สวัสดีค่ะพี่ ๆ น้อง ๆ ชาวพันทิป วันนี้ จขกท จะมีรีวิวภาพยนตร์อีกเรื่องที่น่าสนใจมาก และเป็นกระแสอย่างมากอีกเช่นกัน
เนื้อหาต่อไป เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยค่ะ มีสรุปด้านล่างนะคะ ถ้าใครไม่อยากโดนสปอยหรือขี้เกียจอ่าน
คดีชมพู่ เด็กหายที่ถูกลืม
ในช่วงแรก จะเป็นการเล่าที่มาที่ไปของน้องก่อน โดยคุณพ่อจะเป็นคนเล่าเป็นหลักค่ะ จากนั้นเนื้อเรื่องก็นำพาไปสู่ช่วงน้องหาย ไทม์ไลน์จะเรียงตามในคดีและช่วงเวลา ช่วงแรกจะเรียบง่าย ดูแล้วชวนน้ำตาซึม ช่วงกลางก็จะเล่าถึงปัญหา ช่วงท้ายจะเริ่มมันส์ เอาจริง ช่วงที่หนังเล่าช่วงของลุงพล นี่แอบขำนะบางซีนคือ ตลก แล้วก็ตลกพวกนักข่าวแมวมองคือแบบเออแอบตลกอ่ะ แต่หนังก็ยังคงเน้นย้ำว่า นี่คือคดีเด็กหายนะ แล้วขอชื่นชมอย่างหนึ่ง สิ่งที่ตัวหนังทำได้ดีเลยนะคะ การเล่าเรื่องดีมากเลยค่ะ ไม่สับสน เหมือนเป็นการย่อยสรุปเหตุการณ์มาให้คุณผู้ดูแล้ว และมันทำให้เราได้เห็นอีกฝั่งก็คือฝั่งครอบครัวน้องว่า ระหว่างที่อีกฝั่งกำลังมีแสงมีกระแส ฝั่งครอบครัวน้องทำอะไรบ้าง เป็นการดำเนินแบบเงียบ ๆ เป็นอีกมุมที่ทำให้รู้สึกได้เลย พ่อกับแม่ของน้องต้องอดทนรับแรงกดดันมากแค่ไหน ลูกตัวเองหายไปทั้งคนยังไม่พอ หลังจากพบว่าน้องเสียชีวิตแล้ว ดันถูกใส่ร้ายต่าง ๆ นา ๆ จากปากของคนคนเดียว แถมกระแสโซเชียลดันไปเข้าข้างฟังข้างเดียวแล้วพากันตราหน้าครอบครัวน้อง ฉากนี้คือแบบ โห่ คนไทย เขาเสียลูกเขาทั้งคนนะเห้ย สงสารมาก ดูจบแล้วบอกได้เลยว่า ปรบมือให้กับตำรวจและครอบครัวน้องเลยค่ะ ถึงระยะเวลามันจะยาวนานมาถึง 5 ปี แต่ความโชคดีคือ ตำรวจไทยเราไม่ได้อยู่นิ่งเฉย และแอบสืบคดีแบบเงียบ ๆ ไม่ให้ไก่ตื่น อันนี้คือเริ่ดเลยแหละ สุดท้ายครอบครัวน้องก็ได้รับความยุติธรรมในที่สุด ปรบมือให้ตำรวจไทยจริง ๆ ค่ะ เก่งมาก และไม่ย่อท้อต่อแรงกดดันใด ๆ และชื่นชมครอบครัวน้องที่อดทนมาตลอด
ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ถ่ายทอดเรื่องราวคดีของน้องเท่านั้น แถมยังสะท้อนให้ความร้ายแรงของกระแสโซเชียล และความไร้จรรยาบรรณของสื่อ ความบิดเบี้ยวของมนุษย์อีกด้วย
จขกท บอกเลยว่า ดูแล้วอินมาก โดยเฉพาะช่วงที่ อีกฝั่งมีแสง มีเงิน มีทุกอย่างเข้ามา แต่อีกฝั่งกลับไม่มีแม้แต่คนช่วยเหลือ แถมยังถูกขู่จะทำร้ายยุกมาถึงบ้านโดยคนในหมู่บ้านอีก ดูแล้วแบบ โห่ คนไทยคิดได้ไง ลูกเขาทั้งคนนะเว้ย อิน!! บอกเลย ไปดู
สรุปสั้น ๆ นะคะ
ภาพยนตร์สารคดีชุดนี้ จะเล่าเหตุการณ์ คดีน้องชมพู่ โดยเป็นการย่อยและสรุปเหตุการณ์มาให้คนดูได้เข้าใจอย่างง่ายแล้วค่ะ แนะนำเลยน่าจะได้เข้าใจไทม์ไลน์ต่าง ๆ ของคดี
เรื่องนี้ จขกท ให้เลย 5/5 ไม่มีหักค่ะ ⭐⭐⭐⭐⭐
สุดท้ายอยากจะฝากไว้ว่า ในโลกออนไลน์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้กระทำลงไปแล้ว ไม่ว่า จะเป็นการคอมเมนต์ต่าง ๆ การโพสต์ การแชร์ พอมันโพสต์ลงไปแล้ว มันจะยังคงอยู่ในโซเชียลหรือกลายเป็นหลักฐานที่ถูกเก็บไว้บนโทรศัพท์ของใครสักคน อยากให้ทุกคนช่วยกัน คอมเม้นท์ แบบมีความสร้างสรรค์ ไม่ใช่เพราะเราคือใครก็ได้ แต่เราอาจกำลังสร้างเหยื่อเพิ่มอีกคนก็ได้
อย่าเอาเพียงความสนุกสะใจ ลองมองกลับกัน ลองคิดสักนิดนึง หากเรายืนต่อหน้าบุคคลนั้นเราจะกล้าพูดต่อหน้าเขาไหม
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ
[CR] รีวิว ภาพยนตร์ สารคดีชมพู่ เด็กหายที่ถูกลืม หลังจากดูจบ
เนื้อหาต่อไป เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยค่ะ มีสรุปด้านล่างนะคะ ถ้าใครไม่อยากโดนสปอยหรือขี้เกียจอ่าน
คดีชมพู่ เด็กหายที่ถูกลืม
ในช่วงแรก จะเป็นการเล่าที่มาที่ไปของน้องก่อน โดยคุณพ่อจะเป็นคนเล่าเป็นหลักค่ะ จากนั้นเนื้อเรื่องก็นำพาไปสู่ช่วงน้องหาย ไทม์ไลน์จะเรียงตามในคดีและช่วงเวลา ช่วงแรกจะเรียบง่าย ดูแล้วชวนน้ำตาซึม ช่วงกลางก็จะเล่าถึงปัญหา ช่วงท้ายจะเริ่มมันส์ เอาจริง ช่วงที่หนังเล่าช่วงของลุงพล นี่แอบขำนะบางซีนคือ ตลก แล้วก็ตลกพวกนักข่าวแมวมองคือแบบเออแอบตลกอ่ะ แต่หนังก็ยังคงเน้นย้ำว่า นี่คือคดีเด็กหายนะ แล้วขอชื่นชมอย่างหนึ่ง สิ่งที่ตัวหนังทำได้ดีเลยนะคะ การเล่าเรื่องดีมากเลยค่ะ ไม่สับสน เหมือนเป็นการย่อยสรุปเหตุการณ์มาให้คุณผู้ดูแล้ว และมันทำให้เราได้เห็นอีกฝั่งก็คือฝั่งครอบครัวน้องว่า ระหว่างที่อีกฝั่งกำลังมีแสงมีกระแส ฝั่งครอบครัวน้องทำอะไรบ้าง เป็นการดำเนินแบบเงียบ ๆ เป็นอีกมุมที่ทำให้รู้สึกได้เลย พ่อกับแม่ของน้องต้องอดทนรับแรงกดดันมากแค่ไหน ลูกตัวเองหายไปทั้งคนยังไม่พอ หลังจากพบว่าน้องเสียชีวิตแล้ว ดันถูกใส่ร้ายต่าง ๆ นา ๆ จากปากของคนคนเดียว แถมกระแสโซเชียลดันไปเข้าข้างฟังข้างเดียวแล้วพากันตราหน้าครอบครัวน้อง ฉากนี้คือแบบ โห่ คนไทย เขาเสียลูกเขาทั้งคนนะเห้ย สงสารมาก ดูจบแล้วบอกได้เลยว่า ปรบมือให้กับตำรวจและครอบครัวน้องเลยค่ะ ถึงระยะเวลามันจะยาวนานมาถึง 5 ปี แต่ความโชคดีคือ ตำรวจไทยเราไม่ได้อยู่นิ่งเฉย และแอบสืบคดีแบบเงียบ ๆ ไม่ให้ไก่ตื่น อันนี้คือเริ่ดเลยแหละ สุดท้ายครอบครัวน้องก็ได้รับความยุติธรรมในที่สุด ปรบมือให้ตำรวจไทยจริง ๆ ค่ะ เก่งมาก และไม่ย่อท้อต่อแรงกดดันใด ๆ และชื่นชมครอบครัวน้องที่อดทนมาตลอด
ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ถ่ายทอดเรื่องราวคดีของน้องเท่านั้น แถมยังสะท้อนให้ความร้ายแรงของกระแสโซเชียล และความไร้จรรยาบรรณของสื่อ ความบิดเบี้ยวของมนุษย์อีกด้วย
จขกท บอกเลยว่า ดูแล้วอินมาก โดยเฉพาะช่วงที่ อีกฝั่งมีแสง มีเงิน มีทุกอย่างเข้ามา แต่อีกฝั่งกลับไม่มีแม้แต่คนช่วยเหลือ แถมยังถูกขู่จะทำร้ายยุกมาถึงบ้านโดยคนในหมู่บ้านอีก ดูแล้วแบบ โห่ คนไทยคิดได้ไง ลูกเขาทั้งคนนะเว้ย อิน!! บอกเลย ไปดู
สรุปสั้น ๆ นะคะ
ภาพยนตร์สารคดีชุดนี้ จะเล่าเหตุการณ์ คดีน้องชมพู่ โดยเป็นการย่อยและสรุปเหตุการณ์มาให้คนดูได้เข้าใจอย่างง่ายแล้วค่ะ แนะนำเลยน่าจะได้เข้าใจไทม์ไลน์ต่าง ๆ ของคดี
เรื่องนี้ จขกท ให้เลย 5/5 ไม่มีหักค่ะ ⭐⭐⭐⭐⭐
สุดท้ายอยากจะฝากไว้ว่า ในโลกออนไลน์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้กระทำลงไปแล้ว ไม่ว่า จะเป็นการคอมเมนต์ต่าง ๆ การโพสต์ การแชร์ พอมันโพสต์ลงไปแล้ว มันจะยังคงอยู่ในโซเชียลหรือกลายเป็นหลักฐานที่ถูกเก็บไว้บนโทรศัพท์ของใครสักคน อยากให้ทุกคนช่วยกัน คอมเม้นท์ แบบมีความสร้างสรรค์ ไม่ใช่เพราะเราคือใครก็ได้ แต่เราอาจกำลังสร้างเหยื่อเพิ่มอีกคนก็ได้
อย่าเอาเพียงความสนุกสะใจ ลองมองกลับกัน ลองคิดสักนิดนึง หากเรายืนต่อหน้าบุคคลนั้นเราจะกล้าพูดต่อหน้าเขาไหม
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้