สภาเดือดกลางดึก! ภูมิใจไทย-ปชน. ประท้วงซัดนัวปมงบน้ำบาดาล กระจุกตัวผิดพื้นที่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5881472
.

.
ดึกๆ สภาเดือดอีกแล้ว! ‘ภูมิใจไทย-ปชน.’ ซัดนัวงบน้ำบาดาล 1.5 พันล้าน หลัง ‘ณัฐชา’ จี้ถามปมกระจุกตัว-ผิดพื้นที่ ด้าน ‘พิมพ์ภัทรา’ โต้ไล่ ‘กาย’ ดู สส.ประชาชนอยู่แต่ในเขตเมือง ใช้น้ำจาก กปน.-กปภ.สวนกลับอย่าเน้นคอนเทนต์ ขณะที่ ‘รักชนก’ ของขึ้นตัวสั่นหวิดปะทะคารมเดือด
.
เมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 9 กันยายน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ระหว่างพิจารณาในมาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
.
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้แจง ว่า เป็นประเด็นที่ตนต้องตอบ เพราะเป็นคำถามจากกรรมาธิการเสียงข้างน้อย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คำถามนี้เคยถามในห้องประชุมกรรมาธิการงบประมาณแล้ว ก็ชี้แจงคิดว่าจะเข้าใจกัน เมื่อมีประเด็นกรมทรัพยากรน้ำบาดาล งบประมาณปี 70 ตั้งไว้ 1.5 พันล้านบาท เพื่อจะดำเนินการขุดบ่อน้ำบาดาลให้กับประชาชน แต่บ่อน้ำบาดาลมาอยู่ในพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยมากกว่าพรรคประชาชน ซึ่งจะมีการเจาะน้ำบาดาลประมาณ 281 โครงการ อยู่ในพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทย 141 โครงการ
.
นายบุญจง กล่าวต่อว่า พวกเราเป็น ส.ส. รู้ดีว่าปัญหาของประชาชนเรื่องน้ำเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะผู้แทนราษฎรที่อยู่ในเขตเลือกตั้ง ลงพื้นที่ก็จะมีเรื่องน้ำบาดาลไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ไม่มีน้ำสำหรับทำเกษตร นี่เป็นเสียงสะท้อนมายัง ส.ส. แต่ประเด็นที่เป็นคำถามคือ ทำไมโครงการน้ำบาดาลเหล่านี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จึงบรรจุอยู่ในพื้นที่ที่บอกว่าอยู่ในพื้นที่ของ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย มากกว่า ส.ส. พรรคประชาชน เราต้องยอมรับความจริงว่า ส.ส.เขต พรรคภูมิใจไทย มีทั้งหมด 172 เขต ส่วนพรรคประชาชนน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง และที่สำคัญ ส.ส.เขต พรรคภูมิใจไทยส่วนใหญ่อยู่ทุกภาค เป็นพื้นที่ชนบท เวลาลงพื้นที่พบปัญหาก็ประสานไปยังหน่วยงานราชการ ส่วนพื้นที่ใดจะขุดเจาะได้ไม่ได้ ก็อยู่ที่กระบวนการวิธีการของหน่วยงานราชการนั้นๆ
.
”ขอให้กรรมาธิการเสียงข้างน้อย นายณัฐชา โปรดเข้าใจไว้ด้วย นี่คือข้อเท็จจริง เพราะพื้นที่ชนบทอยู่ในพื้นที่พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชนมี ส.ส.กทม. ทั้งจังหวัด จะไปเจาะตรงไหน ต้องเอาความจริงมาอธิบายกัน ไม่ได้เอาเปรียบ แต่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยสั่งลูกพรรคเสมอว่า เราคือขี้ข้าประชาชน เวลาลงพื้นที่พบปัญหาเดือดร้อนต้องประสานกับหน่วยงานราชการ ส.ส. ไม่มีอำนาจที่จะเอางบลงตรงนั้นตรงนี้ หวังว่าประเด็นนี้คงจะเป็นที่เข้าใจของประชาชนว่าทำไมน้ำบาดาลจึงอยู่ในพื้นที่ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย มากกว่าพรรคประชาชน“ นายบุญจง กล่าว
.
ด้านนายณัฐชา ใช้สิทธิ์พาดพิงว่า จากที่บอกว่าเรื่องนี้คุยกันในคณะกรรมาธิการแล้ว และจะเข้าใจกันนั้น ตนเองเข้าใจว่า ท่านน่าจะเข้าใจกันในสถานการณ์ที่ตนเองถามในวันนั้น คือถามกรมทรัพยากรน้ำบาดาลว่า ในงบกลางปี 2569 จำนวน 5 พันกว่าล้านบาท ทำไมถึงเป็นในเขตภูมิใจไทยถึง 3 พันกว่าล้านบาท และทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ก็มีการตอบ และให้เอกสารมาหนึ่งชุด ซึ่งในเอกสารดังกล่าว เป็นข้อมูลใหม่ ที่ระบุชัดเจนว่า เป็นงบประมาณใหม่ ไม่ได้เกี่ยวกับ 5 พันล้านบาทเดิมนั้น ซึ่งถือเป็นความผิดครั้งเก่า แต่ที่ถามในที่ประชุมแห่งนี้ คือความผิดครั้งใหม่ ว่างบประมาณ 1.5 พันกว่าล้าน ไปอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย 861 ล้านบาท 141 โครงการ จาก 281 โครงการ บอกว่า เรื่องนี้อธิบายไปแล้ว ถือว่าไม่ใช่ สิ่งที่ตนมาถาม และมากล่าวในการพิจารณาครั้งนี้ เพราะบอกว่าในแผนที่ที่บอกมาทั้งหมด เอารายละเอียดที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลส่งให้นั้น ไปลงในแผนที่ และปรากฏว่าเป็นเขตพรรคภูมิใจไทย สิ่งที่รู้อuกอย่าง คือไม่ตรงกับแผนที่เรื่องพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้ง 8 ปี นี่คือแผนที่ตั้งแต่ปี 2560-2567 ไปเจาะบาดาลในที่ไม่แล้ง และที่แล้งนั่งมองตาปริบๆ ท่านทำได้อย่างไร
.
“ประเด็นที่สองที่บอกว่า ส.ส.พรรคภูมิใจไทยมีจำนวนมากกว่า จึงมีผลงานและมีการขอการขุดเจาะน้ำบาดาลในพื้นที่กันดาร เรื่องจำนวน ส.ส. นั้น ที่ผ่านมาจะชอบใช้วิธีการนี้ พรรคมี ส.ส. มากกว่า แต่เมื่อดูพรรคร่วมรัฐบาล ก็ไม่เกรงใจกันเลยหรือไม่ เพื่อนอุตส่าห์ยกมือให้เป็นนายกฯ ไปอยู่ร่วมรัฐบาลกัน ไม่เห็นหัวเขาเลย ให้เขา 57 บ่อ กล้ำกลืนฝืนทน นั่งเอามือกุมไว้ ไม่อยากกดไมค์ เพราะเกรงใจอยากร่วมรัฐบาลต่อ นี่ท่านประธานลองดู ผมพูดทุกพรรคการเมือง พรรคท่านประธานด้วย นั่งมองตาปริบ ๆ ได้อย่างไร ปล่อยให้เขาเอาไป 141 โครงการ พรรคเป็นพรรคร่วมรัฐบาลได้อยู่ 57” นายณัฐชา กล่าว
.
จากนั้น นายเลิศศักดิ์ กล่าวตักเตือนว่า ท่านกำลังพาดพิงพรรคการเมืองอื่นอยู่ ทำให้ นายณัฐชา ระบุว่า ”ผมกำลังพาดพิงทวงสิทธิ์ให้พรรคร่วมรัฐบาล ไม่งั้นท่านยกมือให้เขาเป็นรัฐบาลอย่างเดียว แล้วเขาก็ฟาดเรียบ นี่แหละระบอบสีน้ำเงิน ที่บอกว่าฟาดเรียบ แดกไม่เหลือ“
.
จากนั้น ได้มีเสียงประท้วงจาก ส.ส.พรรคภูมิใจไทยหลายคน โดยนายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ส.ส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า “ท่านเองก็รู้ในเหตุผลว่าท่านเลือกตั้งได้น้อย แล้วพื้นที่ของท่านก็อยู่ในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ ท่านจะมีพื้นที่ที่ไหน เพราะตัวท่านก็เป็นปาร์ตี้ลิสต์ ไม่ได้ตากดินตากหญ้าลุยเหมือนพวกผม ฉะนั้น ท่านใส่ร้ายส่อเสียด ผมก็เป็นกรรมาธิการ ท่านบอกว่าผิด ท่านเอาอะไรมาบอกว่าผิด คนที่ผิดคือท่าน ไม่รู้จักข้อบังคับ ท่านประธานช่วยควบคุมด้วยครับ“
.
ด้านนายวิชัย สุดสวาสดิ์ ส.ส.ชุมพร พรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่า “ผมยกมือตั้งนานแล้ว ยกตั้งแต่ปลาหมอคางดำแล้ว ผมอยากรู้ว่าเป็นไอดอลอย่างไร ปลาหมอคางดำเต็มประเทศแล้ว ยังปราบไม่หมด ไม่เอาใครก็ได้“ พร้อมท้วงติงประธานว่า “ปล่อยให้เขาเสียดสีตลอด ปล่อยให้ว่าพรรคภูมิใจไทยมาตลอด ตั้งแต่พื้นที่ อย่าคิดว่าเสียงดังฟังชัด ผมก็เสียงดังเหมือนกัน สิ่งที่เป็นอนุสรณ์ สิ่งที่เป็นศักดิ์ศรีของ ส.ส.ทั้งหมด มีศักดิ์ศรีเท่ากัน จะด่าเพื่อนคนเดียวไม่ได้ ฉะนั้น ขอให้ท่านช่วยวินิจฉัยหน่อยว่าพูดผิดหรือถูก”
.
ทำให้นายณัฐชา ตอบโต้ว่า “ผมเสียดสีอะไร เมื่อสักครู่ผมเสียดสีอะไร เอาให้ชัดที่ท่านประท้วง ให้ผมเสียดสีอะไร ต้องระบุให้ชัด“
.
จากนั้น ได้มีการโต้เถียงกันไปมา จนทำให้นายเลิศศักดิ์ ประธานในขณะนั้น ต้องปิดไมค์ทุกฝ่าย แต่ยังมีเสียงเล็ดลอดเข้ามา ก่อนที่นายเลิศศักดิ์จะกล่าวว่า ตนทราบถึงการประท้วงของนายวิชัยแล้ว ขอให้พอแล้ว แต่นายวิชัยกล่าวว่า ตนอยากรู้ว่าสองสีคือสีอะไร ตนเชื่อว่าสีเดียวกัน มาสีดำเหมือนกัน
.
ต่อมา นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่า ขอให้ประธานควบคุมการประชุมให้ดีให้อยู่ในกฎเกณฑ์ และอยากให้มีการถอนคำว่าระบอบน้ำเงิน เนื่องจากเป็นคำที่เสียดสี ระบอบน้ำเงินไม่มีจริง มีแต่สีน้ำเงินคือพวกตนพรรคภูมิใจไทย แล้วท่านมาปรักปรำว่าเป็นระบอบน้ำเงิน
.
“ท่านยังกล่าวเท็จว่าเราเอาเปรียบพรรคร่วมรัฐบาล เรามี ส.ส. 190 กว่าคน ได้ 141 บ่อ แล้วถามทางนี้ว่าได้ 57 บ่อ ท่านคูณสามไปเท่ากันหรือไม่ เอาเปรียบอย่างไร ท่านตกเลขหรือไม่ ท่านจบวุฒิอะไรมา“ นายอัครเดช กล่าว ทำให้นายณัฐชาทักท้วงว่า แบบนี้ไม่จบ
.
นายเลิศศักดิ์ จึงปิดไมค์ทุกฝ่ายอีกครั้ง ก่อนจะวินิจฉัยว่า ได้มีการชี้แจงและใช้สิทธิ์พาดพิงไปแล้ว ส่วนคำว่าระบอบสีน้ำเงินที่ท่านบอกว่าไม่มีจริง ตนถือว่าไม่มี ฉะนั้นถือว่าจบ ดังนั้น ตนจะดำเนินการต่อเพื่อลงมติ
.
ทำให้นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประท้วงว่า การดูถูกว่าจบอะไรมา ดูถูกว่าคำนวณเลขเป็นหรือไม่ ในฐานะที่ท่านเป็นประธานในที่ประชุมนี้ จะปล่อยผ่านถ้อยคำนี้ได้หรือไม่ ขอให้ถอนคำพูดออกไป
.
ก่อนที่นายเลิศศักดิ์จะชี้แจงว่า นายอัครเดชอภิปรายว่าคำนวณอย่างไร ไม่ได้เป็นการดูถูก แต่นายรังสิมันต์ประท้วงอีกครั้งว่า ตกลงจะอภิปรายในสภานี้ต้องดูคุณวุฒิใช่หรือไม่
.
นายอัครเดชจึงลุกยืนยันว่า “ผมพูดว่าจบอะไรมาจริง เป็นคำถาม ท่านก็ตอบสิ เสียดสีตรงไหน” ทำให้นายเลิศศักดิ์ตักเตือนว่า การพูดเช่นนี้จะเป็นลักษณะของการเสียดสี และขอให้ถอนคำพูดนี้ สุดท้ายนายอัครเดชจึงยอมถอนคำพูดดังกล่าว
.
ด้านนางพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้แจงนายณัฐชาตอนหนึ่งว่า ที่ท่านบอกว่าพรรคไหนได้ พรรคโน้นได้ พรรคท่านไม่ได้นั้น มาดูสัดส่วนของเพื่อนสมาชิกที่รัก ท่านมี ส.ส.เขตทั้งหมด 88 ท่าน เป็น ส.ส.ใน กทม. 33 ท่าน ส.ส.ปริมณฑล 32 ท่าน และ ส.ส.ในเขตเมืองต่างๆ 9 ท่าน รวม 74 ท่าน พวกท่านใช้ประปานครหลวง ประปาภูมิภาค ท่านไม่รู้หรอกว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ตามเขา ตามชายแดนพื้นที่ต่างๆ นั้น เขาใช้ประปาหมู่บ้าน ประปาภูเขา ซึ่งเขามีความจำเป็นต้องของบประมาณจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พอจะเข้าใจหรือยังว่าทำไมท่านไม่ได้ เพราะท่านอยู่ในเมือง ท่านใช้ประปานครหลวง ท่านใช้ประปาภูมิภาค หากท่านจะขอก็ขอได้
.
นางพิมพ์ภัทรา กล่าวต่อว่า กลับมาที่เพื่อนสมาชิกอีกฟากหนึ่ง ทำไมสัดส่วนถึงไม่เท่ากัน ที่ตนต้องอธิบายเพราะเรื่องนี้ไม่ได้จบแค่ในห้องประชุมนี้ มันเริ่มมาตั้งแต่ห้องประชุมกรรมาธิการ ก่อนหน้านั้นมีการประชุมงบประมาณ เป็นเรื่องเดิม คำถามเดิม อธิบายแบบเดิม ตอบแบบเดิม แต่มาทำการเมืองซ้ำๆ อย่างนี้ เน้นคอนเทนต์ไม่ได้
.
“ส.ส.แต่ละพรรคไม่เท่ากัน สัดส่วนจึงไม่เท่ากัน หากไปดูในส่วนของพรรคกล้าธรรมในส่วนของงบกลาง พรรคกล้าธรรมได้มากที่สุดหากเทียบกับสัดส่วนของ ส.ส. แต่เราไม่ได้พูดอะไร เพราะประโยชน์ไปตกกับประชาชนที่รออยู่ รอโอกาสที่จะได้ใช้น้ำสะอาด น้ำประปาดื่มได้ น้ำกินน้ำใช้ที่ถูกสุขลักษณะและได้มาตรฐาน” นางพิมพ์ภัทรา ระบุ
.
น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอใช้สิทธิ์พาดพิงในฐานะประธานกรรมาธิการติดตามงบประมาณ ทำให้มี ส.ส. ในที่ประชุมประท้วงประธานในที่ประชุม ทำให้นายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า การจะประท้วงโดยใช้สิทธิ์พาดพิงนั้นทำไม่ได้ และการประท้วงประธานนั้น จะประท้วงในสิทธิ์อะไร ซึ่งประธานวินิจฉัยว่ายังไม่ใช่การพาดพิง และไม่ให้หารือในที่ประชุม พร้อมย้ำว่า ประธานวินิจฉัยแล้ว และคงมีโอกาสที่ท่านจะได้พูดอยู่
ซึ่ง น.ส.รักชนก กล่าวว่า อยากให้สมาชิกในที่ประชุมรักษามารยาท
.
นายเลิศศักดิ์ จึงวินิจฉัยว่า อย่าเพิ่งประท้วง ตนวินิจฉัยแล้ว อยากให้น.ส.รักชนกเชื่อในคำวินิจฉัยของประธาน
JJNY : สภาเดือดกลางดึก! ซัดนัวปมงบน้ำบาดาล│กองทุนน้ำมันฯ ติดลบกว่า 83,000 ล้านบาท│รัสเซียโจมตียูเครนหนัก│57 จว.ฝนตกหนัก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5881472
.
.