“ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย” เป็นทีมที่มีแฟนคลับเหนียวแน่น และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่กีฬาประเภทอื่นไม่มี

“ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย” เป็นทีมที่มีแฟนคลับเหนียวแน่น และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่กีฬาประเภทอื่นไม่มี

เพราะแฟนวอลเลย์บอลไทยจำนวนไม่น้อยไม่ได้ติดตามแค่ “ทีมชาติ” หรือผลการแข่งขันอย่างเดียว

มีความเป็น “แฟนด้อม” ที่ติดตามนักกีฬา เฝ้าดูการเติบโต ให้กำลังใจ ตามติดเรื่องราวต่างๆ ทั้งในและนอกสนามเหมือนศิลปินหรือไอดอล

เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานานแล้ว จากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่ยุค “7 เซียน” จนถึงยุคปัจจุบันที่กำลังจะไปโอลิมปิก

คำถามคือ ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

🏐 จุดเริ่มต้นของกระแส

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 2000 ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยพัฒนาขึ้นจนกลายเป็นทีมแถวหน้าของเอเชีย

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือการคว้า “แชมป์เอเชีย” สมัยแรก ในปี 2009 ทำให้วอลเลย์บอลหญิงไทยก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

กระแสความนิยมเริ่มก่อตัวจากตรงนั้น ส่วนหนึ่งเพราะเป็นกีฬาที่ดูง่าย ไม่ซับซ้อน และเกมไม่ยาวจนเกินไป ประกอบกับการเล่นของผู้หญิงที่มีเสน่ห์ในตัวเอง ไม่ได้หนักหน่วงดุดันเท่าวอลเลย์บอลชาย

ทำให้สามารถจับกลุ่มคนดูได้ทั้งครอบครัว จนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

ยิ่งทีวีถ่ายทอดสดบ่อยครั้ง คนก็ยิ่งรู้จักนักกีฬา จำชื่อและหน้าตาแต่ละคนได้ เหมือนได้ซึมซับไปเรื่อยๆ

ไทยเองก็รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันหลายครั้ง ทำให้แฟนกีฬาได้มีโอกาสดูตัวจริงทั้งทีมไทยและทีมอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ได้อยู่แค่ในจออย่างเดียว

🏐 “ตำนาน 7 เซียน” เมื่อนักกีฬาเป็นไอดอล

จากจุดนี้ เริ่มมีการมองนักกีฬาในมุมของไอดอลที่คนอยากติดตาม เกิดเป็นฐานแฟนคลับที่ชื่นชอบนักกีฬาเป็นรายบุคคล ไม่ต่างจากการติดตามศิลปิน

รุ่นแรกก็คือ “7 เซียน” ได้แก่ ปลื้มจิตร ถินขาว, นุศรา ต้อมคำ, อรอุมา สิทธิรักษ์, อำพร หญ้าผา, มลิกา กันทอง, วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ และวรรณา บัวแก้ว

ดาวเด่นสุดคงหนีไม่พ้น “หน่อง” ปลื้มจิตร ถินขาว ที่มีลุคเท่ มีแฟนคลับทั้งกลุ่มผู้ชายและผู้หญิง และ “ซาร่า” นุศรา ต้อมคำ ที่มีรอยยิ้มทรงเสน่ห์

ความนิยมในยุคนั้นเห็นได้จากผลสำรวจที่จับต้องได้จริง

ปลื้มจิตรครองอันดับ 1 นักกีฬาหญิงขวัญใจคนไทยติดต่อกันหลายปีในผลสำรวจของสวนดุสิตโพล

ตามมาด้วยนุศรา ที่ก็ยังอยู่ในวงการวอลเลย์บอลเช่นกัน

แม้จะมีนักกีฬาประเภทอื่นเข้ามาแทรกบ้าง เช่น “เมย์” รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตัน หรือ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟ

แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า ความนิยมของวอลเลย์บอลหญิงไทยจับต้องได้จริงตั้งแต่ยุคนั้นเป็นต้นมา

🏐 น้ำตาที่กลายเป็นความผูกพัน

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เส้นทางของวงการวอลเลย์บอลหญิงไทยไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทั้งทีมและแฟนคลับต้องฝ่าฟันความเจ็บปวดด้วยกันมาหลายครั้ง โดยเฉพาะเป้าหมายสูงสุดอย่าง “โอลิมปิก”

ทีมไทยเฉียดไปมาอยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะศึกคัดโอลิมปิกปี 2012 และ 2016 ที่มีบางอย่างดูค้านสายตา

ภาพน้ำตาของนักกีฬาที่เจ็บปวดกับความผิดหวังส่งตรงถึงความรู้สึกของคนดูหน้าจอ

หลังจากนั้นเป็นช่วงผลัดใบของทีม อาจมีผลงานที่ไม่น่าประทับใจหรือขัดใจอยู่บ้าง แต่คนก็ยังคงติดตามอยู่

ความเจ็บปวดและความผิดหวังที่ผ่านมาหลายครั้ง ทำให้ความรู้สึกของคนเชียร์เปลี่ยนไป

จากเดิมที่ “เชียร์กีฬาเพื่อชัยชนะ” กลายเป็น “อยากปกป้องและเอาใจช่วย”

เกิดเป็นความรู้สึกพิเศษ เหมือนได้ร่วมทุกข์ ร่วมสุข และผ่านช่วงเวลาลำบากมาด้วยกัน

🏐 รุ่นสู่รุ่น สู่แฟนด้อมเต็มรูปแบบ

หลังจบยุค 7 เซียน ทีมชาติไทยสร้างสายเลือดใหม่ขึ้นมาต่อ โดยมีหลายคนที่เริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนกลายเป็นตัวหลักชุดปัจจุบัน

เช่น “บุ๋มบิ๋ม” ชัชชุอร โมกศรี ที่คนรู้จักตั้งแต่อายุเพียง 14-15 ปี ปัจจุบันกลายเป็นตัวหลักของทีมในฉายาเวอร์ชั่นใหม่ เช่น “เจ๊บิ๋ม” และ “แมวน้อย”

“บีม” พิมพิชยา ก๊กรัมย์ ที่เห็นมาตั้งแต่เด็กเช่นกัน ปัจจุบันก็เป็นตัวหลักของทีมชาติไทย แฟนคลับอวยยศให้เป็น “ควีนบีม”

นอกจากนี้ยังมีเด็กดาวรุ่งในวันนี้อีกหลายคนที่เริ่มมีแฟนคลับแล้ว จนเหมือนกับว่าคนที่ดูวอลเลย์บอลไม่ได้รอดูเฉพาะ “ดาวที่ดังแล้ว” อย่างเดียว แต่เริ่มสนุกกับการติดตาม “ดาวดวงใหม่ที่กำลังเกิด”

สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นี้ไม่ต่างจากการติดตามศิลปินตั้งแต่เป็นเด็กฝึก (Trainee) ในค่ายเพลง จนวันหนึ่งได้เดบิวต์เป็นสตาร์เต็มตัว

วัฒนธรรมแฟนด้อมจึงเบ่งบานเต็มรูปแบบ มีการทำกลุ่มและเพจแฟนคลับของนักกีฬาแต่ละคนที่มีขนาดใหญ่ไม่แพ้แฟนคลับศิลปิน

หากลองดูตัวเลขแฟนเพจแฟนคลับของนักกีฬาแต่ละคนจะเห็นได้ชัดว่ายิ่งใหญ่ขนาดไหน

เพจแฟนคลับของนุศรา มีผู้ติดตามเกือบ 4.9 ล้านคน

เพจแฟนคลับของ “ปลาวาฬ” ปิยะนุช แป้นน้อย มีผู้ติดตาม 4.5 ล้านคน เป็นผลจากการอยู่ในระบบทีมชาติมายาวนาน เล่นมาตั้งแต่ยุค 7 เซียน จนกลายเป็นตัวเก๋าของทีมชุดปัจจุบัน

เพจแฟนคลับของปลื้มจิตร ก็ยังมีคนติดตามอยู่ราว 8.8 แสนคน แม้จะเลิกเล่นไปแล้ว

“เพียว” อัจฉราพร คงยศ มีแฟนเพจที่มีผู้ติดตามราว 8.3 แสนคน

“ชมพู่” พรพรรณ เกิดปราชญ์ กัปตันทีมชุดปัจจุบัน มีแฟนเพจที่มียอดผู้ติดตาม 6.6 แสนคน

นี่เป็นแค่ตัวอย่างจากเพจแฟนคลับ ยังไม่นับรวมบัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัวของนักกีฬาแต่ละคน

เป็นตัวเลขที่บอกได้ชัดเจนว่า วัฒนธรรมแฟนด้อมของวอลเลย์บอลหญิงไทยยิ่งใหญ่ขนาดไหน

การได้ตั๋วไปโอลิมปิกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ก็เหมือนเป็นทั้งความสำเร็จของตัวนักกีฬา และคนดูด้วย

ในมุมของแฟนคลับก็เหมือนเป็นการเชียร์ที่สุดทาง ไม่ต่างจากวันที่ศิลปินประสบความสำเร็จครั้งใหญ่หรือได้รางวัลอะไรสักอย่างที่รอคอยมานาน

ปรากฏการณ์ของ “วอลเลย์บอลหญิงไทย” ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจนเรื่องการสร้างความผูกพันระยะยาวกับแฟนกีฬา จนกลายเป็นความรู้สึกไม่ต่างจากแฟนด้อมที่ติดตามศิลปิน

เกิดจากลักษณะที่คล้ายกับวงการบันเทิง เริ่มเห็นนักกีฬาตั้งแต่ยังเป็นเด็กฝึกหัด ผ่านช่วงเวลาแจ้งเกิด ผ่านความเจ็บปวด ฝ่าฟันเรื่องราวมากมาย

จนถึงวันนี้ ความสำเร็จที่ทุกคนรอคอยมานานก็มาถึงแล้วจริงๆ

ที่มา : SportWise
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่