บางคนก็มีโทนเสียงที่ทำลายโสทประสาทมาก น่ารำคาญ

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราอยากมาบ่นเรื่องของโทนเสียงหน่อย
เอาจริงๆเราไม่อยากเอามาระบายให้ดูแย่เลยเพราะคนเราก็เลือกเกิดหรือเลือกโทนเสียงไม่ได้ แต่คนเราเลือกวิธีการปฏิบัติได้นะคะ

เรื่องของเราคือ แม่เราเองค่ะ แม่เรามีโทนเสียงที่แหลม เหมือนเป็ด แค่นิดเดียวจริงๆนะคะ เราพยายามใจเย็นแล้วโฟกัสที่เวลาปกติ ก็ไม่ได้น่าปวดหูอะไรขนาดนั้น เวลาที่คุยกัน2คน

แต่เวลาที่อยู่กับคนอื่นแล้วแม่เราเริ่มเสียงดัง มันปวดหูจริงๆ
ชอบพูดเสียงดังแปร๊ดๆ เข้าใจคำว่าแปร๊ดๆมั้ยคะ มันปวดหูจริงๆนะเราไม่ได้คิดไปเอง

เวลาแม่คุยกับเพื่อน เขาจะต้องกลายเป็นคนที่เราเหมือนไม่รู้จัก อย่างเวลาโทรคุยกัน (เรื่องสั้นๆ) จะต้องเปิดโฟน เราก็ไม่เข้าใจ พอเขาเปิดโฟนเค้าก็จะตะโกนคุยกับเพื่อน (ตะโกนไม่ใช่พูดดังๆนะคะ “ตะโกน“)  เราถามเขาว่าคุยดีๆยกหูเอามันไม่ได้ยินเหรอ เขาก็บอกเขาถนัดแบบนี้ เราก็อธิบายให้ฟังว่า “แม่ บ้านเราเป็นทาวน์เฮ้าส์นะ ต้องเกรงใจเพื่อนบ้านบ้าง (เพื่อนบ้านเคยมาถามเพราะตกใจเสียงนึกว่ามีคนเป็นอะไร และกลางคืนถ้ามีคนโทรมาหาแม่และเขาคุยกัน มันก็คือการรบกวนเวลานอนคนอื่น เพื่อนบ้านไม่กล้าบอกกับแม่เราเพราะเขาเป็นพวกป้าๆยายๆทั้งนั้น แม่เราดูอารมณ์รุนแรง เขาเลยไม่กล้าเลยอาศัยถ้าเจอเราพอดีก็จะเข้ามาบอกเราแทน เราก็อายทุกครั้งเลย)

เราเคยไปเจอเพื่อนๆของแม่ ในวัยเดียวกันพวกแม่ๆเขาดูปกติมาก พาลูกๆมาดูเราก็ดูหดหู่อยู่คนเดียวเพราะเราไม่ค่อยพูด แต่กลับกันพวกลูกๆเขาดูสดใสกันเป็นปกติ เวลาๆแม่ๆเขาคุยกันก็เสียงระดับปานกลางปกตินะ ยิ่งอยู่ในร้านอาหาร พูดได้เลยว่าทุกคนรักษามารยาทในที่สาธารณะได้ดีเป็นปกติ โทนเสียงที่พูดกับลูกๆก็อ่อนโยน ตัดมาที่แม่เรา แม่เราเสียงดังในที่สาธารณะมากจนบางทีเราก็มองว่าแม่เราเรียกร้องความสนใจ เพื่อนแม่ก็เตือนๆเหมือนกันว่าดังไปเบาลงหน่อย เราได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

ถ้าวันนั้นเราตื่นมาด้วยอารมณ์ดีๆ ร่างกายสดชื่นสุดๆ แต่แค่ได้ยินเสียงแม่ เราก็ปวดหูไข้ขึ้นเลยค่ะ วันถัดมาเราหูดับ1ข้าง ไม่ได้ยินเสียง เราจึงไปหาหมอ ผลตรวจออกมาคือ ประสาทหูเราเสื่อมเฉียบพลัน เนื่องจากการฟังเสียงที่ดังเกินไป เราอายุ24ค่ะตอนนั้น หมอบอกว่ามันเกิดขึ้นได้ยากมากในวัยเท่านี้ ส่วนใหญ่มักเกิดกับคนแก่เพราะอวัยวะเสื่อมตามสภาพเวลา แต่เกิดขึ้นในเรา หมออึ้ง พยาบาลอึ้ง พูดสุมๆจนเราร้องไห้เพราะเรารู้สึกว่า เราอายุเท่านี้เอง ทำไมถึงเกิดขึ้นกับเรา

เหตุการณ์ตัวอย่างที่อยากบ่นคือเราพยายามบอกกับแม่เวลาที่แม่เริ่มเสียงดัง แค่ขอให้ลดเสียง ไม่ได้บอกให้เลิกกระทำ เขาก็ด่าเราสำออย โทษเราเล่นมือถือเยอะเกินไงเลยเป็นแบบนี้
เราแบบ ห๊าาาาาาา!!!? (อะไรก็มือถือจริงๆ) เราขอแก้ตัว เพราะเราโตมากับแม่ ทำให้เราเป็นเด็กที่ไม่ชอบเสียงดัง เราเกลียดเสียงดังมากๆ เราเปิดเสียงมือถือแค่1ขีดเอง บางครั้งเจอคลิปติ๊กต่อกที่ดังเกิน เราเลือกที่จะปิดเสียงแล้วอ่านซับเอาด้วยซ้ำ

พูดเหมือนจะเว่อร์เกินไปใช่มั้ยคะ แต่จะบอกก่อนว่า บางครั้งเราก็โอเคถ้านั่นคือเสียงที่เราชอบอย่างเช่นเพลงแจ๊สเบาๆเพลินๆ หรือการดูหนังที่เราชอบและจดจ่อมีสมาธิกับมันจริงๆ

เราแก้ไขปัญหาชีวิตด้วยการซื้อเฮดโฟนแบบตัดเสียงรบกวนได้ค่ะ แล้วเปิดเพลงคลอเบาๆตลอดทั้งวัน(ถ้าสถานการณ์นั้นๆสามารถใส่หูฟังได้ ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของกาลเทศะ)
หูฟังแบบนี้ดีกับเรามากๆเพราะเวลาที่เราอยากฟังเสียงข้างนอกด้วย มันก็จะช่วยเซฟเรื่องเสียงดังๆ เวลาที่มีเสียงดังแสบแก้วหู ระบบจะตัดขาดทันทีเพื่อปกป้องเรา แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเราอยากอยู่ในโลกส่วนตัว มันก็เปิดโหมดตัดเสียงได้เลย เงียบแบบเงียบมากๆ

( นอกเรื่อง ตอนนี้เราใช้ Sony xm6 อยู่นะคะ พอดีตอนที่ซื้อมีงบแค่รุ่นนี้😭  ถ้าใครมีความรู้หรือมีประสบการณ์ที่ดีกว่าช่วยแนะนำหน่อยนะคะ เราเลิฟหูฟังตัดเสียงรบกวนมาก)

💬 คอมเมนต์เตือนให้ลองพาคุณแม่ไปหาหมอตรวจหู เพราะเคยเจอในผู้สูงอายุว่าอาจจะหูตึงถึงได้พูดเสียงดัง

เราขอค้านอย่างตลกเลยนะคะว่าเราเคยแกล้งแม่ จริงๆแกล้งทุกวันค่ะ555 เราก็จะแอบพูดอะไรเบาๆเพื่อทดสอบแม่ว่าแม่ได้ยินมั้ย ผลคือได้ยินนะคะ  เราทำกับข้าวในครัว แกล้งพูดเบาๆว่า แม่เห็นซอสมั้ย แม่อยู่หน้าบ้านก็เดินเข้ามาหยิบให้ในครัว เราอึ้งมากเพราะคิดว่าน่าจะไม่ได้ยิน55555
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่