JJNY : อ.วีระชี้งบ 70 มัดมือชก│ศิริกัญญาจี้หั่น 5 หมื่นล.ชี้ซ้ำซ้อน│‘สุรเชษฐ์’ ชงหั่นงบลงทุน│ปชน.แฉงบครุภัณฑ์ปัญหาอื้อ

อ.วีระ ชี้งบ 70 มัดมือชก ต้องกู้ชดเชยขาดดุล ชง Zero Growth ดึงเงินนอกงบฯ 4 ล้านล้านแก้เศรษฐกิจ https://www.matichon.co.th/politics/news_5878442
.

.
อ.วีระ ชี้งบปี 70 เป็นแบบเป็นสภาพจำยอม -มัดมือชก เหตุต้องกู้มาชดเชยงบขาดดุล เสนอจัดทำงบแบบ ‘Zero Growth Budget’ พร้อมนำเงินนอกงบประมาณที่มีกว่า 4 ล้านล้านบาท ออกมาใช้ ห่วงอนาคต2-3 ปีข้างหน้า หากไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางของเศรษฐกิจ ประเทศจะติดกับดักทางด้านการคลังนำไปสู่วิกฤตการเงินการคลัง-วิกฤตเศรษฐกิจ
.
เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระที่ 2 และ 3
.
ต่อมาเวลา 10.00 น. นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 อภิปรายถึงการสงวนความเห็นในมาตรา 4 ว่าตนเสนอให้ปรับลดงบประมาณปีนี้เพียงแค่ 7,400 ล้านบาท ถือว่าไม่มากหากเทียบกับงบประมาณรายจ่ายปี 2569 จากการทำหน้าที่ กมธ.ฯ เห็นว่ารัฐบาลโดยเฉพาะสำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง ต่างก็ใช้ความระมัดระวัง และมีความตั้งใจที่จะกำหนดงบประมาณรายจ่าย แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าวงเงินที่ตนขอปรับลดเท่ากับวงเงินงบประมาณรายจ่ายในปี 2569 หมายความว่าตนกำลังเสนอให้จัดทำงบประมาณแบบ “Zero Growth Budget” (การจัดทำงบประมาณรายจ่ายงบประมาณประจำปีโดยไม่เพิ่มวงเงินงบประมาณรายจ่ายจากปีก่อนหน้า) คือนับจากนี้ไปเราจะไม่เพิ่มวงเงินงบประมาณรายจ่ายจากปีงบประมาณที่ผ่านมาอีกต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับฐานะทางการเงินการคลังของประเทศที่ประสบปัญหาการจัดเก็บรายได้ไม่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่จะทำงบประมาณรายจ่าย จนทำให้เราต้องทำงบประมาณแบบขาดดุลเรื้อรังเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนาน ที่สำคัญยังต้องใช้การออกกฎหมายพิเศษเป็นพระราชกำหนดในกรณีที่งบประมาณรายจ่ายไม่เพียงพอ
.
นายวีระกล่าวต่อว่า เมื่อเรามีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ ทำให้มีภาระเพิ่มขึ้น เป็นเรื่องที่ทุกคนกังวลเป็นอย่างมากที่สำคัญภาระหนี้ขณะนี้มีมากถึง 4 แสนล้านบาท เมื่อไหร่ที่ภาระหนี้ที่เป็นดอกเบี้ยมากกว่างบประมาณรายจ่าย งบประมาณกระทรวงกลาโหม คือสัญญาณอันตราย
.
นายวีระ กล่าวอีกว่า ในปีงบประมาณปี 2569 ต้องขาดดุลเพราะเรามีรายได้น้อยกว่ารายจ่าย 8.6 แสนล้านบาท และปี 2570 ก็ต้องกู้เงินมาชดเชยการขาดดุลงบประมาณเช่นเดิม การจัดทำงบประมาณปีนี้ “เป็นสภาพจำยอมแบบมัดมือชก” เพราะไม่สามารถจัดทำให้ดีกว่านี้โดยไม่ผิดกฎหมาย งบประมาณที่เราใช้ในปัจจุบันที่เป็นรายจ่ายแบ่งออกเป็นสองก้อนใหญ่ๆคือ งบรายจ่ายประจำ 80%และงบรายจ่ายลงทุน 20% ซึ่งงบลงทุนเกือบทั้งหมดเป็นเงินกู้ที่มาชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ตอนนี้เราติดกับดักงบประมาณและเมื่อพิจารณาร่วมกับเราติดกับดักหนี้สาธารณะที่ทุกคนเป็นห่วง
.
ท้ายที่สุดในระยะอันใกล้นี้เราคงหนีไม่พ้นกับดักทางด้านการคลังที่นำไปสู่วิกฤตการเงินการคลัง และวิกฤตเศรษฐกิจ ที่ปัจจัยหลักเกิดจากปัจจัยภายในของเราเอง ไม่ใช่ปัจจัยภายนอก ซึ่งความเป็นห่วงในอนาคต2-3 ปีข้างหน้า หากเราไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางของเศรษฐกิจที่ปัจจุบันมีอัตราการเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ การเติบโตร้อยละ2 ถือว่าต่ำกว่าศักยภาพที่เศรษฐกิจไทยจะโตประมาณ 2.7 – 2.8 แต่นั่นก็ไม่เพียงพอ เราต้องเพิ่มศักยภาพให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้สูงกว่าปัจจุบันและต้องไม่ทำให้สร้างปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในอนาคตด้วย
.
หากไม่ทำเราจะติดกับดักเป็นประเทศรายได้ปานกลางขั้นสูงไปอีกนานแสนนาน อันนี้ผมอยากจะเรียกว่าเป็นสภาพ “แคทช์ ทเวนตี้ทู” นั่นคือการที่เราไม่สามารถหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ไม่ว่าเราจะเลือกเดินทางใดก็ตามบางที หรือพูดง่ายๆจะทำอะไรก็ไม่ได้เพราะจะต้องทำอีกอย่างนึงก่อน จะเรียกว่าเป็นกับดักสองหรือยิ่งทำยิ่งติดกับดักมากขึ้น” นายวีระ กล่าว
.
นายวีระ กล่าวว่า ทางหนึ่งที่เราจะหลีกเลี่ยงไม่ติดกับดัก คือจัดทำงบประมาณโดยไม่เพิ่มงบประมาณไปอีกอย่างน้อยไปอีก2-3ปีข้างหน้า ส่วนรัฐบาลจะดำเนินการหรือไม่เป็นเรื่องที่พ้นวิสัยของตนในฐานะกรรมาธิการที่มีความห่วงใยกับวิกฤติเศรษฐกิจในระยะ 3 ปีข้างหน้า คำถามว่าเราจะพอมีอะไรได้บ้างหรือไม่ คำตอบคือพอมีแต่จุดที่ตนอยากจะเน้น คือตนอยากจะเน้นไปที่เรื่องเดียวคือรายการเงินนอกงบประมาณ ปัจจุบันเรามีเงินนอกงบประมาณสะสมคงค้างประมาณ 4 ล้านล้านบาท มากกว่างบประมาณรายจ่ายที่เรากำลังพิจารณา เรื่องนี้เราจะต้องบริหารจัดการกันใหม่จำเป็นต้องเป็นประตูระบายน้ำหน้าเขื่อนเพื่อให้น้ำหลังเขื่อนที่เรียกว่าเงินนอกงบประมาณไหลเข้ามาหล่อเลี้ยงเพื่อเติมสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจที่แห้งเพื่อในขณะนี้อย่างจริงจัง
.
นายวีระกล่าวอีกว่า ตนยังรับทราบข้อมูลที่น่าตกใจมากกว่านั้นแม้เราจะมีเงินนอกงบประมาณในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งเงินหมุมเวียน แต่เงินที่หน่วยงานของรัฐที่เป็นเจ้าของเงินนอกงบประมาณยินยอมนำมาสมทบกับเงินงบประมาณประจำปีโดยเฉพาะในปี 2570 สมทบมาเพียงแค่ 9.5 หมื่นล้านบาทจากยอดคงค้างที่มี 4 ล้านล้านบาทเท่ากับเงินสมทบนอกงบประมาณปี 2570 คิดเป็นแค่ร้อยละ 2.5 ของงบประมาณรายจ่าย
.
กระทรวงมหาดไทย สาธารณสุข กลาโหม และคมนาคม คือตัวอย่างของหน่วยงานที่มีเงินนอกงบประมาณจำนวนมากแต่ไม่ยอมนำเงินมาสมทบเพื่อจัดทำงบประมาณลดภาระทางด้านการคลังในสภาวะที่รายได้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้นค่อนข้างช้า ที่สำคัญยังไม่มีการกำกับดูแลและบริหารจัดการเพื่อนำเงินดังกล่าวมาสมทบกับเงินงบประมาณในสัดส่วนที่เหมาะสมทั้งทั้งที่เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน
.
อยากให้ช่วยกันคิดว่า และหาวิธีการที่เหมาะสม ในการกำกับดูแลเรื่องเงินนอกงบประมาณว่าสามารถเอามาใช้ได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องร่วมมือกันต่อไปในอนาคต” นายวีระกล่าว
.

.
สภาถกงบกลาง 6.93 แสนล้าน ศิริกัญญาจี้หั่น 5 หมื่นล. ชี้ซ้ำซ้อนพ.ร.ก.กู้ วีระแนะฟรีซขึ้นเงินเดือนขรก.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5878620
.
‘สภา’ ถกงบกลาง 6.93 แสนล้านบาท ด้าน ‘ศิริกัญญา’ ขอหั่น 5 หมื่นล้าน ขณะที่ ‘วีระ’ ย้ำงบ 1.2 หมื่นล้าน ซ้ำซ้อน พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน เสนอตัด 2.5 หมื่นล้าน แนะฟรีซขึ้นเงินเดือน ขรก. 1-2 ปี รองรับภาวะ ศก.ผันผวน บอกควรยึดหลักร่วมทุกข์ร่วมสุขกับ ปชช.
.
เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 7 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระ 2-3 ในมาตรา 6 งบกลาง วงเงิน 6.93 แสนล้านบาท โดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายเสนอปรับลดงบประมาณ 50,000 ล้านบาท ส่วนแรกเป็นเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินและจำเป็น 38,000 ล้านบาท และส่วนที่สองรายการค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และรองรับผลผลกระทบจากวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงาน 12,000 ล้านบาท ซึ่งรายการค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมฯ 12,000 ล้านบาทนั้น ก่อนหน้านี้สภาเพิ่งพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 400,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเยียวยาเศรษฐกิจ จึงคิดว่าจะเกิดการซ้ำซ้อนกับงบประมาณ 12,000 ล้านบาทหรือไม่
.
น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า หากดูวัตถุประสงค์ของทั้งสองรายการนี้ คือต้องการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว หรือ Green Transition ซึ่งในชั้นกรรมาธิการ สำนักงบประมาณได้ชี้แจงแต่ไม่มีความชัดเจนว่าจะนำไปใช้ทำอะไร เพียงแต่มีแนวทางที่จะจัดสรรว่าจะเป็นการออกกันคนละครึ่ง ระหว่างรัฐบาลที่เป็นส่วนกลางกับหน่วยรับงบประมาณอื่นๆ ที่มีเงินสะสมของตัวเอง ซึ่งเป็นไอเดียที่ดีแต่สิ่งที่ไม่เข้าใจคือทำไมต้องนำมาจัดสรรไว้ในงบกลาง เพราะสามารถทำเป็นโครงการในหน่วยรับงบประมาณอื่นๆ และเปิดให้เข้ามาขอรับการสนับสนุนได้โดยที่ไม่ต้องมีการแตกรายการใหม่ ฉะนั้น ด้วยเหตุผลและความจำเป็นที่มีความซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท คงต้องตัดอันใดอันหนึ่ง
.
ขณะที่ นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กมธ.วิสามัญ กล่าวว่า ตอนที่พิจารณางบรายจ่ายมีรายการที่ไม่สามารถตัดทอนได้เยอะมาก ทั้งรายการที่เป็นค่ารักษาพยาบาลพนักงานลูกจ้างรัฐก้อนใหญ่ประมาณ 90,000 กว่าล้านบาท รายการเงินเบี้ยวัดบำเหน็จบำนาญ ประมาณ 389,000 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคม และรองรับจากวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงาน 12,000 ล้านบาท ทุกคนรู้ว่าเป็นรายการที่ซ้ำซ้อนกับพระราชกำหนด 400,000 ล้านบาท
.
นายวีระกล่าว ทั้งนี้ จากการสอบถามพบว่า สำนักงบประมาณเป็นผู้ของบประมาณก้อนนี้ วัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานราชการที่ขอใช้งบกลาง 12,000 ล้านบาท เอาเงินนอกงบประมาณของตัวเองมาสมทบ ซึ่งในแง่ไอเดียถือว่าดี ที่เอาเงินนอกงบประมาณมาใช้ แต่การเลือกโครงการที่ทำคิดว่าเป็นปัญหาเพราะทำซ้ำกับ พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท จึงเป็นที่มาของเหตุผลที่ตนเสนอตัดทั้งก้อน
.
นายวีระกล่าวอีกว่า ส่วนเงินเลื่อนเงินเดือน และเงินปรับวุฒิข้าราชการ 13,000 ล้านบาท เข้าใจว่าไม่สามารถตัดได้จริง เพราะข้าราชการมีระบบการคิดเงินเดือน และการปรับวุฒิ ซึ่งสำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลางต้องตั้งงบเผื่อเอาไว้ในการขึ้นเงินเดือน และปรับวุฒิตามเกณฑ์ ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติเหมือนปีที่ผ่านๆ มาจะไม่มีปัญหาเลย แต่ที่เสนอตัดทั้งก้อน 13,000 ล้านบาท บวกกับเสนอตัดรายการที่สำนักงบประมาณเสนอมา 12,000 ล้านบาท รวม 25,000 ล้านบาทในงบกลาง เพราะเห็นว่าเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ ฝ่ายราชการก็ควรใช้หลักร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน
.
ตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2527 และปี 2540 หน่วยราชการหรือคนที่เกี่ยวข้องกับราชการ ที่รับเงินเดือนกับงบประมาณไม่เคยได้รับผลกระทบ แต่ครั้งต่อไปที่อาจจะเกิดขึ้น ผมคิดว่าถ้าหน่วยราชการจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน ปีหน้าถ้าเป็นไปได้ผมเสนอให้ฟรีซการขึ้นเงินเดือนของข้าราชการสัก 1-2 ปี เพื่อให้เหลือพื้นที่ที่จะใช้เงินที่มีน้อยอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์ที่สุด เมื่อผมพูดแบบนี้ข้าราชการคงไม่พอใจ แต่ผมพูดความจริง รัฐบาลที่กำลังจะมีปัญหาค่อนข้างวิกฤต คนที่อยู่ในหน่วยราชการก็ต้องเสียสละ เชื่อว่าตอนลงมติท่านก็เอาตามกรรมาธิการเสียงข้างมากอยู่ดี ซึ่งตรงนี้ก็เป็นปัญหาของเราเหมือนกัน” นายวีระกล่าว
.

.
‘สุรเชษฐ์’ ชงหั่นงบลงทุน แฉทุ่มถนน-แหล่งน้ำ เปิดช่องแบ่งฮั้ว จี้ ครม.สั่งหน่วยงานส่งข้อมูล กมธ.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5878379
.
“สุรเชษฐ์” ชงหั่นงบลงทุน แฉ ทุ่มทำถนน–แหล่งน้ำ เปิดช่องแบ่งฮั้วโครงการ จี้ ครม.สั่งราชการส่งข้อมูลงบฯ หลังหลายหน่วยตอบเลี่ยง–ส่งแบบขอไปที
.
เมื่อเวลา 09.51 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่