การผงาดขึ้นมาเป็นเจ้าเทคโนโลยีของจีน ทำให้ชาติตะวันตกไม่สามารถรุกรานชาติเล็ก ๆ ที่อ่อนแอกว่าแบบง่าย ๆ ได้อีกต่อไป

ในช่วง 20 ปีมานี้ จีนพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ทั้งที่ใช้ทางด้านการทหารและการพาณิชย์ เช่น เทคโนโลยีกำหนดพิกัดด้วยดาวเทียม เทคโนโนโลยีตรวจจับวัตถุด้วยคลื่นอินฟาเรด เทคโนโลยี AI หุ่นยนต์อัตโนมัติ เทคโนโลยีชิปขนาดเล็กที่ใช้ทังในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และใช้นำทางขีปนาวุธ เทคโนโลยีโดรนที่ขับเคลื่อนได้อัตโนมัติในระยะไกล ฯลฯ

จีนยังส่งออกเทคโนโลยี ทั้งในรูปสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูกกว่าที่ชาติตะวันกผลิตหลายเท่า และที่สำคัญยังส่งออกเทคโนโลยีเหล่านี้ที่ใช้ในการทหารให้กับประเทศที่เป็นพันธมิตรกับจีน เช่น รัสเซีย อิหร่าน เกาหลีเหนือ

ผลก็คือ อเมริกา ที่เคยเป็นเจ้าเทคโนโลผูกขาดด้านขีปนาวุธระบุพิกัดอย่างแม่นยำด้วยระบบ GPS ซึ่งเคยถล่มทั้ง  อิรัก และ อาฟากนิสถาน จนแพ้ราบคาบสิ้นชาติมาแล้วแบบที่ทหารราบแทบไม่ต้องออกแรงหรือสูญเสียอะไรมากมายในยุค 90  กลับไม่สามารถใช้วิธีการเดียวกันนี้กับอิหร่านในสงครามยุคปัจจุบันได้อีกต่อไป เทคโนโลยีโดรนราคาถูกกำลังกัดกินจำนวนขีปนาวุธต่อต้อต้านราคาแพงของอเมริกาอย่างรวดเร็ว ในเวลาเพียงแค่ 6 เดือน คลังขีปนาวุธ patriot ลดลงในอัตราน่าตกใจจนเหลือไม่ถึง 40% ที่ยังมีอยู่ในคลัง ระบบกำหนดพิกัดการโจมตีด้วยดาวเทียมที่แม่นยำของอิหร่านก็ทำลายฐานทัพลอบ ๆ ตะวันออกกลางของอเมริกาจนย่อยยับ แม้กระทั่งเรือบรรทุกเครื่องอับราฮัม ลินคอลน์ ก็ยังต้องลอยลำให้พ้นพิสัยการโจมตีและไม่สามารถใช้ศักยภาพในการโจมตีได้อย่างเต็ม ศักยภาพจนต้องถอยหนีมาพัทยาเพราะลูกเรือทนต่อความเหนื่อยล้าไม่ไหว

กลับกันถ้าจีนไม่พัฒนาเทคโนโลยีราคาถูกเหล่านี้ขึ้นมาได้เร็วขนาดนี้ อิหร่านคงจะไม่สามารถยืนหยัดต่อต้านอเมริกาได้ยาวนานถึงครึ่งปีจนอเมริกาอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก คลังอาวุธอยู่ในภาวะวิกฤติ ฐานะการเงินการคลังระส่ำระส่าย ถ้าไม่มีเทคโนลยีจีนอิหร่านคงจะมีชะตากรรมไม่ต่างจาก อิรัก ที่โดนอเมริกาเขมือบและโดนสูบน้ำมันจนหมดประเทศแล้ว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่