างใด พร้อมขอให้นักลงทุนติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการของบริษัทเพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน
อ้างอิง hoonsmart