ถ้าเป็นscenario(ฉากทัศน์) ก็เปรียบเหมือน กลุ่มสามเณรที่รวมหัวกัน
แอบหลวงตากินมาม่าตอนเย็น
ต่างคนต่างกินกัน แต่พอเหลือมาม่าห่อสุดท้าย คนตัวโตแย่งไปกินก่อน เท่านั้นแหละสามเณรตัวน้อยก็วิ่งไปฟ้อง
หลวงตาว่า สามเณรตัวโตแอบกินมาม่า
หลวงตาเห็นปากสามเณรตัวน้อย แล้วจึงบอกว่า...เอ็งก็กินด้วย ปากยังมีเศษมาม่าติดอยู่เลย
สามเณรน้อยรีบสวนหลวงตาว่า หนูฟ้องว่ามันโกงมาม่าหนู ไม่ได้บอกว่ามันกินมาม่า
ผมนี้ตลกกึ่งเวทนากับไอ้พรรคส้มจริงๆ ทำตัวเหมือนเด็ก ความเชื่อมั่นไม่มี
ก่อนหน้าพร่ำมาแต่ที่ ฮั้วสวๆๆๆๆๆๆๆ ภายหลังโดนชำแระว่า ตัวเอ็งนั้นแหละต้นตำหรับการฮั้ว
แถมฮั้วแบบง่าวๆไร้สติ ตามแบบสามกีบ คือคิดว่าฉันทำอะไรไม่ผิด ถ้าจะเอาผิดต้องไปเอาผิดที่กฎหมาย
จากกระแสที่พรรคเพื่อไทยเอากรณีฮั้วสวมาล้างแค้นทางการเมือง
พรรคส้มได้ที่เอามาตีฟูต่อ โดยลืมไปว่าตัวเองก็มีการกระทำเช่นนั้นแถมปะเจิดปะเจ้อกว่า
หวังว่าจะขว้างมูเมอแรงใส่หัวสสและสวพรรคสีน้ำเงิน แต่มูเมอแรงดันทลึ่งย้อนกลับมาตีหัวตัวเอง
จากกระแสตีฟูว่า สีน้ำเงินฮั้วสว พอโดนสวนว่าเอ็งก็ฮั้ว ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นสีน้ำเงินโกงสว
สงสัยงานนี้คงหัวปูดอีกครั้ง จากฮั้วและที่เจ๊ไหมเอาหัวชนกำแพง
เพราะอะไร นั้นก็เพราะคำว่า"โกง" เขาใช้กับการทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไปจากความเป็นจริง
หรือการกระทำที่ไม่ยอมรับผลที่เป็นจริงหรือภาษานักเลงเรียกล้มโต๊ะ
การไม่ยอมรับผลคะแนนนั่นแหละ คือ การโกงการเลือกตั้ง
ปล.ว่าแต่คดีที่ด้อมสามกีบเอาพวกไปป่วนด้วการเปิดหีบบัตรเลือกตั้งผู้แทนเมืองชลฯ
คดีมันไปถึงไหนแล้ว?
ไม่เอาแล้วไม่"ฮั้ว"แล้วจ้า เอา"โกง"สว.ดีกว่า
แอบหลวงตากินมาม่าตอนเย็น
ต่างคนต่างกินกัน แต่พอเหลือมาม่าห่อสุดท้าย คนตัวโตแย่งไปกินก่อน เท่านั้นแหละสามเณรตัวน้อยก็วิ่งไปฟ้อง
หลวงตาว่า สามเณรตัวโตแอบกินมาม่า
หลวงตาเห็นปากสามเณรตัวน้อย แล้วจึงบอกว่า...เอ็งก็กินด้วย ปากยังมีเศษมาม่าติดอยู่เลย
สามเณรน้อยรีบสวนหลวงตาว่า หนูฟ้องว่ามันโกงมาม่าหนู ไม่ได้บอกว่ามันกินมาม่า
ผมนี้ตลกกึ่งเวทนากับไอ้พรรคส้มจริงๆ ทำตัวเหมือนเด็ก ความเชื่อมั่นไม่มี
ก่อนหน้าพร่ำมาแต่ที่ ฮั้วสวๆๆๆๆๆๆๆ ภายหลังโดนชำแระว่า ตัวเอ็งนั้นแหละต้นตำหรับการฮั้ว
แถมฮั้วแบบง่าวๆไร้สติ ตามแบบสามกีบ คือคิดว่าฉันทำอะไรไม่ผิด ถ้าจะเอาผิดต้องไปเอาผิดที่กฎหมาย
จากกระแสที่พรรคเพื่อไทยเอากรณีฮั้วสวมาล้างแค้นทางการเมือง
พรรคส้มได้ที่เอามาตีฟูต่อ โดยลืมไปว่าตัวเองก็มีการกระทำเช่นนั้นแถมปะเจิดปะเจ้อกว่า
หวังว่าจะขว้างมูเมอแรงใส่หัวสสและสวพรรคสีน้ำเงิน แต่มูเมอแรงดันทลึ่งย้อนกลับมาตีหัวตัวเอง
จากกระแสตีฟูว่า สีน้ำเงินฮั้วสว พอโดนสวนว่าเอ็งก็ฮั้ว ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นสีน้ำเงินโกงสว
สงสัยงานนี้คงหัวปูดอีกครั้ง จากฮั้วและที่เจ๊ไหมเอาหัวชนกำแพง
เพราะอะไร นั้นก็เพราะคำว่า"โกง" เขาใช้กับการทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไปจากความเป็นจริง
หรือการกระทำที่ไม่ยอมรับผลที่เป็นจริงหรือภาษานักเลงเรียกล้มโต๊ะ
การไม่ยอมรับผลคะแนนนั่นแหละ คือ การโกงการเลือกตั้ง
ปล.ว่าแต่คดีที่ด้อมสามกีบเอาพวกไปป่วนด้วการเปิดหีบบัตรเลือกตั้งผู้แทนเมืองชลฯ
คดีมันไปถึงไหนแล้ว?