เส้นเลือดตีบ ไม่ได้เกิดแค่ที่หัวใจ! เช็ก 5 จุดอันตรายที่ต้องระวัง!

เวลาพูดคำว่า “เส้นเลือดตีบ” หลายคนจะนึกถึงหัวใจก่อนครับ
แน่นหน้าอก
เหนื่อย
เส้นเลือดหัวใจตีบ
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
แต่จริง ๆ แล้ว คราบไขมันและหลอดเลือดที่เสื่อมไม่ได้เลือกไปเกาะอยู่แค่หัวใจ

มันสามารถเกิดได้หลายจุดทั่วร่างกายครับ
และจุดที่ผมห่วงมากคือ บางตำแหน่งมันค่อย ๆ ตีบเงียบ ๆ อยู่หลายปี จนวันหนึ่งเกิดเหตุแบบเฉียบพลัน
แขนขาอ่อนแรง
พูดไม่ชัด
เดินแล้วปวดขา
ไตแย่
หรือเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญไม่พอ

ผมอยากให้คิดง่าย ๆ ว่า ถ้าระบบหลอดเลือดเริ่มมีปัญหา มันไม่ได้เป็นโรคของอวัยวะเดียว แต่มันเป็นเรื่องของทั้งเครือข่าย
วันนี้มาดูกันครับว่า นอกจากหัวใจแล้ว มี 5 จุดไหนที่ถ้าเส้นเลือดตีบขึ้นมาแล้วอันตรายมาก

1. เส้นเลือดที่คอ — จุดสำคัญก่อนเลือดจะขึ้นไปเลี้ยงสมอง
บริเวณคอมีเส้นเลือดใหญ่ชื่อ carotid artery ทำหน้าที่ส่งเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองครับ
ถ้าเกิดคราบไขมันสะสมจนตีบ หรือมีคราบแตกแล้วเกิดลิ่มเลือดขึ้นมา
ชิ้นส่วนของลิ่มเลือดสามารถหลุดขึ้นไปอุดหลอดเลือดสมองได้
ตรงนี้จึงเชื่อมกับ TIA และ Stroke
อาการเตือนที่ต้องจำคือ
หน้าเบี้ยว
แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว
พูดไม่ชัด
พูดไม่ออก
มองเห็นผิดปกติเฉียบพลัน
บางครั้งอาการเกิดแค่ไม่กี่นาทีแล้วหายเอง
อันนี้ยิ่งต้องจริงจังครับ เพราะอาจเป็น TIA หรือภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว
เหมือนไฟกระพริบเตือนก่อนระบบใหญ่จะดับ
ถ้ามีอาการแบบนี้ อย่ารอให้เป็นซ้ำครับ ต้องไปโรงพยาบาลทันที

2. เส้นเลือดในสมอง — ตีบตรงนี้คือ Stroke โดยตรง
ถ้าเส้นเลือดในสมองตีบ เลือดและออกซิเจนจะไปเลี้ยงเนื้อสมองไม่พอ
เนื้อสมองขาดเลือดแล้วเริ่มเสียหายเร็วมากครับ
อาการขึ้นอยู่กับว่าตีบตรงไหน
บางคนแขนขาอ่อนแรง
บางคนพูดไม่ชัด
บางคนเห็นภาพซ้อน
บางคนเดินเซ
บางคนชาครึ่งซีก
จุดสำคัญคืออาการมักมา “ฉับพลัน”
เมื่อกี้ยังปกติ
อีกไม่กี่นาทีเริ่มพูดไม่ชัด
นี่คือเหตุที่คำว่า FAST สำคัญ
Face — หน้าเบี้ยว
Arm — แขนอ่อนแรง
Speech — พูดผิดปกติ
Time — รีบไปโรงพยาบาล
เรื่องนี้ไม่ใช่รอดูพรุ่งนี้ครับ
เวลามีค่าเป็นนาทีจริง ๆ

3. เส้นเลือดที่ขา — เดินแล้วปวดน่อง อย่าคิดว่าแก่หรือกล้ามอ่อนอย่างเดียว
ภาวะนี้เรียกว่า Peripheral Artery Disease หรือ PAD
เกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงขาตีบครับ
อาการคลาสสิกคือ
เดินไปสักระยะแล้วปวดน่อง
พักแล้วดีขึ้น
พอเดินต่อก็ปวดอีก
อันนี้เรียกว่า intermittent claudication
บางคนไม่ปวดชัด แต่จะรู้สึกขาหนัก ขาอ่อน เท้าเย็น หรือมีแผลที่เท้าหายช้าครับ
ถ้าตีบรุนแรงมาก อาจมีอาการปวดเท้าตอนพัก โดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือปลายเท้าซีดคล้ำ
ผมอยากให้ระวังเป็นพิเศษในคนที่เป็น
เบาหวาน
สูบบุหรี่
ไขมันสูง
ความดันสูง
อายุมากขึ้น
เพราะคนที่มี PAD ไม่ได้เสี่ยงแค่เรื่องขา
มันยังบอกเราด้วยว่า หลอดเลือดที่หัวใจและสมองก็อาจมีคราบไขมันอยู่เหมือนกัน

4. เส้นเลือดไต — ตีบแล้วความดันอาจคุมยาก และไตแย่ลง
อันนี้คนทั่วไปไม่ค่อยนึกถึงครับ
หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตเรียกว่า renal artery
ถ้ามันตีบ ไตจะรู้สึกเหมือนเลือดมาเลี้ยงไม่พอ แล้วกระตุ้นระบบฮอร์โมนที่ทำให้ความดันสูงขึ้น
ผลคือบางคนมี
ความดันสูงมาก
คุมยาก
ต้องใช้ยาหลายตัว
หรือค่าไตแย่ลง
ตรงนี้จะสงสัยมากขึ้นในคนที่มีโรคหลอดเลือดหลายตำแหน่งอยู่แล้ว หรือความดันแย่ลงแบบผิดจากเดิม
ไม่ใช่ความดันสูงทุกคนต้องไปตรวจเส้นเลือดไตนะครับ
แต่ถ้าคุมยากมาก หรือไตเปลี่ยนเร็ว แพทย์จะมองเรื่องนี้เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ต้องประเมินครับ

5. เส้นเลือดที่เลี้ยงลำไส้ — จุดนี้เกิดไม่บ่อย แต่ถ้าอุดเฉียบพลันอันตรายมาก
อีกตำแหน่งหนึ่งคือเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงลำไส้ครับ
ถ้าเส้นเลือดบริเวณนี้ตีบเรื้อรัง บางคนจะมีอาการ
ปวดท้องหลังอาหาร
กินแล้วปวดจนเริ่มกลัวการกิน
น้ำหนักลดลง
เพราะพอกินอาหาร ลำไส้ต้องการเลือดมากขึ้น แต่เลือดไปไม่พอ
ส่วนถ้าเกิดอุดตันเฉียบพลัน อาการมักปวดท้องรุนแรงมาก และถือเป็นภาวะฉุกเฉิน
เรื่องนี้เรียกว่า mesenteric ischemia
จุดที่อันตรายคือ ถ้าลำไส้ขาดเลือดนาน เนื้อเยื่อสามารถเสียหายได้เร็วครับ
เพราะฉะนั้นปวดท้องรุนแรงผิดปกติแบบมาเร็ว โดยเฉพาะในคนที่มีโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือด หรือมีความเสี่ยงลิ่มเลือด ต้องรีบประเมินครับ

แล้วทำไมคนหนึ่งถึงตีบได้หลายจุด?
เพราะต้นเหตุหลักหลายอย่างเป็น “ระบบเดียวกัน” ครับ
เช่น
LDL สูง
เบาหวาน
ความดัน
สูบบุหรี่
พุงเยอะ
ไม่ค่อยขยับ
อายุเพิ่มขึ้น
พันธุกรรม
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ไปกระทบแค่หัวใจ
มันทำให้ผนังหลอดเลือดทั่วร่างกายเสื่อมและเกิดคราบไขมันได้ง่ายขึ้น
เพราะฉะนั้นถ้าตรวจเจอหลอดเลือดตีบที่หนึ่งจุด
ผมอยากให้มองทั้งตัวครับ
ไม่ใช่แค่รักษาตำแหน่งนั้นแล้วจบ

ต้องกลับมาดูว่า LDL คุมดีหรือยัง น้ำตาลเป็นอย่างไร ความดันเท่าไร สูบบุหรี่อยู่ไหม รอบเอวเพิ่มขึ้นหรือเปล่า และออกกำลังกายสม่ำเสมอแค่ไหน
นี่คือการแก้ “ระบบหลอดเลือด” มากกว่าแก้ทีละจุดครับ
ถ้ามีอาการแบบนี้ ผมอยากให้รีบไปโรงพยาบาล
• หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด
• มองเห็นผิดปกติเฉียบพลัน
• ปวดขารุนแรงเฉียบพลัน เท้าเย็น ซีด หรือคลำชีพจรไม่ได้
• ปวดท้องรุนแรงผิดปกติแบบเฉียบพลัน
• เจ็บหน้าอก หอบ เหงื่อแตก หน้ามืด

พวกนี้คืออาการที่ไม่ควรรอดูเองครับ
สรุปครับ
เส้นเลือดตีบไม่ได้มีแค่ที่หัวใจ
มันเกิดได้ที่
คอ
สมอง
ขา
ไต
และเส้นเลือดที่เลี้ยงลำไส้

และจุดสำคัญคือ ถ้าหลอดเลือดเริ่มมีปัญหาที่หนึ่งตำแหน่ง เราต้องมองทั้งระบบ
เพราะคราบไขมันไม่ได้รู้จักคำว่า “พอแล้ว อยู่แค่ตรงนี้”

วันนี้ถ้ามี LDL สูง เบาหวาน ความดัน พุงเยอะ สูบบุหรี่ หรือมีประวัติครอบครัวโรคหลอดเลือด ผมอยากให้เริ่มจัดการตั้งแต่ยังไม่มีอาการครับ
เพราะเวลาหลอดเลือดตีบแล้วเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา ความเสียหายมักมาเร็วกว่าที่เราคิดมาก

Cr. FBหมอเจด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่