JJNY : 6in1 วิโรจน์สวนอนุทิน│หมอสุภัทรชำแหละกสทช.│เชตวันไม่เห็นด้วย│ภคมนจี้ลดงบ│ณัฐชาชำแหละขุดบ่อ│สั่งยับยั้งหมอคางดำ

‘วิโรจน์’ สวน ‘อนุทิน’ ไม่ไหวอย่าฝืนแนะหาหมอขอยาซาแนกมากินแก้เครียด
https://www.dailynews.co.th/news/6173924/
.

.
‘วิโรจน์’ สวน ‘อนุทิน’ ไม่ไหวอย่าฝืนแนะหาหมอขอยาซาแนกมากินแก้เครียด
.
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมกล่องยา Xanax ซึ่งเป็นยารักษาอาการวิตกกังวล ตื่นตระหนก นอนไม่หลับ และระบุข้อความที่นายอนุทินเข้าไปคอมเมนต์ข่าวที่นายวิโรจน์ แสดงความเห็นกรณีตัวเลข 229 ว่าถ้าไม่เกี่ยวข้องแล้ว พรรคภูมิใจไทยจะตอบโต้ทำไม ในเพจข่าวสำนักหนึ่งว่า “5555 ต้องเลิกสันดาปแบบพูดเองเออเอง
.
โดยนายวิโรจน์ ระบุว่า
.
อ้าว! ไม่ขอบคุณกันแล้วหรือครับ รู้นะว่าเครียดมาก ไม่ไหวอย่าฝืน ไปหาหมอขอยา Xanax มากินซะนะครับ
.
https://www.facebook.com/wirojlak/posts/pfbid025WqvtRvhneFCsfjaJj2HAmU7XqoE671LDdKX7eYdtA2m2f6rJcW6r5MfFxkeazrpl
.

.
‘หมอสุภัทร’ ชำแหละ 7 ปมกสทช. รวบอำนาจ–ดองงาน
https://www.dailynews.co.th/news/6173507/
.
'หมอสุภัทร' ชำแหละ 7 ปม กสทช. รวบอำนาจ–ดองงาน ถาม 'หมอสรณ' ยังรับเงินเดือนหรือไม่
.
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน โพสต์ตั้งคำถามว่า
.
หลังถูกถอดถอน นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยังได้เงินเดือนอยู่ไหม บันทึกข้อความนี้ น่าสนใจมาก กรรมการ กสทช. พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ  กรรมการ กสทช. ทำบันทึกข้อความถึงเลขาธิการ กสทช. ว่า “ยังจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทน ให้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ไหม” หลังกรรมการสรรหาฯ มีมติเอกฉันท์เมื่อ 21 ก.ค. 2569 ถอดถอนจากประธาน กสทช. นายกฯ ก็ทูลเกล้าฯ แล้ว รอเพียงการโปรดเกล้าฯ ลงมา และขอให้สำนักงาน กสทช.จัดประชุมกรรมการ กสทช.ที่ยังเหลือ 6 คน โดยด่วน เพราะศาลปกครองสูงสุดชี้แล้วว่า นพ.สรณ ไม่อยู่ในสถานะประธาน กสทช.แล้ว
.
คำถามนี้สะท้อนว่า วันนี้ กรรมการ กสทช. ไม่มีอำนาจใดๆ ทั้งๆ ที่เป็นกรรมการ อำนาจถูกรวบที่ประธาน กสทช. อำนาจถูกจัดลงไปที่สำนักงาน กสทช.ที่มีเลขาธิการสั่งการอยู่ นับเป็นองค์กรเผด็จการผูกขาดที่ต้องรื้อใหญ่ นพ.สรณ ยังได้เงินเดือน ค่าตอบแทน สิทธิต่างๆ จาก สำนักงาน กสทช. ใช่ไหม?? ฝากรักษาการเลขาธิการไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ชี้แจงด่วน” นพ.สุภัทร กล่าว

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ระบุว่า การบริหารงานของสำนักงาน กสทช. ที่ผ่านมา ขาดหลักธรรมาภิบาลและส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมทางปกครองอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยมี 7 ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ ที่สะท้อนถึงปัญหาร้ายแรง ได้แก่
.
1. บิดเบือนหลักเกณฑ์และดองการสรรหาเลขาธิการฯ ตัวจริง: ศ.คลินิก สรณ ฝ่าฝืนระบบองค์คณะ ออกประกาศฯ เองเพื่อเสนอชื่อนายไตรรัตน์ และเมื่อบอร์ดเสียงข้างมากไม่เห็นชอบ กลับใช้วิธีดองกระบวนการ ไม่ยอมเริ่มต้นสรรหาใหม่ตามกฎหมายโดยอ้างว่ามีคดีในศาล ทั้งที่ศาลไม่ได้มีคำสั่งห้ามหรือคุ้มครองชั่วคราว
.
2. ยื้อสถานะรักษาการเลขาธิการฯ ยาวนานเกิน 5 ปี และเมินมติ ครม.: ปล่อยให้นายไตรรัตน์ รักษาการยาวนานเกินวิสัยหน่วยงานรัฐ และปฏิเสธไม่ยอมลงนามเปลี่ยนตัวตามมติบอร์ด ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถูกทวงถามถึงมติ ครม. ที่ห้ามรักษาการเกิน 180 วัน กลับอ้างความเป็นองค์กรอิสระ แต่พอเป็นระเบียบสำนักนายกฯ ฉบับอื่นที่ฝั่งตนได้ประโยชน์ กลับนำมาชี้แจงบิดเบือนและสั่งให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

3. พฤติกรรม “ผลัดกันลงนาม” ต่อสัญญารองเลขาธิการฯ ส่อเอื้อประโยชน์: มีการต่อสัญญาจ้างรองเลขาธิการฯ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากบอร์ด ในลักษณะที่นายไตรรัตน์ และนายสุทธิศักดิ์ ตันตระโยธิน ผลัดกันลงนามอนุมัติสัญญาจ้างให้กันและกัน ทั้งที่กรรมการทักท้วงและเรื่องอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช.
.
4. นิติกรรมจำแลง ฟ้องปิดปากผู้ตรวจสอบ (SLAPP Lawsuit): ปล่อยให้นายไตรรัตน์ ยื่นฟ้องกรรมการ กสทช. 4 คน และบอร์ดทั้งคณะ ทั้งคดีอาญา แพ่ง และปกครอง โดย ศ.คลินิก สรณ ยังคงให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ ขัดหลักการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) อย่างร้ายแรง มิหนำซ้ำ ศ.คลินิก สรณ ยังยื่นฟ้องแพ่งกรรมการ 4 คนด้วย เข้าข่ายใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นอาวุธปิดปากฝ่ายตรวจสอบ
.
5. แทรกแซงและข่มขู่พนักงานประจำด้วยโทษวินัย: ศ.คลินิก สรณ ออกบันทึกห้ามพนักงานดำเนินงานตามที่กรรมการร้องขอ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากประธานหรือรักษาการเลขาธิการฯ ก่อน มิฉะนั้นจะถือว่าผิดวินัย นับเป็นการนำโทษทางวินัยมาขู่ขวัญพนักงานประจำ
.
6. ลักไก่ทดลองใช้โครงสร้างองค์กรหนีมติบอร์ด: ออกคำสั่ง “ทดลองใช้” โครงสร้างสำนักงานใหม่และโยกย้ายพนักงานจำนวนมาก เพื่อหลีกเลี่ยงการขออนุมัติจากบอร์ด ในขณะที่ระเบียบวาระโครงสร้างองค์กรจริง ศ.คลินิก สรณ ใช้วิธีสั่งพักการประชุมแล้วแอบมาปิดประชุมเพื่อหนีการลงมติ ทำเรื่องค้างนานกว่า 2 ปี
.
7. จัดวาระประชุมสองมาตรฐาน ดองเรื่องเพื่อรักษาอำนาจ: เลือกปฏิบัติในการนำวาระเข้าพิจารณาตามใจชอบ จนมีวาระสำคัญค้างสะสมมากกว่า 40 วาระ บางเรื่องค้างนานกว่า 3 ปี โดยเฉพาะระเบียบวาระการแก้ไขระเบียบการประชุมเพื่อแก้ปัญหาดองงาน กลับไม่ยอมนำมาพิจารณาเพราะเกรงว่าจะถูกลดทอนอำนาจตนเอง
.
https://www.facebook.com/supathasuwannakit/posts/pfbid0tRvaKKoUUaTjXwUV3y8JuB8H8CM38K5Xtp17C59352pBPweX1uNTf4qdBJk8LWBtl
.

.
ภคมน จี้ลดงบ โมเดลทะเลสาบสงขลา ซัดสร้าง AI- ระบบใหม่ ไม่เชื่อมข้อมูลเดิม หวั่นเอื้อเครือข่ายสีน้ำเงิน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5881244
.
ภคมน ปรับลดงบ โครงการโมเดลทะเลสาบสงขลา เพื่อเศรษฐกิจสีน้ำเงิน ซัดทำงบผูกพัน 3 ปี สร้างแต่ระบบ AI ไม่เชื่อมโยงข้อมูลเก่า ชี้เป็นแค่โครงการสร้างเศรษฐกิจให้เครือข่ายสีน้ำเงิน
.
เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่ 2
.
จากนั้นเวลา 18.35 น. ที่รัฐสภา ในการพิจารณามาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย น.ส.ภคมน หนุนนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตนสะดุดตากับโครงการโมเดลทะเลสาบสงขลาเพื่อเศรษฐกิจสีน้ำเงิน งบประมาณผูกพันสามปี 190 ล้านบาท ดูในปี 70 ตั้งไว้ 28.5 ล้านบาท ปี 71 ตั้งไว้ 80.7 ล้านบาทและปี 72 เท่ากัน 80.7 ล้านบาท เศรษฐกิจสีน้ำเงินตามชื่อโครงการ คือแนวทางที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืนสารภาพตรงๆ เห็นชื่อโครงการแล้วชวนหมั่นเขี้ยวว่า ภายในใช้กับอะไร เมื่อดูวัตถุประสงค์ของโครงการคือ
1.ศึกษาปัจจัยเสื่อมโทรมระบบนิเวศ 2.สร้างต้นแบบการจัดการที่ยั่งยืน 3.สร้างระบบติดตามและเตือนภัยล่วงหน้า และ4.บูรณาการสู่เศรษฐกิจสีน้ำเงิน เมื่อดูรายละเอียดลึกๆ ในเอกสารโครงการนี้ใช้กับ ai ทำแอพพลิเคชัน ทำแพลตฟอร์มข้อมูล ทำรายงานศึกษาจ้างประชาสัมพันธ์โดยมีงบหลายรายการที่ดูสูงมาก เช่น งบซื้อคอมพิวเตอร์และวางทุ่นสำรวจ 15 จุด ใช้งบจำนวน 83 ล้านบาท งบจ้างบุคลากรทำงานแพลตฟอร์ม 21 ตำแหน่งรวม 50 ล้านบาท และยังแยกทำรายงานศึกษาและประชาสัมพันธ์อีก 51 ล้านบาท
.
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากการทำ AI ทำเลคดาต้าแพลตฟอร์ม การศึกษาระบบนิเวศ ทำต้นแบบการจัดการ ถ่ายภาพจากฟ้าว่าน้ำกำลังหลากไปทางไหน การวัดระดับน้ำและความเร็วลมโดยจัดทำรายงานแบบเรียลไทม์และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ นำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลบนแผนที่เพื่อส่งการเตือนภัยจะได้วางแผนล่วงหน้าได้ทันท่วงที เมื่อดูรายละเอียดของโครงการ 1.แนวทางเรื่อง AI มีการประเมินทรัพยากรสัตว์น้ำ และคาดการณ์สต๊อกที่แม่นยำ 85% ซึ่งถือว่าเยอะมาก อยากทราบว่าได้มาจากไหน ใครเป็นผู้ประเมินความแม่นยำนี้ หากแม่นขนาดนี้ถ้า AI ทำได้ แล้วอีก 15% ผิดพลาดตรงไหนส่งผลต่อระบบนิเวศอย่างไร
.
น.ส.ภคมน กล่าวว่า 2.โครงการนี้มีพื้นที่เฝ้าระวัง 15 จุด ช่วยแจกแจงให้ประชาชนทราบว่าทั้ง 15 จุดที่ประเมินเลือกนั้น ใช้ข้อมูลอะไร เพราะใช้งบประมาณลงไป ต้องพิสูจน์ได้ว่าทำได้จริง อย่าเอาแค่จำนวนแต่ต้องมีหลักฐาน 3.ทำไมต้องสร้างระบบใหม่หลายระบบ เช่น Skawater และ Thaiwater ทำไมจะต้องเสนอใหม่ทั้งที่มีข้อมูลเดิมอยู่แล้ว งบประมาณดังกล่าว ถูกใช้ไปกับการวางระบบทำ AI ซึ่งประเทศไทยเมื่อคิดจะทำอะไรซักอย่าง ก็เริ่มวางระบบใหม่หมดเลย ทุ่มไปกับการวางระบบโดยที่ไม่คิดจะเชื่อมต่อระบบเดิม ถามจริงๆ ว่ากรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ไม่เคยศึกษาปัญหาของทะเลสาบสงขลาไว้เลยหรือ ไม่ทราบเลยหรือว่าความตื้นเขินของทะเลสาบสงขลาอยู่ในระดับเท่าไหร่ ปริมาณสัตว์น้ำมีเท่าไหร่ การใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายมีปริมาณเท่าไหร่ สิ่งนี้ไม่เคยมีข้อมูลกล่าว และเคยศึกษาไว้เลยใช่หรือไม่ หากไม่เคยศึกษาไว้คิดว่าภารกิจของกรมที่ผ่านมาน่าจะล้มเหลว
.
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า ตนกังวลและสงสัยว่างบประมาณปี 2570 ใช้ไป 28 ล้านบาท 2 ปีถัดมาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดใช้ 80 ล้านบาททั้ง 2 ปี มีทีโออาร์แล้วหรือไม่ ก่อนจะอนุมัติเงินรัฐบาลพิสูจน์แล้วหรือไม่ว่าเฟสแรกได้ผลจริง และใครจะเป็นเจ้าภาพบ้างในโครงการนี้ สร้างเสร็จแล้วใครจะบริหารระบบ จะอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานใด เพราะโครงการรัฐส่วนใหญ่ ไม่ได้ล้มเหลวตอนเริ่มแต่ล้มเหลวต่อสร้างเสร็จ เพราะไม่มีคนดูแล เซ็นเซอร์มีปัญหา ระบบตกรุ่น ดังนั้นอยากให้ใช้เงินให้ตรงจุดงบประมาณ 190 ล้านบาท ถือว่าไม่มาก แต่ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะไม่ถามหาความคุ้มค่า
.
ดังนั้นจึงอยากเสนอปรับลดทั้งโครงการ หากตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ และโครงการนี้จะกลายเป็นโครงการพัฒนาเศรษฐกิจสีน้ำเงิน ถ้าตอบไม่ได้ สุดท้ายจะกลายเป็นโครงการสร้างเศรษฐกิจให้เครือข่ายสีน้ำเงินเท่านั้น
.

.
เชตวัน ยันสิทธิไม่เห็นด้วย ม.นเรศวร ร่วมทัพภาค 3 ให้กำลังใจดร.คัตสึยูกิ หลังถูกผู้บริหารเรียกแจง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5881211
.
“เชตวัน” ยันสิทธิไม่เห็นด้วย ม.นเรศวร ร่วมทัพภาค 3 ให้กำลังใจดร.คัตสึยูกิ หลังถูกผู้บริหารเรียกแจง 
.
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 นายเชตวัน เตือประโคน ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ได้โพสต์เรื่อง [ สิทธิที่จะ “ไม่เห็นด้วย” : ความร่วมมือ” ระหว่างคณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร กับกองทัพภาคที่ 3] แสดงความคิดเห็นกรณีที่ ดร.คัตสึยูกิ ทาคาฮาชิ อาจารย์ประจำสถานประชาคมอาเซียนศึกษา คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร ถูกผู้บริหารเรียกให้ไปชี้แจง หลังไม่เห็นด้วยที่ต้นสังกัด ร่วมมือกับ กองทัพภาคที่ 3 จัดทำหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับภารกิจและความต้องการของกำลังพล โดยระบุว่า
.
ะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับ “ความร่วมมือ” ระหว่างคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กับกองทัพภาคที่ 3 นั่นก็สุดแล้วแต่เหตุผลและมุมมองของแต่ละคน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่