Jiang Xiaorou อินฟลูสาวจีนวัย 24 ปี จากคอนเทนต์จากล่าท้าผี....ลองของ....ก่อนจบชีวิตด้วยอุบัติเหตุ

เรื่องของอินฟลูเอนเซอร์สาวชาวจีนคนหนึ่งที่ค่อนข้างน่าสนใจ จาก TikToker สาวสายล่าท้าผี สู่ 1.2 ล้านฟอลฯ ก่อนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เรื่องของ Jiang Xiaorou ที่ทำชาวเน็ตจีนขนลุก

   เธอชื่อ Jiang Xiaorou (姜小柔吖) เป็นครีเอเตอร์สาววัยเพียง 24 ปี ที่มีผู้ติดตามบน Douyin มากกว่า 1.2 ล้านคน เนื้อหาของเธอส่วนใหญ่เกี่ยวกับการล่าท้าผี เรื่องลี้ลับ และการ “ทดลองของ” เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่คนพูดกันเรื่องไสยศาสตร์หรือความเชื่อเหนือธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงความงมงาย   
   แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ ไม่ใช่แค่เพราะเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

  มันคือ คอนเทนต์สุดท้าย ๆ ของเธอ ก่อนเกิดอุบัติเหตุ และเหตุการณ์บางอย่างในคลิปเหล่านั้น ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากเอาเรื่องราวมาต่อกันจนกลายเป็นเรื่องที่ชวนขนลุกมาก
เรื่องนี้ไม่มีหลักฐานว่าเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ และครอบครัวของเธอก็ออกมาขอให้หยุดการเชื่อมโยงดังกล่าว

จุดเริ่มต้นของ Jiang Xiaorou
   - จากข้อมูลที่มีการเผยแพร่ เธอเริ่มทำคอนเทนต์บน Douyin ราว ๆ ช่วงปี 2024
   - ช่วงแรกไม่ได้ทำเรื่องผีเลย
   - คอนเทนต์ของเธอออกแนวคลิปเล่นสนุก ๆ คลิปแกล้งคน หรือทำคอนเทนต์กับเพื่อน เป็นอะไรที่ดูธรรมดาและไม่ได้มีคนติดตามมหาศาล
   - ช่องก็ไม่ได้ดังแบบถล่มทลายอะไร จนกระทั่งเธอเริ่มเปลี่ยนแนวทาง
   - จากคลิปทั่วไป กลายเป็น คลิปสำรวจสถานที่ร้างและล่าท้าผี
   - เธอกับเพื่อนจะเดินทางไปยังสถานที่ที่มีเรื่องเล่าหรือประวัติอันน่ากลัว เช่น อาคารร้าง สถานที่ที่เคยเกิดเหตุร้าย หรือสถานที่ที่ชาวบ้านเล่ากันว่ามีสิ่งผิดปกติ
   - บางครั้งถึงขั้นเข้าไปอยู่ในสถานที่เหล่านั้นตอนกลางคืน เพื่อพิสูจน์กันไปเลยว่า  “ถ้าสถานที่นี้มีผีจริง แล้วคืนนี้เราจะเจออะไรไหม?”

แต่ที่น่าสนใจคือ...
   - ส่วนใหญ่ก็ไม่เจออะไรเลย ไม่มีผีออกมาให้เห็น ไม่มีเสียงปริศนาแบบในหนัง ไม่มีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่พิสูจน์ได้ แต่กลับกลายเป็นว่าแนวนี้เข้ากับตัวเธอมาก
   - ยอดวิวเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากหลักพัน หลักหมื่น กลายเป็นหลักแสน และผู้ติดตามก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

จาก “ล่าท้าผี” กลายเป็น “ลองของ”
   - แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เมื่อเริ่มมีฐานแฟนคลับ เธอเริ่มเปิดให้คนดูส่งเรื่องลี้ลับหรือพิธีกรรมต่าง ๆ เข้ามา แล้วเธอก็เอามาทดลองด้วยตัวเอง
   - ตั้งแต่เรื่องไสยศาสตร์ คำสาป พิธีกรรมแปลก ๆ ไปจนถึงความเชื่อเกี่ยวกับของต้องห้าม
   - คอนเซปต์ของเธอค่อนข้างชัดเจนคือ “ถ้ามันเป็นเรื่องจริง งั้นลองทำกับตัวเองเลย แล้วดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
   - เธอไม่ได้แค่เล่าเรื่องให้คนฟัง แต่ลงมือทำเองหน้ากล้อง
   - บางคลิปเป็นการทดลองพิธีกรรมที่คนทั่วไปอาจไม่กล้าทำ
   - บางคลิปถึงขั้นเป็นการ “สาปแช่งตัวเอง” และหลังจากทำเสร็จ เธอก็มักจะพูดในทำนองว่า เห็นไหม? ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย ยิ่งทำแรง ยอดวิวก็ยิ่งสูง

จนมาถึงคลิปที่สร้างชื่อให้เธอมากที่สุด
   - หนึ่งในคลิปที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือคลิปที่เกี่ยวข้องกับ เจ้าแม่กวนอิม
   - มีแฟนคลับคนหนึ่งส่งรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมให้เธอ โดยมีเจตนาให้เป็นสิ่งคุ้มครองจากสิ่งที่เธอกำลังทดลองเกี่ยวกับเรื่องไสยศาสตร์
   - แต่แทนที่จะเก็บไว้เป็นเครื่องป้องกัน... เธอกลับนำมันมาทำคอนเทนต์ และสุดท้ายก็ ใช้ค้อนทุบรูปปั้นจนแตก
   - พร้อมกับพูดในเชิงท้าทายว่า ความเชื่อเหล่านี้เป็นเรื่องหลอกลวง และต้องการพิสูจน์ว่าการทำลายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ทำให้เกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอ
   - งานนี้กระแสมาเต็ม เพราะสำหรับชาวจีนจำนวนไม่น้อย เจ้าแม่กวนอิมถือเป็นสิ่งที่เคารพศรัทธาอย่างมาก
   - คนที่ไม่พอใจก็เข้าไปวิจารณ์เธออย่างหนัก แต่ในโลกโซเชียลมีเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกันเสมอ... ยิ่งดราม่า ยิ่งมีคนดู และคลิปนี้ก็กลายเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ที่ทำให้ชื่อของเธอเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

จากนั้นคอนเทนต์ก็ยิ่งแรงขึ้นเรื่อย ๆ
   - หลังจากนั้นเธอยังคงทำคอนเทนต์แนวท้าทายความเชื่อต่อไป
   - มีรายงานเกี่ยวกับคลิปที่เธอทำพิธีหรือทดลองสิ่งที่คนทั่วไปมองว่าเป็นข้อห้าม เช่น การใช้ข้อมูลวันเกิดของตัวเอง การทดลองพิธีกรรมที่เกี่ยวกับคำสาป รวมถึงการแต่งชุดคล้ายชุดไว้ทุกข์หรือเข้าไปในสถานที่ที่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความตาย
   - บางคลิปถึงขั้นทำสิ่งที่หลายคนมองว่า “เล่นกับความตาย” และนี่คือจุดที่ผมคิดว่าน่าสนใจมาก เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่า... คอนเทนต์บนโลกออนไลน์ เมื่อยอดวิวเริ่มขึ้นแล้ว มันอาจทำให้เราต้องทำอะไรที่แรงขึ้นกว่าเดิมเรื่อย ๆ
   - คลิปแรกอาจทำแบบหนึ่งแล้วได้ 1 แสนวิว
   - คลิปต่อมาอาจต้องทำให้แรงกว่าเดิมเพื่อให้ได้ 5 แสนวิว
   - จากนั้นต้องทำให้คนดูรู้สึกว่า “ครั้งต่อไปเธอจะทำอะไรอีก?” และเมื่อคนดูเริ่มคาดหวัง... ครีเอเตอร์ก็ต้องหาวิธีทำให้คนดูไม่กดเลื่อนผ่าน

แล้วก็มาถึงคลิปสุดท้ายของเธอ
   - วันที่ 9 กรกฎาคม 2026 Jiang Xiaorou ลงคลิปสุดท้ายที่มีการรายงานอย่างกว้างขวาง
   - คราวนี้ไม่ได้ออกไปล่าท้าผีตามสถานที่ร้าง แต่เธออยู่ที่บ้านและทดลองเรื่องที่เกี่ยวกับ “เบอร์โทรศัพท์ต้องสาป”
   - มีเรื่องเล่าบนอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับหมายเลขโทรศัพท์บางหมายเลขว่าเกี่ยวข้องกับคนที่เสียชีวิต หรือเป็น “เบอร์มรณะ”
   - หากใครโทรไปอาจได้ยินเสียงแปลก ๆ หรือเจอเรื่องไม่ดี เธอลองโทรหลายเบอร์ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งมาถึงเบอร์หนึ่ง
   - ตามเรื่องเล่าที่ถูกนำมาอ้างในคอนเทนต์ เบอร์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับหญิงที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ และมีเรื่องเล่าว่า หากโทรไปจะได้ยินเสียงของหญิงคนนั้น เธอจึงโทร และสิ่งที่ได้ยินจากปลายสายคือ... เสียงของเธอเอง
   - ฟังแล้วอาจจะหลอน แต่ถ้ามองในมุมวิทยาศาสตร์ก็มีคำอธิบายธรรมดา ๆ ได้มากมาย เช่น ระบบโทรศัพท์ การบันทึกเสียงอัตโนมัติ หรือเสียงสะท้อนกลับจากระบบ
   - แต่สำหรับคนที่กำลังดูคลิปเรื่องผีอยู่... มันก็เพียงพอที่จะทำให้ขนลุกแล้ว

แล้วอีก 6 วันต่อมา...
   - วันที่ 15 กรกฎาคม 2026 Jiang Xiaorou ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างรุนแรงระหว่างเดินทางจากกว่างซีไปกว่างโจว
   - มีรายงานว่าเธอได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยมีอาการบาดเจ็บทางสมองอย่างรุนแรง รวมถึงภาวะบาดเจ็บหลายอวัยวะ และถูกนำตัวเข้ารับการรักษาในห้อง ICU
   - เธออยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ก่อนที่จะเสียชีวิตในวันที่ 10 สิงหาคม 2026 ด้วยวัยเพียง 24 ปี

และหลังจากนั้นเรื่องทั้งหมดก็ยิ่งถูกพูดถึง
   - เมื่อข่าวการเสียชีวิตของเธอแพร่ออกไป คลิปเก่า ๆ ของเธอถูกนำกลับมาดูใหม่
   - โดยเฉพาะคลิป ทุบรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม และ คลิปโทรศัพท์ต้องสาป
   - รวมถึงคลิปอื่น ๆ ที่เธอเคยทำเกี่ยวกับการท้าทายคำสาปหรืออุบัติเหตุ
      ชาวเน็ตบางส่วนจึงเริ่มเอาเหตุการณ์เหล่านี้มาเชื่อมโยงกัน
       บางคนบอกว่าเป็น “กรรม”
       บางคนบอกว่าเป็น “ลาง”
       บางคนบอกว่าเธอไปท้าทายสิ่งที่ไม่ควรท้าทาย
      บางคนถึงกับมองว่าคลิปโทรศัพท์สุดท้ายเป็นเหมือนลางบอกเหตุ เพราะในคลิปเธอได้โทรหา “เบอร์ของคนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ” แล้วอีกไม่กี่วันต่อมาเธอก็ประสบอุบัติเหตุจริง
   -  แต่ตรงนี้ต้องแยกให้ออกว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงการตีความของชาวเน็ต
   - ยังไม่มีหลักฐานว่าอุบัติเหตุของเธอเกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ คำสาป หรือคลิปใด ๆ และครอบครัวของเธอก็ออกมาเรียกร้องโดยตรงว่า
   - ขอให้หยุดเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยัน และหยุดคาดเดาหรือเชื่อมโยงการเสียชีวิตของเธอกับเรื่องเหนือธรรมชาติ

อ้างอิง sina






แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่