ตั้งแต่เศรษฐกิจไม่ดีก็มีเรื่องขโมยของ ของหายกันถี่ขึ้น ตอนนี้รายวัน
ส่วนมากขโมยจะเป็นเด็กก็เลยไม่ถูกดำเนินคดี ขโมยแค่ของเล็กๆน้อยๆ
มีบ้างที่ขโมยเงินแต่จำนวนไม่มากพอเอาเงินมาคืนเรื่องก็จบ
กลับมาอยู่บ้าน 5 ปี 3 ปีแรกก็ยังไม่มีข่าวบ่อยๆ
ปีนี้คือเรื่องเกิดรายวัน นี่เอาแค่ในตำบลยังไม่นับระดับอำเภอ
จากชีวิตที่สงบสุขมันกลายเป็นชีวิตที่หลอนกว่าตอนอยู่นนทบุรีซะอีก
ต้องคอยเช็คกล้องตลอด ในบ้านตัวเองก็วางเงินแบบสบายใจไม่ได้
ล่าุดข้างบ้านกะหล่ำหาย 5 หัว เงินอีก 200 บาท มาม่า ปลากระป๋อง หม้อหุงข้าว
ถ้ามันเอาไปได้เยอะกว่านี้คงไปหมดแล้ว
ยายแกปลูกผักไว้กินเอง รายได้ก็แทบไม่มี ก็ยังจะขโมยของแกอีก
ไปตลาดแล้วได้ยินเรื่องจักรยานหาย ของในตลาดหายทุกสัปดาห์ จากเมื่อก่อนสองสามปีครั้ง
เราเลยต้องสัญญาณกันขโมยเพิ่ม จากเดิมกล้อง 6 ตัวรอบบ้าน
บางคืนนอนอยู่ ได้ยินเสียงก๊อกแก๊ก ก็รู้สึกระแวงไปหมด
ที่อื่นเป็นเหมือนกันไหม อยากรู้ว่าส่วนใหญ่เจอแบบเดียวกันอยู่ไหม
เหนื่อยหน่ายกับสังคมชนบท คนในชุมชนเริ่มเป็นขโมยเยอะขึ้นทุกวัน เมื่อก่อนไม่เคยต้องล็อครั้ว ตอนนี้ติดกล้องรอบบ้าน
ส่วนมากขโมยจะเป็นเด็กก็เลยไม่ถูกดำเนินคดี ขโมยแค่ของเล็กๆน้อยๆ
มีบ้างที่ขโมยเงินแต่จำนวนไม่มากพอเอาเงินมาคืนเรื่องก็จบ
กลับมาอยู่บ้าน 5 ปี 3 ปีแรกก็ยังไม่มีข่าวบ่อยๆ
ปีนี้คือเรื่องเกิดรายวัน นี่เอาแค่ในตำบลยังไม่นับระดับอำเภอ
จากชีวิตที่สงบสุขมันกลายเป็นชีวิตที่หลอนกว่าตอนอยู่นนทบุรีซะอีก
ต้องคอยเช็คกล้องตลอด ในบ้านตัวเองก็วางเงินแบบสบายใจไม่ได้
ล่าุดข้างบ้านกะหล่ำหาย 5 หัว เงินอีก 200 บาท มาม่า ปลากระป๋อง หม้อหุงข้าว
ถ้ามันเอาไปได้เยอะกว่านี้คงไปหมดแล้ว
ยายแกปลูกผักไว้กินเอง รายได้ก็แทบไม่มี ก็ยังจะขโมยของแกอีก
ไปตลาดแล้วได้ยินเรื่องจักรยานหาย ของในตลาดหายทุกสัปดาห์ จากเมื่อก่อนสองสามปีครั้ง
เราเลยต้องสัญญาณกันขโมยเพิ่ม จากเดิมกล้อง 6 ตัวรอบบ้าน
บางคืนนอนอยู่ ได้ยินเสียงก๊อกแก๊ก ก็รู้สึกระแวงไปหมด
ที่อื่นเป็นเหมือนกันไหม อยากรู้ว่าส่วนใหญ่เจอแบบเดียวกันอยู่ไหม