"มีเรื่องเล่าธรรมะข้อคิดเตือนใจเรื่องหนึ่งครับ...
คนตาบอดคนหนึ่งเดินทางไปเยี่ยมเพื่อน คุยกันจนดึก พอจะกลับบ้าน เพื่อนก็ยื่น 'ตะเกียง' ให้ถือกลับไป
คนตาบอดก็แปลกใจถามว่า 'ฉันตาบอด ตะเกียงจะสว่างแค่ไหนฉันก็มองไม่เห็น จะให้ถือไปทำไม?'
เพื่อนเลยบอกว่า 'ไม่ได้ให้แกเอาไว้มองทาง แต่ให้ถือไว้เพื่อให้คนอื่นมองเห็นแก จะได้ไม่เดินชน'
คนตาบอดฟังแล้วก็เห็นด้วย เดินถือตะเกียงกลับบ้านอย่างสบายใจ... แต่เดินไปได้ไม่ทันไร กลับโดนคนเดินชนเข้าอย่างจัง!
คนตาบอดเลยโมโหตะโกนว่า 'เดินยังไง ไม่เห็นตะเกียงหรือไง!'
คู่กรณีเลยตอบกลับมาว่า 'ตาผมไม่ได้บอด... แต่ตะเกียงของคุณน่ะ ไฟมันดับไปตั้งนานแล้ว!'
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...
ตะเกียง ก็เปรียบเหมือน 'ปัญญา' ความรู้ ปริญญา หรือตำแหน่งที่สูงส่ง
บางคนคิดว่าตัวเองมีความรู้ มีปัญญาเปรียบเหมือนถือตะเกียงไว้ แต่พอความโกรธเข้าครอบงำ 'ไฟในตะเกียงก็ดับลง' โดยไม่รู้ตัว
เหมือนที่หลวงพ่อชาเคยสอนไว้ว่า 'เวลาโกรธขึ้นมา ด็อกเตอร์กับ ป.4 ก็โง่พอๆ กัน'
และท่านพุทธทาสก็เคยให้ข้อคิดไว้ว่า 'เวลาใครโกรธเรา ให้รู้ว่ามีหมาอยู่ตัวหนึ่งแล้ว ถ้าเราโกรธตอบ มันจะกลายเป็นหมาสองตัว'
พระพุทธเจ้าเรียนจบ 18 ศาสตร์ แต่ท่านพบว่าศาสตร์เหล่านั้นดับทุกข์ไม่ได้ ท่านจึงทิ้งทั้งหมด แล้วมาแสวงหา 'พุทธศาสตร์' ซึ่งเป็นทางเดียวที่ใช้ดับทุกข์ในใจได้จริง
วันนี้เราเรียนรู้ทางโลกกันมามากพอหรือยัง? อย่าลืมหันมาจุดไฟแห่ง 'พุทธศาสตร์' และสติในใจ เพื่อไม่ให้ตะเกียงแห่งปัญญาของเราดับลงนะครับ"
ตะเกียงไร้ไฟ ก็ไม่ต่างจากปัญญาที่ขาดสติ
คนตาบอดคนหนึ่งเดินทางไปเยี่ยมเพื่อน คุยกันจนดึก พอจะกลับบ้าน เพื่อนก็ยื่น 'ตะเกียง' ให้ถือกลับไป
คนตาบอดก็แปลกใจถามว่า 'ฉันตาบอด ตะเกียงจะสว่างแค่ไหนฉันก็มองไม่เห็น จะให้ถือไปทำไม?'
เพื่อนเลยบอกว่า 'ไม่ได้ให้แกเอาไว้มองทาง แต่ให้ถือไว้เพื่อให้คนอื่นมองเห็นแก จะได้ไม่เดินชน'
คนตาบอดฟังแล้วก็เห็นด้วย เดินถือตะเกียงกลับบ้านอย่างสบายใจ... แต่เดินไปได้ไม่ทันไร กลับโดนคนเดินชนเข้าอย่างจัง!
คนตาบอดเลยโมโหตะโกนว่า 'เดินยังไง ไม่เห็นตะเกียงหรือไง!'
คู่กรณีเลยตอบกลับมาว่า 'ตาผมไม่ได้บอด... แต่ตะเกียงของคุณน่ะ ไฟมันดับไปตั้งนานแล้ว!'
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...
ตะเกียง ก็เปรียบเหมือน 'ปัญญา' ความรู้ ปริญญา หรือตำแหน่งที่สูงส่ง
บางคนคิดว่าตัวเองมีความรู้ มีปัญญาเปรียบเหมือนถือตะเกียงไว้ แต่พอความโกรธเข้าครอบงำ 'ไฟในตะเกียงก็ดับลง' โดยไม่รู้ตัว
เหมือนที่หลวงพ่อชาเคยสอนไว้ว่า 'เวลาโกรธขึ้นมา ด็อกเตอร์กับ ป.4 ก็โง่พอๆ กัน'
และท่านพุทธทาสก็เคยให้ข้อคิดไว้ว่า 'เวลาใครโกรธเรา ให้รู้ว่ามีหมาอยู่ตัวหนึ่งแล้ว ถ้าเราโกรธตอบ มันจะกลายเป็นหมาสองตัว'
พระพุทธเจ้าเรียนจบ 18 ศาสตร์ แต่ท่านพบว่าศาสตร์เหล่านั้นดับทุกข์ไม่ได้ ท่านจึงทิ้งทั้งหมด แล้วมาแสวงหา 'พุทธศาสตร์' ซึ่งเป็นทางเดียวที่ใช้ดับทุกข์ในใจได้จริง
วันนี้เราเรียนรู้ทางโลกกันมามากพอหรือยัง? อย่าลืมหันมาจุดไฟแห่ง 'พุทธศาสตร์' และสติในใจ เพื่อไม่ให้ตะเกียงแห่งปัญญาของเราดับลงนะครับ"