LS Securities ชี้ BTS ได้รับส่วนแบ่งรายได้เพิ่มขึ้นหลังต่อสัญญาใหม่ แต่ยังคงแนะนำ "ซื้อ" หุ้น HYBE มั่นใจรายได้คอนเสิร์ตและ Weverse ดันกำไรโตพุ่ง
วิเคราะห์ HYBE 2026: รับแรงกดดันสัดส่วนแบ่งรายได้ BTS ฉบับใหม่ แต่ LS Securities ยังเชียร์ "ซื้อ" มองสเกลคอนเสิร์ต-Weverse หนุนกำไรโตระยะยาว
By Park Ji-young Published 2026.09.09. 09:05
Chosun biz
แม้ว่าบริษัท HYBE จะต้องเผชิญกับอัตรากำไรระยะสั้นที่ชะลอตัวลงจากอัตราค่าตอบแทน และสัดส่วนการแบ่งรายได้ของ BTS ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังจากการต่อสัญญาฉบับใหม่ ประกอบกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดตัววงใหม่และการจัดกิจกรรมของศิลปินในสังกัด แต่สถาบันการเงินชั้นนำอย่าง
LS Securities ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น HYBE โดยให้ราคาเป้าหมายสูงถึง 300,000 วอน (จากราคาปิดที่ 181,400 วอน)
ความเชื่อมั่นของนักวิเคราะห์สะท้อนว่า แม้ภาระด้านต้นทุนตามสัญญาใหม่ของ BTS จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่
"สเกลรายได้มหาศาล" จากการคัมแบ็กและทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลกของ BTS จะสร้างการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงาน ที่แข็งแกร่งพอจะชดเชยต้นทุนดังกล่าวได้ นอกจากนี้ HYBE ยังมีแรงส่งสำคัญจากพอร์ตโฟลิโอศิลปินใหม่ที่ขยายตัว และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของแพลตฟอร์ม Weverse
3 ปัจจัยหลักขับเคลื่อนการเติบโตของ HYBE ในปี 2026
- สเกลคอนเสิร์ต BTS ปะทะภาระสัญญาใหม่: แม้สัดส่วนการแบ่งรายได้ให้ BTS จะสูงขึ้น แต่ผลประกอบการไตรมาส 2 ยืนยันว่ารายได้จากคอนเสิร์ตของ BTS มีขนาดใหญ่มากจนกลายเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยดันผลกำไรภาพรวม ทำให้นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- การเติบโตของศิลปินหน้าใหม่ (New IPs): ศิลปินรุ่นใหม่อย่าง
Cortes ทำยอดขายอัลบั้มทะลุ 3.3 ล้านชุดพร้อมเดินสายทัวร์ 14 รอบในอเมริกาเหนือและญี่ปุ่น ขณะที่
KATSEYE เตรียมจัดทัวร์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเท่าตัว และการเดบิวต์ของวง
Tweed ในครึ่งปีหลัง จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเสริมฐานรายได้ระยะยาว
- Weverse ทำกำไรนิวไฮ: ผู้ใช้งานต่อเดือน (MAU) ในไตรมาส 2 พุ่งแตะ 14.4 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 3.5 ล้านคน YoY) โดยได้แรงหนุนจากการคัมแบ็กของ BTS และแฟนคลับของศิลปินใหม่ ขณะที่ยอดผู้สมัครสมาชิกแบบชำระเงิน (Paid Membership) ขยายตัวอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะกลายเป็นตัวทำกำไรหลักให้บริษัทในปีนี้
สรุปได้ว่า แม้ตลาดจะเคยแสดงความกังวลเรื่องการแบ่งรายได้ตามสัญญาใหม่ของ BTS ที่อาจบีบอัดอัตรากำไรในระยะสั้น แต่ภาพรวมปี 2026 ของ HYBE ยังคงสดใสอย่างมาก ด้วยแรงส่งจากการก้าวกระโดดของธุรกิจแพลตฟอร์ม Weverse และศักยภาพในการทำรายได้มหาศาลเมื่อวง BTS กลับมาดำเนินกิจกรรมอย่างเต็มรูปแบบ
LS Securities ชี้ BTS ได้รับส่วนแบ่งรายได้เพิ่มขึ้นหลังต่อสัญญาใหม่ แต่ยังคงแนะนำซื้อหุ้น HYBE มั่นใจรายได้จากคอนเสิร์ต
วิเคราะห์ HYBE 2026: รับแรงกดดันสัดส่วนแบ่งรายได้ BTS ฉบับใหม่ แต่ LS Securities ยังเชียร์ "ซื้อ" มองสเกลคอนเสิร์ต-Weverse หนุนกำไรโตระยะยาว
แม้ว่าบริษัท HYBE จะต้องเผชิญกับอัตรากำไรระยะสั้นที่ชะลอตัวลงจากอัตราค่าตอบแทน และสัดส่วนการแบ่งรายได้ของ BTS ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังจากการต่อสัญญาฉบับใหม่ ประกอบกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดตัววงใหม่และการจัดกิจกรรมของศิลปินในสังกัด แต่สถาบันการเงินชั้นนำอย่าง LS Securities ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น HYBE โดยให้ราคาเป้าหมายสูงถึง 300,000 วอน (จากราคาปิดที่ 181,400 วอน)
ความเชื่อมั่นของนักวิเคราะห์สะท้อนว่า แม้ภาระด้านต้นทุนตามสัญญาใหม่ของ BTS จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ "สเกลรายได้มหาศาล" จากการคัมแบ็กและทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลกของ BTS จะสร้างการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงาน ที่แข็งแกร่งพอจะชดเชยต้นทุนดังกล่าวได้ นอกจากนี้ HYBE ยังมีแรงส่งสำคัญจากพอร์ตโฟลิโอศิลปินใหม่ที่ขยายตัว และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของแพลตฟอร์ม Weverse
3 ปัจจัยหลักขับเคลื่อนการเติบโตของ HYBE ในปี 2026
- สเกลคอนเสิร์ต BTS ปะทะภาระสัญญาใหม่: แม้สัดส่วนการแบ่งรายได้ให้ BTS จะสูงขึ้น แต่ผลประกอบการไตรมาส 2 ยืนยันว่ารายได้จากคอนเสิร์ตของ BTS มีขนาดใหญ่มากจนกลายเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยดันผลกำไรภาพรวม ทำให้นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- การเติบโตของศิลปินหน้าใหม่ (New IPs): ศิลปินรุ่นใหม่อย่าง Cortes ทำยอดขายอัลบั้มทะลุ 3.3 ล้านชุดพร้อมเดินสายทัวร์ 14 รอบในอเมริกาเหนือและญี่ปุ่น ขณะที่ KATSEYE เตรียมจัดทัวร์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเท่าตัว และการเดบิวต์ของวง Tweed ในครึ่งปีหลัง จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเสริมฐานรายได้ระยะยาว
- Weverse ทำกำไรนิวไฮ: ผู้ใช้งานต่อเดือน (MAU) ในไตรมาส 2 พุ่งแตะ 14.4 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 3.5 ล้านคน YoY) โดยได้แรงหนุนจากการคัมแบ็กของ BTS และแฟนคลับของศิลปินใหม่ ขณะที่ยอดผู้สมัครสมาชิกแบบชำระเงิน (Paid Membership) ขยายตัวอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะกลายเป็นตัวทำกำไรหลักให้บริษัทในปีนี้
สรุปได้ว่า แม้ตลาดจะเคยแสดงความกังวลเรื่องการแบ่งรายได้ตามสัญญาใหม่ของ BTS ที่อาจบีบอัดอัตรากำไรในระยะสั้น แต่ภาพรวมปี 2026 ของ HYBE ยังคงสดใสอย่างมาก ด้วยแรงส่งจากการก้าวกระโดดของธุรกิจแพลตฟอร์ม Weverse และศักยภาพในการทำรายได้มหาศาลเมื่อวง BTS กลับมาดำเนินกิจกรรมอย่างเต็มรูปแบบ