ทรนง ศรีเชื้อ สยายปีกสร้างสตูดิโอทั้งแผ่นดิน "แม่เลี้ยงทิพย์สิริ" ประกาศหนุนเต็มกำลัง 2122 ARMAGEDDON WAR กูนี่แหละอัจฉริยะ
.
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 69 จอมทรนง ได้ร่วมกับ "แม่เลี้ยงทิพย์สิริ" เจ้าแม่โครงการอสังหาริมทรัพย์ ออกแถลงต่อสื่อมวลชนที่โครงการมินิสตูดิโอ คลอง 12 ธัญบุรี-นครนายก ท่ามกลางทีมงานและนักแสดง 2122 เข้าร่วมหลายคน
จอมทรนงเผยว่า เมื่อ 20 ปีก่อนเขาเคยสร้างโรงถ่ายภาพยนตร์ที่แก่งกระจาน เพชรบุรีบนพื้นที่ 545 ไร่ แต่โครงการนี้ได้ดำเนินการอยู่ 7 ปีก็ต้องปิดตัวไปเพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองในขณะนั้นไม่เอื้อต่อการทำอุตสาหกรรมภาพยนตร์
แต่เขาก็ไม่เคยล้มเลิกโปรเจคสร้างโรงถ่ายภาพยนตร์แห่งอาเซี่ยนแต่อย่างใด ได้พยายามรอช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม จนกระทั่งเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา เขาได้รื้อฟื้นโปรเจคสร้างภาพยนตร์เรื่อง"กูนี่แหละอัจฉริยะ"หรือ 2122 ARMAGEDDON WAR ขึ้นมาทำต่ออีกครั้ง ควบคู่กับการสร้างโรงถ่ายภาพยนตร์แห่งอาเชี่ยนขึ้นใหม่ ที่ อ.ปากช่อง บนพื้นที่ 2,500 ไร่ พร้อมกับแผนงานสร้างสตูดิโอทั้งแผ่นดิน เพื่อสร้างงาน สร้างคน ทำประเทศไทยให้เป็นโรงถ่ายภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยใช้ศักยภาพทั้งหมดของแผ่นดินเป็นจุดขายต่อโลกภาพยนตร์และนักท่องเที่ยวนานาชาติ
จากแผนงานเมกะโปรเจคดังกล่าวทำให้จอมทรนงได้พบกับแม่เลี้ยงทิพย์ หรือคุณทิพย์สิริ จำนงนิตย์ เจ้าของโครงการบ้านและที่ดินขนาดใหญ่หลายโครงการ ซึ่งเห็นพ้องต้องกันว่า "แม่เลี้ยงทิพย์"พร้อมแบ่งปันที่ดินจำนวน 100 ไร่ จาก 270 ไร่ ที่คลอง 12 ธัญบุรี-นครนายกให้จอมทรนงใช้สร้างฉากเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง 2122 ARMAGEDDON WAR ซึ่งเป็นมหากาพย์ไตรภาคภาพยนตร์ที่ลงทุนสร้างสูงโดยรวมมากกว่า 1,500 ล้านบาท
ทั้งนี้ในเบื้องต้นของโครงการมินิสตูดิโอที่คลอง 12 จะทำการสร้างทะเลทรายบนพื้นที่กว้างขนาด 100 ไร่และสร้างค่ายผู้อพยพลี้ภัยสงครามในโลกอนาคตอีก 100 ปี ซึ่งจะใช้งบประมาณการก่อสร้างมากกว่า 40 ล้านบาท
และมีแผนต่อยอดทำพื้นที่ทั้งโครงการคลอง 12 ให้เป็นสตูดิโอที่ทันสมัยรองรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่กำลังจะฟื้นตัวภายใน 3 ปีข้างหน้านี้
จอมทรนงยังเผยอีกว่า เขากำลังจะสร้างโรงถ่ายขนาดใหญ่ที่เขาใหญ่และมีแผนงานสร้างโรงถ่ายขนาดกลางในทุกภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อรองรับกองถ่ายภาพยนตร์จากต่างประเทศที่กำลังหลั่งไหลเข้ามา ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างคน และทำให้ประเทศไทยเป็นโรงถ่ายภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเต็มรูปแบบด้วยศักยภาพของประเทศไทยเอื้อและเหมาะสมที่จะสร้างเมกะโปรเจคนี้มากที่สุด
.
ทรนง ศรีเชื้อ สยายปีกสร้างสตูดิโอทั้งแผ่นดิน "แม่เลี้ยงทิพย์สิริ" ประกาศหนุนเต็มกำลัง 2122 ARMAGEDDON WAR
ทรนง ศรีเชื้อ สยายปีกสร้างสตูดิโอทั้งแผ่นดิน "แม่เลี้ยงทิพย์สิริ" ประกาศหนุนเต็มกำลัง 2122 ARMAGEDDON WAR กูนี่แหละอัจฉริยะ
.
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 69 จอมทรนง ได้ร่วมกับ "แม่เลี้ยงทิพย์สิริ" เจ้าแม่โครงการอสังหาริมทรัพย์ ออกแถลงต่อสื่อมวลชนที่โครงการมินิสตูดิโอ คลอง 12 ธัญบุรี-นครนายก ท่ามกลางทีมงานและนักแสดง 2122 เข้าร่วมหลายคน
จอมทรนงเผยว่า เมื่อ 20 ปีก่อนเขาเคยสร้างโรงถ่ายภาพยนตร์ที่แก่งกระจาน เพชรบุรีบนพื้นที่ 545 ไร่ แต่โครงการนี้ได้ดำเนินการอยู่ 7 ปีก็ต้องปิดตัวไปเพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองในขณะนั้นไม่เอื้อต่อการทำอุตสาหกรรมภาพยนตร์
แต่เขาก็ไม่เคยล้มเลิกโปรเจคสร้างโรงถ่ายภาพยนตร์แห่งอาเซี่ยนแต่อย่างใด ได้พยายามรอช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม จนกระทั่งเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา เขาได้รื้อฟื้นโปรเจคสร้างภาพยนตร์เรื่อง"กูนี่แหละอัจฉริยะ"หรือ 2122 ARMAGEDDON WAR ขึ้นมาทำต่ออีกครั้ง ควบคู่กับการสร้างโรงถ่ายภาพยนตร์แห่งอาเชี่ยนขึ้นใหม่ ที่ อ.ปากช่อง บนพื้นที่ 2,500 ไร่ พร้อมกับแผนงานสร้างสตูดิโอทั้งแผ่นดิน เพื่อสร้างงาน สร้างคน ทำประเทศไทยให้เป็นโรงถ่ายภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยใช้ศักยภาพทั้งหมดของแผ่นดินเป็นจุดขายต่อโลกภาพยนตร์และนักท่องเที่ยวนานาชาติ
จากแผนงานเมกะโปรเจคดังกล่าวทำให้จอมทรนงได้พบกับแม่เลี้ยงทิพย์ หรือคุณทิพย์สิริ จำนงนิตย์ เจ้าของโครงการบ้านและที่ดินขนาดใหญ่หลายโครงการ ซึ่งเห็นพ้องต้องกันว่า "แม่เลี้ยงทิพย์"พร้อมแบ่งปันที่ดินจำนวน 100 ไร่ จาก 270 ไร่ ที่คลอง 12 ธัญบุรี-นครนายกให้จอมทรนงใช้สร้างฉากเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง 2122 ARMAGEDDON WAR ซึ่งเป็นมหากาพย์ไตรภาคภาพยนตร์ที่ลงทุนสร้างสูงโดยรวมมากกว่า 1,500 ล้านบาท
ทั้งนี้ในเบื้องต้นของโครงการมินิสตูดิโอที่คลอง 12 จะทำการสร้างทะเลทรายบนพื้นที่กว้างขนาด 100 ไร่และสร้างค่ายผู้อพยพลี้ภัยสงครามในโลกอนาคตอีก 100 ปี ซึ่งจะใช้งบประมาณการก่อสร้างมากกว่า 40 ล้านบาท
และมีแผนต่อยอดทำพื้นที่ทั้งโครงการคลอง 12 ให้เป็นสตูดิโอที่ทันสมัยรองรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่กำลังจะฟื้นตัวภายใน 3 ปีข้างหน้านี้
จอมทรนงยังเผยอีกว่า เขากำลังจะสร้างโรงถ่ายขนาดใหญ่ที่เขาใหญ่และมีแผนงานสร้างโรงถ่ายขนาดกลางในทุกภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อรองรับกองถ่ายภาพยนตร์จากต่างประเทศที่กำลังหลั่งไหลเข้ามา ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างคน และทำให้ประเทศไทยเป็นโรงถ่ายภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเต็มรูปแบบด้วยศักยภาพของประเทศไทยเอื้อและเหมาะสมที่จะสร้างเมกะโปรเจคนี้มากที่สุด
.