ผมโตมาจึงรู้ว่า เพื่อนสนิทไม่ได้ยินดีกับความสำเร็จของเราจริงๆ ครับ
เรื่องนี้ยาวหน่อยนะครับ ผมตั้งใจพิมพ์ และทุกข้อความที่พิมพ์คือเหตุการณ์จริงไม่มีเติมแต่งใดๆ
เกริ่นอธิบายสมัยตอนเรียนและที่ผ่านมาผมได้ support เพื่อนคนนี้ยังไงบ้าง
ผมสนิทกับเพื่อนมาก สมมติชื่อ A ช่วยเพื่อนตั้งแต่เรียน ม.ปลาย ทั้งอยู่กลุ่มเดียวกันช่วยติวช่วยสอนช่วยทำการบ้าน จนเรียนมหาลัยผมช่วยมันมาตลอด เรียนจบ A มีอาชีพแข่ง E Sport เกม รายได้ หมื่นกว่าๆ จนช่วงหลังๆไม่มีใครจ้างสปอนเซอร์เลยตกงาน ผมทำงานเลยเห็นเพื่อนตกงานชวนมาสมัครงานช่วยให้มีเงิน แต่เพื่อนสัมภาษณ์ไม่ผ่าน เวลาจะหารายได้เสริมอะไรก็จะไปชวนไปบอกทุกครั้ง คอยสอน เช่น สอนลงทุนในคริปโต (ผมไม่ได้เอาเงินเพื่อนมาแต่ให้เพื่อนลงทุนเองแค่สอนให้ความรู้) หรือลงทุนในหุ้น
ตอนที่ NFT Game บูมๆ ผมได้รายได้จริงแบบเยอะมาก ๆ และไม่ขาดทุน เห็นว่า A ไม่มีรายได้ ก็ไปชวนมันมาลงทุน ช่วงแรกมันได้และลงทุนเพิ่มจนสุดท้ายขาดทุน 2-3 แสน มันกลับพูดว่า พวกเราที่ได้เงินก็เพราะดวงดี แต่ก่อนหน้านี้มันเคยบอกเองว่า ดวงก็คือความเก่งอย่างนึง และมันก็มาโทษผมว่าเป็นตัวการที่ทำให้เสียเงินทั้งที่ผมบอกแล้วว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง
หลังจากนั้น ผมก็เอาเงินทั้งหมดที่ได้มาลงทุนต่อจนเปิดร้านอาหาร ขายสินค้าส่งออกได้ ก็ยังไปขอคำปรึกษากับ A (แม่ทำร้านข้าว) ซึ่งตอนช่วงนั้น เพื่อนไม่ได้ทำงานแล้ว ช่วยงานที่ร้านแม่ ก็คุยกันมาตลอด อยู่แต่ที่บ้าน และทำอาชีพเสริมแบบแข่งการ์ดเกมวันพีชจากญี่ปุ่นเป็นงานสร้างรายได้
เหตุการณ์ A แต่งงานกับ B
จนกระทั่ง A แต่งงาน มันชวนผมเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ผมยินดีไปให้เลย ก่อนงานแต่งมันนัดแก๊งค์เพื่อน ๆ นัดกินข้าวเพื่อแจกการ์ด นัดร้านอะไรเรียบร้อย พอถึงเวลาจริงๆ ผมติดงานจริงๆ ก็บอกว่าขอสละสิทธิ์ และขอโทษขอโพยไป แต่วันที่จะไปร้าน เพื่อนคนนี้เงียบมากๆ ไม่พูดไม่หือไม่อือ จนเพื่อนคนอื่นๆ นึกว่านัดตกลงจะไปร้าน
สรุปเพื่อนมาไลน์บอกหลังจากเพื่อนคนอื่นไปร้านครบหมดแล้ว ว่าขอยกเลิกนะ (ประเด็นคือไม่ได้มาบอกด้วยตัวเอง) ให้แฟนเพื่อน (ที่เป็นเพื่อนในแก๊งค์เดียวกัน) มาบอกว่ายกเลิก แบบเหมือนไม่สนโลกใดๆ แล้วก็เงียบหายไป หลบอยู่ใต้ผู้หญิง อาจจะเป็นนิสัยไม่สนโลก
จนเพื่อนๆ โกรธมากๆ แต่วันงานแต่งเพื่อนก็ยังไปงานมันกันปกติไม่ได้ถือโทษโกรธกัน ผมก็ไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ ตื่นตี 5 อาบน้ำนั่งรถไปไกลมากๆ จากบ้านผม ผมถ่ายคลิปวีดีโอลงสตอรี่ ส่งให้เพื่อนเป็นร้อยๆ คลิปร้อยๆ รูป
ลืมบอกไปผมนัดกินข้าวกับ A คนนี้กับแฟนเพื่อน สมมติชื่อ B ที่ก็เป็นเพื่อนผมอีกทีมาก่อนแล้ว ตอนนั้น A มันยังไม่ได้เตรียมการ์ดงานผมบอกไม่เป็นไร ไม่มีการ์ดผมก็จะไป ตอนนั้นผมพาแฟนผมไปด้วย A ก็ทักขึ้นมาว่าเป็นไงไปญี่ปุ่นครั้งแรกเป็นไงๆ กุไปมาหลายครั้งแล้ว ทำไมไปต่างจังหวัด จนแฟนผมรู้สึกว่าเหมือนเพื่อนข่ม ว่าจริงๆ แล้วมันไปมาหลายทีแล้วจริงๆ พึ่งเคยไปหรอ ซึ่งอาจจะเป็นงั้นหรือไม่ก็ได้ คุยเรื่องธุรกิจก็มีการถามซ้ำๆๆ ว่ารายได้เท่าไหร่ๆๆๆๆๆ ผมไม่อยากบอกก็ถามซ้ำๆ จนแฟนผมหงุดหงิด เพราะเป็นความลับ A เลยบอกว่า ทำไมเป็นความลับหรอ นึกว่ากุจะไปแย่งเมิงทำธุรกิจหรอ
หลังจากจบงานแต่งเพื่อนผ่านไปปีนึง ช่วงนั้นก็คุยมีทักไปคุยด้วยตลอด
ผมก็มีบอกเพื่อนไปว่าผมจะแต่งงานนะปีหน้า พอเวลาล่วงเลยมาจนผมใกล้แต่งงาน ก็ไปบอกเพื่อนว่าผมจะแต่งงานนะมาให้ได้ เวลาผมโพสเรื่องขอแฟนแต่งงาน หรือโพสเรื่องกำหนดการแต่งงานเห็นได้ชัดว่าเพื่อนคนนี้ไม่เคยมากดไลค์เลย (เป็นที่ผมคาดหวังไปเองหรือเปล่าไม่รู้) ไม่เคยมาบอกยินดีด้วยสักคำ
จนผมก็ไม่อะไร แล้วก็นัดเพื่อนๆ ในกลุ่มประมาณ 10 คนได้ไปกินข้าวก็นัดเพื่อนคนนี้กับแฟนเพื่อน (ที่เป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันด้วย) ไปกัน ก็ไปแจกการ์ดตามปกติ ก็บอกจะขอให้เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนมันก็ไม่ติดอะไร ไม่ได้บอกว่าไม่สะดวกไม่ว่างอะไร
จนกลับบ้านกันไปเรียบร้อย ผ่านไปจนอีก 1 อาทิตย์กว่า ๆ จะงานแต่งผมแล้ว
A โทรมาบอกว่าติดงานแข่งการ์ดวันพีชที่ญี่ปุ่นวันนั้นพอดีมาไม่ได้ เพราะ B ต้องผ่าตัดใหญ่ก่อนหน้านั้น 3 วัน และต้องใช้เงินเยอะ เครียดเรื่องเงินกันอยู่ และอาชีพเดียวที่ทำเงินได้คืองานแข่งการ์ด (A เป็นนักแข่งการ์ดเกมมืออาชีพ เคยได้แชมป์ประเทศไทย) แต่ก็ไปช่วยแม่ขายข้าว
(ผมเชิญล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน ผ่านมาเหลืออาทิตย์กว่าๆ จะถึงงานผมพึ่งมาบอก) เพื่อนก็เลยบอกว่าถ้าไปทันจะไปงานนะ ผมก็โอเคเข้าใจ
หลังจากรู้ข่าว ผมมีเฟสบุ๊ค B ก็ทักไปบอกไปให้กำลังใจ พอถึงวันผ่าตัด ผมทักเฟสไปว่า เป็นยังไงว่า บอกว่าถ้าหลังผ่าตัดยังไม่ไหวไม่ต้องมาก็ได้ B ก็ไม่ตอบอะไรกลับมาแม้แต่คำเดียว แต่กดอ่าน อย่างเดียว
วันงานจริงๆ ผมก็ทำพิธีอะไรเสร็จ เพื่อนทุกคนก็มาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ผมรู้สึกว่ากลุ่มนี้ดีมากๆ เพื่อนที่ยินดีในความสำเร็จของเราจริงๆ (คือก่อนหน้านี้ ผมห่างจากแก๊งค์นี้ ไปคุยแต่กับเพื่อน A เพราะนึกว่า A คือเพื่อนสนิท จนภรรยาผมก็ถามว่าจริงๆ แล้วสนิทกับ A จริงๆ หรอ หรือเราแค่คิดไปเอง)
วันงาน เพื่อน A กับ B ไม่มางานแต่งใด ๆ ไม่มีทักข้อความใดๆ มาบอก
หลังจบงานผ่านไปวันนึง ผมทักไปถาม A ว่าไม่มางานหรอ เพื่อนตอบแค่ว่าติดแข่งถึง ทุ่มครึ่งอ่ะ ส่วน B ก็เงียบไม่มีข้อความใดๆ มาบอก
ผมก็รู้สึกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ได้ให้ความสำคัญหรือยินดีกับเราตั้งแต่ ผมโพสต์เฟสแล้วไม่มีมากดไลค์ หรือคอมเม้นท์ยินดีใดๆ ในขณะที่เพื่อนบางคนที่ผมเห็นว่าห่างๆ กลับมายินดี
ประเด็นคือ ไม่มีการใส่ซองใด ๆ คือผมไม่ได้หน้าเงินนะ มีเพื่อนผมคนนึงเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ผม ใส่ซองมา 300 ผมยังขอบคุณมันเลย ผมเข้าใจมากๆ แต่แค่เพื่อนมายินดีเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวก็ซึ้งมากแล้วจริง ๆ แต่สำหรับ A และ B ไม่มีแม้แต่จะทักมาใส่ซองให้ หรือทักมายินดีแม้แต่นิดเดียว
มีเพื่อนอีกคนสมมติ C ที่มาไม่ได้เพราะขาดทุนอย่างหนักจาก Crypto 2 ล้านบาท ทักข้อความมาบอกผมยาวมากว่าขอโทษจริงๆ และเพื่อนต้องดื้นรนจริงๆ ไปไม่ได้เพื่อนขาดทุนจริงๆ ซึ่งก็มีข่าวจริงๆ ว่าขาดทุนหลายคนช่วงนั้น จนเพื่อนคนนี้ต้องไปขับแกรป แต่ผมรู้สึกได้ถึงความจริงใจมากๆ
ผมเคยเอาเคสเพื่อนคนนี้ไปคุยกับ A บอกว่าเพื่อนขาดทุนนะขนาดนี้ A บอกว่าล้มบนฟูก เพราะ เพื่อน C เคยทำธุรกิจร่ำรวย แต่ขาดทุนอย่างหนัก ผมเลยรู้สึกว่า A ไม่มีความเห็นอกเห็นใจใครเลย
ผมก็เลยแค่รู้สึกว่า A กับ B ก็ไม่ได้ยินดีกับเราจริงๆ ทั้งที่เป็นเพื่อนสมัย ม.ปลายที่คบกันมานาน
เหตุการณ์หลังจากจบงานแต่ง
จบงานแต่งผมเสร็จ ผมก็เอารูปไปลงในกลุ่ม Line ที่มีเพื่อนเจ้าบ่าวคนอื่นๆ กับ A และ B อยู่ เพื่อนคนอื่นๆ ก็คุยสนุกเฮฮายินดีกับผม แต่ A B เงียบ ไม่พูดอะไรอ่านอย่างเดียว ไม่แสดงความยินดีใดๆ ไม่ได้พูดใด ๆ ออกมา
จนผ่านไปประมาณ 2 เดือนได้ เพื่อน A ทักข้อความมาบอกว่าจะชวนกินข้าว ผมก็เออวันไหน แล้ว A ก็เงียบหายไป
จนผ่านไปอีก 1 เดือน A ก็ทักมาใหม่ว่านัดกินข้าวกันวันไหนวะ ผมก็เออวันไหนล่ะนัดมาดิ ทีนี้ในกลุ่มไลน์เพื่อนคนอื่นๆ อยากจะนัดกินข้าวพอดีเลยทักขึ้นมาว่าชวนมากินข้าวกัน และเล่นบอร์ดเกมที่บ้านเพื่อน A ทีนี้ A B ก็มาเลยไปดิวันไหน เหมือนแบบต้องรอให้คนอื่นๆ เป็นคนนัดเป็นคนจัดการให้ ตัวเองได้แต่ทักมาบอกนัดกินข้าวแล้วก็หายไป
จนผมรู้สึกไม่โอเคก็เลยปฏิเสธไปครั้งนั้น บอกว่าไม่ไป แล้วก็หายไปอีก
จนผมบล็อก facebook A จน A ก็ยังไม่รู้ และพึ่งรู้สึกตัวว่าผมบล็อกไปแล้วตั้ง 3 เดือนก่อน แต่ Line ไม่ได้ block ทั้ง A และ B ผมปล่อยให้มีช่องทางคุยได้
จนผมรู้ข่าวว่า A ไปคุยกับเพื่อนสมัยมหาลัย D ที่เป็นเพื่อนผมเหมือนกัน เพราะ D ทักไปถามและด่า A ว่าทำไมไม่ใส่ซอง A อ้างว่าใส่ซองไว้แล้วแต่อยู่ที่บ้าน คำกล่าวอ้างนี้ผมมานั่งคิดยุคนี้เรามีการโอนเงินไม่ใช่ยุคโบราณที่ไม่มีโอนเงิน
และ D ก็มาคุยกับผมบอกว่า A มันเหมือนควายเผือกที่ไม่สนโลกประมาณนั้น ผมก็อธิบายให้ D ฟังว่าผมโอนอะไรมาบ้างทั้งหมดตั้งแต่ต้นมันไม่ใช่แค่เรื่องนี้แต่มันอีกหลายๆเรื่องที่โดยมาตลอดมันเหมือน One-Sided Friendship ผมให้อยู่ฝ่ายเดียว A เข้าหาผมด้วยผลประโยชน์ทั้งหมด พอตัวเองต้องเป็นฝ่ายที่จะให้แรงให้คนอื่นบ้างจะไม่มีกลับมา
หลังจากนั้น B ก็เริ่มนั่งไม่ติด บอกว่าจะฝากของขวัญมาให้ผม เนื่องจากผมกับเพื่อนคนอื่นๆ นัดกันกินข้าวประจำ แต่ไม่มีการทักมาขอโทษหรือบอกใดๆ คือผมไม่ได้บล็อก B ซึ่ง B ก็เป็นเพื่อนสนิทผมเหมือนกัน แต่ไม่มีแม้แต่ประโยคทักมาเลย ประโยคที่ค้างคือประโยคที่ผมทักไปบอกว่า ถ้าผ่าตัดยังไม่โอเคยังไม่ต้องมาก็ได้ รอให้หายดีก่อน
หลังจากนั้น B ก็ฝากของขวัญมา และให้ E ที่เป็นเพื่อนในกลุ่มอีกคนเอามาให้ แต่วันนั้น E ลืมของขวัญไว้ที่บ้าน ว่าจะนัดมาอีกวัน ผมเลยบอกว่าไม่รับให้เอาไปคืน (ที่ผมไม่รับเพราะว่าการเอาของมาฝากคนกลาง แต่ตัวเองไม่ได้แม้แต่จะทักมาคุยมาอธิบายใดๆ เป็นการเหมือนทำขอไปที)
ทีนี้ผมกับ E ก็คุยกับหลายประเด็นมากๆ E เป็นคนที่มองโลกแง่ดีมากๆ และค่อนข้างเข้าข้าง A B บอกว่าก็ B ป่วยผ่าตัด บอกว่าก็รู้เหตุผลว่าต้องการเงินและพยายามเข้าใจ ผมก็เลยอธิบายไปว่า A และ B ผมได้มีทักไปหา B แล้วแต่ B เงียบ คิดว่ายังไง จน E พึ่งรู้ว่าเกิดหลาย เหตุการณ์ที่ E ไม่ได้เจอด้วยตัวเอง
และผมก็บอกไปว่าจริงๆ แล้วเรื่องทั้งหมดที่ E พูดมา A และ B ควรจะมาพูดกับผมด้วยซ้ำไม่ใช่ให้คนกลางมาพูดมาคุยและแก้ตัวให้ทุกอย่าง ซึ่งผมมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่จริงใจมากๆ
เรื่องทั้งหมด ผมได้เลิกคบกับ A และ B ไปแล้วบล็อกทุกช่องทาง เพราะรอเวลา 4-5 เดือนไม่มีการทักมาคุยมาอธิบายหรือขอโทษใดๆ และจะไม่ให้ใจให้พลังงานกับคนแบบนี้อีกแล้วครับ สรุปคือเพื่อนที่คบตั้งแต่สมัย ม.ปลายที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิท วันนี้กลับไม่สนิทอีกแล้ว และเพื่อนไม่ได้ยินดีกับความสำเร็จของเราอีกต่อไป
เพื่อนๆ คิดว่ายังไงครับ เรื่องทั้งหมดคิดว่าผมผิด หรือ A และ B ผิด หรือมีมุมมองไหนที่ผมมองไม่เห็นหรือตกหล่นไป ช่วยบอกหน่อยครับ
ผมโตมาจึงรู้ว่า เพื่อนสนิทไม่ได้ยินดีกับความสำเร็จของเราจริงๆ ครับ [เรื่องจริงทั้งหมด]
เรื่องนี้ยาวหน่อยนะครับ ผมตั้งใจพิมพ์ และทุกข้อความที่พิมพ์คือเหตุการณ์จริงไม่มีเติมแต่งใดๆ
เกริ่นอธิบายสมัยตอนเรียนและที่ผ่านมาผมได้ support เพื่อนคนนี้ยังไงบ้าง
ผมสนิทกับเพื่อนมาก สมมติชื่อ A ช่วยเพื่อนตั้งแต่เรียน ม.ปลาย ทั้งอยู่กลุ่มเดียวกันช่วยติวช่วยสอนช่วยทำการบ้าน จนเรียนมหาลัยผมช่วยมันมาตลอด เรียนจบ A มีอาชีพแข่ง E Sport เกม รายได้ หมื่นกว่าๆ จนช่วงหลังๆไม่มีใครจ้างสปอนเซอร์เลยตกงาน ผมทำงานเลยเห็นเพื่อนตกงานชวนมาสมัครงานช่วยให้มีเงิน แต่เพื่อนสัมภาษณ์ไม่ผ่าน เวลาจะหารายได้เสริมอะไรก็จะไปชวนไปบอกทุกครั้ง คอยสอน เช่น สอนลงทุนในคริปโต (ผมไม่ได้เอาเงินเพื่อนมาแต่ให้เพื่อนลงทุนเองแค่สอนให้ความรู้) หรือลงทุนในหุ้น
ตอนที่ NFT Game บูมๆ ผมได้รายได้จริงแบบเยอะมาก ๆ และไม่ขาดทุน เห็นว่า A ไม่มีรายได้ ก็ไปชวนมันมาลงทุน ช่วงแรกมันได้และลงทุนเพิ่มจนสุดท้ายขาดทุน 2-3 แสน มันกลับพูดว่า พวกเราที่ได้เงินก็เพราะดวงดี แต่ก่อนหน้านี้มันเคยบอกเองว่า ดวงก็คือความเก่งอย่างนึง และมันก็มาโทษผมว่าเป็นตัวการที่ทำให้เสียเงินทั้งที่ผมบอกแล้วว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง
หลังจากนั้น ผมก็เอาเงินทั้งหมดที่ได้มาลงทุนต่อจนเปิดร้านอาหาร ขายสินค้าส่งออกได้ ก็ยังไปขอคำปรึกษากับ A (แม่ทำร้านข้าว) ซึ่งตอนช่วงนั้น เพื่อนไม่ได้ทำงานแล้ว ช่วยงานที่ร้านแม่ ก็คุยกันมาตลอด อยู่แต่ที่บ้าน และทำอาชีพเสริมแบบแข่งการ์ดเกมวันพีชจากญี่ปุ่นเป็นงานสร้างรายได้
เหตุการณ์ A แต่งงานกับ B
จนกระทั่ง A แต่งงาน มันชวนผมเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ผมยินดีไปให้เลย ก่อนงานแต่งมันนัดแก๊งค์เพื่อน ๆ นัดกินข้าวเพื่อแจกการ์ด นัดร้านอะไรเรียบร้อย พอถึงเวลาจริงๆ ผมติดงานจริงๆ ก็บอกว่าขอสละสิทธิ์ และขอโทษขอโพยไป แต่วันที่จะไปร้าน เพื่อนคนนี้เงียบมากๆ ไม่พูดไม่หือไม่อือ จนเพื่อนคนอื่นๆ นึกว่านัดตกลงจะไปร้าน
สรุปเพื่อนมาไลน์บอกหลังจากเพื่อนคนอื่นไปร้านครบหมดแล้ว ว่าขอยกเลิกนะ (ประเด็นคือไม่ได้มาบอกด้วยตัวเอง) ให้แฟนเพื่อน (ที่เป็นเพื่อนในแก๊งค์เดียวกัน) มาบอกว่ายกเลิก แบบเหมือนไม่สนโลกใดๆ แล้วก็เงียบหายไป หลบอยู่ใต้ผู้หญิง อาจจะเป็นนิสัยไม่สนโลก
จนเพื่อนๆ โกรธมากๆ แต่วันงานแต่งเพื่อนก็ยังไปงานมันกันปกติไม่ได้ถือโทษโกรธกัน ผมก็ไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ ตื่นตี 5 อาบน้ำนั่งรถไปไกลมากๆ จากบ้านผม ผมถ่ายคลิปวีดีโอลงสตอรี่ ส่งให้เพื่อนเป็นร้อยๆ คลิปร้อยๆ รูป
ลืมบอกไปผมนัดกินข้าวกับ A คนนี้กับแฟนเพื่อน สมมติชื่อ B ที่ก็เป็นเพื่อนผมอีกทีมาก่อนแล้ว ตอนนั้น A มันยังไม่ได้เตรียมการ์ดงานผมบอกไม่เป็นไร ไม่มีการ์ดผมก็จะไป ตอนนั้นผมพาแฟนผมไปด้วย A ก็ทักขึ้นมาว่าเป็นไงไปญี่ปุ่นครั้งแรกเป็นไงๆ กุไปมาหลายครั้งแล้ว ทำไมไปต่างจังหวัด จนแฟนผมรู้สึกว่าเหมือนเพื่อนข่ม ว่าจริงๆ แล้วมันไปมาหลายทีแล้วจริงๆ พึ่งเคยไปหรอ ซึ่งอาจจะเป็นงั้นหรือไม่ก็ได้ คุยเรื่องธุรกิจก็มีการถามซ้ำๆๆ ว่ารายได้เท่าไหร่ๆๆๆๆๆ ผมไม่อยากบอกก็ถามซ้ำๆ จนแฟนผมหงุดหงิด เพราะเป็นความลับ A เลยบอกว่า ทำไมเป็นความลับหรอ นึกว่ากุจะไปแย่งเมิงทำธุรกิจหรอ
หลังจากจบงานแต่งเพื่อนผ่านไปปีนึง ช่วงนั้นก็คุยมีทักไปคุยด้วยตลอด
ผมก็มีบอกเพื่อนไปว่าผมจะแต่งงานนะปีหน้า พอเวลาล่วงเลยมาจนผมใกล้แต่งงาน ก็ไปบอกเพื่อนว่าผมจะแต่งงานนะมาให้ได้ เวลาผมโพสเรื่องขอแฟนแต่งงาน หรือโพสเรื่องกำหนดการแต่งงานเห็นได้ชัดว่าเพื่อนคนนี้ไม่เคยมากดไลค์เลย (เป็นที่ผมคาดหวังไปเองหรือเปล่าไม่รู้) ไม่เคยมาบอกยินดีด้วยสักคำ
จนผมก็ไม่อะไร แล้วก็นัดเพื่อนๆ ในกลุ่มประมาณ 10 คนได้ไปกินข้าวก็นัดเพื่อนคนนี้กับแฟนเพื่อน (ที่เป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันด้วย) ไปกัน ก็ไปแจกการ์ดตามปกติ ก็บอกจะขอให้เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนมันก็ไม่ติดอะไร ไม่ได้บอกว่าไม่สะดวกไม่ว่างอะไร
จนกลับบ้านกันไปเรียบร้อย ผ่านไปจนอีก 1 อาทิตย์กว่า ๆ จะงานแต่งผมแล้ว
A โทรมาบอกว่าติดงานแข่งการ์ดวันพีชที่ญี่ปุ่นวันนั้นพอดีมาไม่ได้ เพราะ B ต้องผ่าตัดใหญ่ก่อนหน้านั้น 3 วัน และต้องใช้เงินเยอะ เครียดเรื่องเงินกันอยู่ และอาชีพเดียวที่ทำเงินได้คืองานแข่งการ์ด (A เป็นนักแข่งการ์ดเกมมืออาชีพ เคยได้แชมป์ประเทศไทย) แต่ก็ไปช่วยแม่ขายข้าว
(ผมเชิญล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน ผ่านมาเหลืออาทิตย์กว่าๆ จะถึงงานผมพึ่งมาบอก) เพื่อนก็เลยบอกว่าถ้าไปทันจะไปงานนะ ผมก็โอเคเข้าใจ
หลังจากรู้ข่าว ผมมีเฟสบุ๊ค B ก็ทักไปบอกไปให้กำลังใจ พอถึงวันผ่าตัด ผมทักเฟสไปว่า เป็นยังไงว่า บอกว่าถ้าหลังผ่าตัดยังไม่ไหวไม่ต้องมาก็ได้ B ก็ไม่ตอบอะไรกลับมาแม้แต่คำเดียว แต่กดอ่าน อย่างเดียว
วันงานจริงๆ ผมก็ทำพิธีอะไรเสร็จ เพื่อนทุกคนก็มาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ผมรู้สึกว่ากลุ่มนี้ดีมากๆ เพื่อนที่ยินดีในความสำเร็จของเราจริงๆ (คือก่อนหน้านี้ ผมห่างจากแก๊งค์นี้ ไปคุยแต่กับเพื่อน A เพราะนึกว่า A คือเพื่อนสนิท จนภรรยาผมก็ถามว่าจริงๆ แล้วสนิทกับ A จริงๆ หรอ หรือเราแค่คิดไปเอง)
วันงาน เพื่อน A กับ B ไม่มางานแต่งใด ๆ ไม่มีทักข้อความใดๆ มาบอก
หลังจบงานผ่านไปวันนึง ผมทักไปถาม A ว่าไม่มางานหรอ เพื่อนตอบแค่ว่าติดแข่งถึง ทุ่มครึ่งอ่ะ ส่วน B ก็เงียบไม่มีข้อความใดๆ มาบอก
ผมก็รู้สึกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ได้ให้ความสำคัญหรือยินดีกับเราตั้งแต่ ผมโพสต์เฟสแล้วไม่มีมากดไลค์ หรือคอมเม้นท์ยินดีใดๆ ในขณะที่เพื่อนบางคนที่ผมเห็นว่าห่างๆ กลับมายินดี
ประเด็นคือ ไม่มีการใส่ซองใด ๆ คือผมไม่ได้หน้าเงินนะ มีเพื่อนผมคนนึงเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ผม ใส่ซองมา 300 ผมยังขอบคุณมันเลย ผมเข้าใจมากๆ แต่แค่เพื่อนมายินดีเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวก็ซึ้งมากแล้วจริง ๆ แต่สำหรับ A และ B ไม่มีแม้แต่จะทักมาใส่ซองให้ หรือทักมายินดีแม้แต่นิดเดียว
มีเพื่อนอีกคนสมมติ C ที่มาไม่ได้เพราะขาดทุนอย่างหนักจาก Crypto 2 ล้านบาท ทักข้อความมาบอกผมยาวมากว่าขอโทษจริงๆ และเพื่อนต้องดื้นรนจริงๆ ไปไม่ได้เพื่อนขาดทุนจริงๆ ซึ่งก็มีข่าวจริงๆ ว่าขาดทุนหลายคนช่วงนั้น จนเพื่อนคนนี้ต้องไปขับแกรป แต่ผมรู้สึกได้ถึงความจริงใจมากๆ
ผมเคยเอาเคสเพื่อนคนนี้ไปคุยกับ A บอกว่าเพื่อนขาดทุนนะขนาดนี้ A บอกว่าล้มบนฟูก เพราะ เพื่อน C เคยทำธุรกิจร่ำรวย แต่ขาดทุนอย่างหนัก ผมเลยรู้สึกว่า A ไม่มีความเห็นอกเห็นใจใครเลย
ผมก็เลยแค่รู้สึกว่า A กับ B ก็ไม่ได้ยินดีกับเราจริงๆ ทั้งที่เป็นเพื่อนสมัย ม.ปลายที่คบกันมานาน
เหตุการณ์หลังจากจบงานแต่ง
จบงานแต่งผมเสร็จ ผมก็เอารูปไปลงในกลุ่ม Line ที่มีเพื่อนเจ้าบ่าวคนอื่นๆ กับ A และ B อยู่ เพื่อนคนอื่นๆ ก็คุยสนุกเฮฮายินดีกับผม แต่ A B เงียบ ไม่พูดอะไรอ่านอย่างเดียว ไม่แสดงความยินดีใดๆ ไม่ได้พูดใด ๆ ออกมา
จนผ่านไปประมาณ 2 เดือนได้ เพื่อน A ทักข้อความมาบอกว่าจะชวนกินข้าว ผมก็เออวันไหน แล้ว A ก็เงียบหายไป
จนผ่านไปอีก 1 เดือน A ก็ทักมาใหม่ว่านัดกินข้าวกันวันไหนวะ ผมก็เออวันไหนล่ะนัดมาดิ ทีนี้ในกลุ่มไลน์เพื่อนคนอื่นๆ อยากจะนัดกินข้าวพอดีเลยทักขึ้นมาว่าชวนมากินข้าวกัน และเล่นบอร์ดเกมที่บ้านเพื่อน A ทีนี้ A B ก็มาเลยไปดิวันไหน เหมือนแบบต้องรอให้คนอื่นๆ เป็นคนนัดเป็นคนจัดการให้ ตัวเองได้แต่ทักมาบอกนัดกินข้าวแล้วก็หายไป
จนผมรู้สึกไม่โอเคก็เลยปฏิเสธไปครั้งนั้น บอกว่าไม่ไป แล้วก็หายไปอีก
จนผมบล็อก facebook A จน A ก็ยังไม่รู้ และพึ่งรู้สึกตัวว่าผมบล็อกไปแล้วตั้ง 3 เดือนก่อน แต่ Line ไม่ได้ block ทั้ง A และ B ผมปล่อยให้มีช่องทางคุยได้
จนผมรู้ข่าวว่า A ไปคุยกับเพื่อนสมัยมหาลัย D ที่เป็นเพื่อนผมเหมือนกัน เพราะ D ทักไปถามและด่า A ว่าทำไมไม่ใส่ซอง A อ้างว่าใส่ซองไว้แล้วแต่อยู่ที่บ้าน คำกล่าวอ้างนี้ผมมานั่งคิดยุคนี้เรามีการโอนเงินไม่ใช่ยุคโบราณที่ไม่มีโอนเงิน
และ D ก็มาคุยกับผมบอกว่า A มันเหมือนควายเผือกที่ไม่สนโลกประมาณนั้น ผมก็อธิบายให้ D ฟังว่าผมโอนอะไรมาบ้างทั้งหมดตั้งแต่ต้นมันไม่ใช่แค่เรื่องนี้แต่มันอีกหลายๆเรื่องที่โดยมาตลอดมันเหมือน One-Sided Friendship ผมให้อยู่ฝ่ายเดียว A เข้าหาผมด้วยผลประโยชน์ทั้งหมด พอตัวเองต้องเป็นฝ่ายที่จะให้แรงให้คนอื่นบ้างจะไม่มีกลับมา
หลังจากนั้น B ก็เริ่มนั่งไม่ติด บอกว่าจะฝากของขวัญมาให้ผม เนื่องจากผมกับเพื่อนคนอื่นๆ นัดกันกินข้าวประจำ แต่ไม่มีการทักมาขอโทษหรือบอกใดๆ คือผมไม่ได้บล็อก B ซึ่ง B ก็เป็นเพื่อนสนิทผมเหมือนกัน แต่ไม่มีแม้แต่ประโยคทักมาเลย ประโยคที่ค้างคือประโยคที่ผมทักไปบอกว่า ถ้าผ่าตัดยังไม่โอเคยังไม่ต้องมาก็ได้ รอให้หายดีก่อน
หลังจากนั้น B ก็ฝากของขวัญมา และให้ E ที่เป็นเพื่อนในกลุ่มอีกคนเอามาให้ แต่วันนั้น E ลืมของขวัญไว้ที่บ้าน ว่าจะนัดมาอีกวัน ผมเลยบอกว่าไม่รับให้เอาไปคืน (ที่ผมไม่รับเพราะว่าการเอาของมาฝากคนกลาง แต่ตัวเองไม่ได้แม้แต่จะทักมาคุยมาอธิบายใดๆ เป็นการเหมือนทำขอไปที)
ทีนี้ผมกับ E ก็คุยกับหลายประเด็นมากๆ E เป็นคนที่มองโลกแง่ดีมากๆ และค่อนข้างเข้าข้าง A B บอกว่าก็ B ป่วยผ่าตัด บอกว่าก็รู้เหตุผลว่าต้องการเงินและพยายามเข้าใจ ผมก็เลยอธิบายไปว่า A และ B ผมได้มีทักไปหา B แล้วแต่ B เงียบ คิดว่ายังไง จน E พึ่งรู้ว่าเกิดหลาย เหตุการณ์ที่ E ไม่ได้เจอด้วยตัวเอง
และผมก็บอกไปว่าจริงๆ แล้วเรื่องทั้งหมดที่ E พูดมา A และ B ควรจะมาพูดกับผมด้วยซ้ำไม่ใช่ให้คนกลางมาพูดมาคุยและแก้ตัวให้ทุกอย่าง ซึ่งผมมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่จริงใจมากๆ
เรื่องทั้งหมด ผมได้เลิกคบกับ A และ B ไปแล้วบล็อกทุกช่องทาง เพราะรอเวลา 4-5 เดือนไม่มีการทักมาคุยมาอธิบายหรือขอโทษใดๆ และจะไม่ให้ใจให้พลังงานกับคนแบบนี้อีกแล้วครับ สรุปคือเพื่อนที่คบตั้งแต่สมัย ม.ปลายที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิท วันนี้กลับไม่สนิทอีกแล้ว และเพื่อนไม่ได้ยินดีกับความสำเร็จของเราอีกต่อไป
เพื่อนๆ คิดว่ายังไงครับ เรื่องทั้งหมดคิดว่าผมผิด หรือ A และ B ผิด หรือมีมุมมองไหนที่ผมมองไม่เห็นหรือตกหล่นไป ช่วยบอกหน่อยครับ