ถ้าไม่ได้ เอลนีโญ บ้านเราอาจจะเจอน้ำท่วม

จริงๆแล้วตอนนี้ในมหาสมุทรรอบๆบ้านเรา ไม่ได้มีแต่เอลนีโญเท่านั้น แต่ยังมีปรากฏการณ์ทางสมุทรศาสตร์อื่นอีกหลายชนิด ที่บังเอิญมาเกิดในตอนนี้ และกำลังส่งอิทธิพลแข่งกับเอลนีโญ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้การพยากรณ์ถึงผลกระทบจากเอลนีโญคลาดเคลื่อน

รูปข้างล่างนี้ เป็นรูปจริงๆของมหาสมุทร จาก NOAA ในช่วงต้นเดือนนี้ (ไม่ใช่การพยากรณ์)



คำอธิบายถึงปรากฏการณ์ทางสมุทรศาสตร์ที่กำลังแสดงผล

[1] NEP25A เป็น marine heatwave ที่เกิดในบริเวณวังวนแปซิฟิกเหนือ ซึ่งเกิดมาตั้งแต่ กันยา-ตุลาคม ปีที่แล้ว (2025) เรียกชื่อเป็นรหัสว่า NEP25A ประมาณปลายปี 2025 กลุ่มผืนน้ำร้อนนี้ได้เคลื่อนเข้าชนชายฝั่งอเมริกาเหนือ หลังจากนั้นได้ถูกกระแสน้ำแคลิฟอร์เนียพัดลงทางใต้ ไปรวมตัวกันอยู่ที่นอกฝั่งเม็กซิโก (ดูรูป) และถูกน้ำพัดกระจายไปตามตะวันตก (ดูตามลูกศร) ทำให้เกิดแถบน้ำอุ่นที่ลากขนานไปกับเส่นศูนย์สูตร แถบน้ำอุ่นนี้คือตัวให้กำเนิดพายุหมุนที่เรียงเป็นแถวในแปซิฟิก คือจริงๆแล้วพายุเกิดจาก NEP25A แต่เอลนีโญทำให้มีความแรงมากขึ้น

[2] The Blob 3.0 ในตอนที่มวลน้ำอุ่น NEP25A ถูกพัดลงทางใต้ ได้มีกลุ่มเล็กๆแยกตัวออก และเคลื่อนกลับไปที่วังวนแปซิฟิก กลายเป็น NEP26A หลังจากนั้นก็ทวีกำลังแรงขึ้นอย่างมากจนถีงเกณฑ์ กลายเป็นปรากฏการณ์ The Blob (ซึ่งเคยเกิดมาแล้วสองครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามจึงถูกเรียกว่า The Blob 3.0) ปรากฏการณ์นี้มีผลกระทบต่อภูมิอากาศของโลกสูงมากไม่แพ้เอลนีโญ ถึงกับทำให้กระแสลม jetstream ปั่นป่วน และส่งผลต่อทั้งสองฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิกในแถบละติจูดสูงได้มากกว่าเอลนีโญ สหรัฐนั้นพบว่าตนเองตกอยู่ใต้อิทธิพลของ The Blob มากกว่าเอลนีโญ กลางปี 2026 มวลน้ำก้อนนี้เคลื่อนเข้าชนฝั่งเอเชีย และทำให้ญี่ปุ่น-เกาหลีประสบสภาวะอากาศร้อนจัดยาวนานกว่าปกติ รวมทั้งร้อนเป็นประวัติการณ์ ตอนนี้ได้เคลื่อนกลับไปกลางวังวนแปซิฟิก และคาดการณ์ว่าจะเคลื่อนกลับไปชนชายฝั่งอเมริกาเหนือในตอนปลายปีนี้

[3] El Nino ที่มีกำลังแรงมาก มีคนพูดถึงเยอะแล้ว ดังนั้นจะไม่อธิบายมาก แต่ถ้าจำได้ เอลนีโญเป็นข่าวใหญ่มาตั้งแต่ต้นปี แต่การเกิดกลับล่าช้าไปจากที่คาดการณ์ไปประมาณเดือนครึ่ง ไปผ่านเกณฑ์เกิดเป็นเอลนีโญได้จริงๆประมาณกลางเดือนมิถุนายน ในเบื้องต้นคาดการณ์ว่าที่ล่าช้าเป็นเพราะถูกผลกระทบจากปรากฏกการณ์ทางสมุทรศาสตร์อย่างอื่นขัดขวางการพัฒนา ด้วยกลไกอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งกำลังศึกษากันอยู่ และเอลนีโญมีแนวโน้มจะไม่แผ่ขยายออกคลุมพื้นที่กว้างใหญ่มากนัก (จะไม่ใหญ่โตเป็น ก๊อดซิลลา เอลนีโญ) เพราะถูกล้อมตีกรอบด้วยปรากฏการณ์ทางสมุทรศาสตร์อย่างอื่น แต่การที่ไม่ขยายกว้างจะทำให้มีความร้อนมากขึ้น (จะเป็น ซุปเปอร์เอลนีโญ) แต่จะส่งอิทธิพลต่อภูมิอากาศได้น้อยลง เพราะขนาดนั้นก็มีผล

Marine Heatwave ทั้ง [1]+[2] เป็นน้ำอุ่นที่เกิดที่ผิวน้ำ เกิดจากน้ำที่ตากแดดอยู่นาน ต่างจาก เอลนีโน [3] ที่เป็นน้ำอุ่นที่ผุดขึ้นมาจากระดับลึก ในภาพรวมผืนน้ำอุ่นเหล่านี้ไม่ได้เกิดเพราะโลกร้อน เพราะผืนน้ำอุ่นเป็นตัวจ่ายพลังงานให้อากาศ ไม่ใช่รับพลังงานจากอากาศ คือผืนน้ำอุ่นทำให้โลกร้อนมากขึ้น

[4] Pacific Decadal Oscillation negative (PDO -) คือผืนน้ำเย็นสีฟ้า (ดูรูป) เริ่มก่อตัวเกือบจะพร้อมๆกับ เอลนีโญ จริงๆแล้วควรจะปรากฏทั้งทางเหนือและทางใต้ของศูนย์สูตร เป็นเหมือนคีมที่บีบเอลนีโญไว้ตรงกลาง แต่ครั้งนี้มีเฉพาะทางใต้ เพราะทางเหนือถูก NEP25A หักล้าง แต่ก็ยังพอจะมองเห็นบางส่วนเป็นสีฟ้า บริเวณ ลองกิจูด 150E -180 ปรากฏการณ์นี้เป็นตัวหักล้างกับเอลนีโญโดยตรง สะกัดการขยายตัวของเอลนีโญ รวมทั้งจะช่วยป้องกันแนวปะการังจากปรากฏการณ์ฟอกขาว

[5] Indian Ocian Dipole negative (IDO -) คือผืนน้ำอุ่นที่รวมตัวกันอยู่ทางตะวันตกของเกาะสุมาตรา ปรากฏการณ์นี้ ถ้าเป็น positive จะทำให้ฝนจะตกมากทางฝั่งแอฟริกา แต่ถ้าเป็น negattive จะทำให้ฝนก็จะตกมากแถวบ้านเรา

ปรากฏการณ์ทางสมุทรศาสตร์เหล่านี้ทุกปรากฏการณ์มีผลกระทบต่อดินฟ้าอากาศ บางพื้นที่ก็จะแสดงผลหักล้างกับเอลนีโญ แต่บางที่ก็เสริมแรงกัน แต่สำหรับบ้านเรา ทั้งหมดแสดงผลในทิศทางที่จะทำให้ฝนตกมากขึ้น และดูเหมือนเมื่อรวมพลังกันแล้วจะสามารถชนะพลังของเอลนีโญได้ ทำให้บ้านเราไม่เกิดความแห้งแล้งตามที่หลายฝ่ายพยากรณ์ ผมคิดอยู่ว่าโชคดีนะที่เกิดเอลนีโญ เพราะถ้าปีนี้เป็นลานีญาแทนที่จะเป็นเอลนีโญ บ้านเราอาจจะโดนน้ำท่วมระดับเป็นตำนานก็ได้

อนึ่งสำนักใหญ่ที่พยากรณ์ที่ออกข่าวให้เห็นกันบ่อยๆ มีสองสำนักคือ สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) กับ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ทาง NOAA นั้นพยากรณ์โดยใช้แบบจำลองและซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ส่วน WMO เป็นการรวมกลุ่มนักวิชาการจากหลายประเทศ พยากรณ์โดยใช้ฉันทามติของนักวิชาการ บางคนบอกว่า NOAA แม่นกว่าในระยะสั้น เช่น ถ้าถามว่าสัปดาห์หรือเดือนหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าถามถึงช่วงเวลายาวๆเป็นหลายๆเดือน WMO ที่ใช้เซ้นส์ของนักวิชาการที่มีประสบการณ์มีแนวโน้มจะถูกมากกว่า แต่เท่าที่ผมติดตามดูมาตั้งแต่ต้นปี ไม่มีใครถูกทั้งหมด บางเรื่อง NOAA ถูก บางเรื่อง WMO ถูก

พยากรณ์อากาศของปลายปีจะเป็นอย่างไร คำพยากรณ์ทั่วๆไปที่อ้างอิงกับเอลนีโญ บอกว่าจะเป็นหน้าหนาวที่ไม่หนาวและจะแห้งแล้งยาว แต่ถ้าพิจารณาถึงองค์ประกอบอย่างอื่นของมหาสมุทรด้วย หน้าหนาวปีนี้อาจจะแปรปรวน เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว และอาจจะมีฝนหลงฤดู ส่วนของจริงจะเป็นอย่างไร ขึ้นกับแฟคเตอร์ตัวอื่นของมหาสมุทรว่าจะเป็นอย่างไรในตอนนั้น

ปลายปีจะเป็นอย่างไร ทาง NOAA ได้พยากรณ์ไว้ในรูปข้างล่าง ซึ่งแสดงภาพตอนสิ้นปี 2026

แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่