กลายเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการการเงินและธุรกิจโลก เมื่อ
Nike (NKE) แบรนด์สปอร์ตแวร์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก กำลังจะถูกถอดออกจากดัชนี
S&P 100 ในการปรับพอร์ตรายไตรมาสของ S&P Dow Jones Indices ซึ่งจะมีผลอย่างเป็นทางการก่อนเปิดตลาดในวันที่
21 กันยายน 2026 นับเป็นการหลุดจากดัชนีหุ้นบลูชิป Top 100 ของสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี หลังจากที่เข้าร่วมมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2008
1. ใครหลุด และ ใครเข้า?
ในการปรับทัพดัชนีครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่ Nike เท่านั้นที่ถูกถอดออก แต่ยังมีบริษัทชั้นนำในกลุ่มอื่นๆ ร่วมด้วย ได้แก่:
บริษัทที่ถูกถอดออก: Nike, Honeywell Aerospace, Simon Property Group และ Colgate-Palmolive
บริษัทที่ถูกดึงเข้ามาแทนที่: Dell Technologies, Palo Alto Networks, Arista Networks และ Sandisk
จะเห็นได้ชัดว่า หุ้น 4 บริษัทใหม่ที่เข้ามาแทนที่นั้น
ล้วนเป็นบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยี (Information Technology) ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ระบบเครือข่าย ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) และหน่วยความจำ/จัดเก็บข้อมูลทั้งสิ้น
2. สะท้อนจุดเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ: ยุคทองของ Big Tech
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนภาพรวมของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่น้ำหนักความสำคัญไหลไปสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างเบ็ดเสร็จ โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2026 ระบุว่า:
กลุ่ม Information Technology มีสัดส่วนน้ำหนักในดัชนี S&P 100 สูงถึง
43.8%
กลุ่ม Consumer Discretionary (สินค้าฟุ่มเฟือย/ค้าปลีก ซึ่งเป็นกลุ่มของ Nike) เหลือสัดส่วนน้ำหนักเพียง
9.6%
3. วิกฤตราคาหุ้น Nike: ร่วงหนัก 78% จากจุดสูงสุด
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญมาจากผลประกอบการและราคาหุ้นของ Nike ที่ซบเซาลงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาหุ้นปิด ณ วันที่ 3 กันยายน 2026 อยู่ที่เพียง
38.77 ดอลลาร์ ซึ่งเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) ในช่วงพฤศจิกายนปี 2021 ที่เคยพุ่งสูงถึง
179.10 ดอลลาร์ พบว่าราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาแล้วมากกว่า
78%
4. หลุด S&P 100 แต่ยังไม่ถึงกับ "อวสานแบรนด์"
แม้หัวข้อข่าวจะตั้งคำถามชวนตกใจว่า
"อวสานแบรนด์ Nike ?" แต่ในความเป็นจริง การถูกถอดออกจาก
S&P 100 (ซึ่งรวบรวมเฉพาะบริษัทบลูชิปขนาดใหญ่ที่สุด 100 แห่ง)ไม่ได้หมายความว่า Nike จะถูกถอดออกจาก
S&P 500 แต่อย่างใด
Nike ยังคงเป็นสมาชิกในดัชนี S&P 500 และยังคงเป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีมูลค่าสูง เพียงแต่นี่คือ
"สัญญาณเตือนครั้งสำคัญ" ที่สะท้อนว่า พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การแข่งขันในตลาดรองเท้าและสปอร์ตแวร์ที่รุนแรงขึ้น รวมถึงทิศทางของนักลงทุนโลก ได้หมุนเปลี่ยนจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ไปสู่ยุคของเทคโนโลยีและ AI อย่างเต็มตัวแล้ว
ที่มา IG bussinesstomorrow.ig
สัญญาณเตือนยักษ์ใหญ่! เมื่อ Nike ถูกถอดจาก S&P 100 กับยุคสมัยที่ "สายแฟชั่น-ค้าปลีก" ต้องพ่ายให้ "บิ๊กเทค"
1. ใครหลุด และ ใครเข้า?
ในการปรับทัพดัชนีครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่ Nike เท่านั้นที่ถูกถอดออก แต่ยังมีบริษัทชั้นนำในกลุ่มอื่นๆ ร่วมด้วย ได้แก่:
บริษัทที่ถูกถอดออก: Nike, Honeywell Aerospace, Simon Property Group และ Colgate-Palmolive
บริษัทที่ถูกดึงเข้ามาแทนที่: Dell Technologies, Palo Alto Networks, Arista Networks และ Sandisk
จะเห็นได้ชัดว่า หุ้น 4 บริษัทใหม่ที่เข้ามาแทนที่นั้น ล้วนเป็นบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยี (Information Technology) ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ระบบเครือข่าย ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) และหน่วยความจำ/จัดเก็บข้อมูลทั้งสิ้น
2. สะท้อนจุดเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ: ยุคทองของ Big Tech
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนภาพรวมของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่น้ำหนักความสำคัญไหลไปสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างเบ็ดเสร็จ โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2026 ระบุว่า:
กลุ่ม Information Technology มีสัดส่วนน้ำหนักในดัชนี S&P 100 สูงถึง 43.8%
กลุ่ม Consumer Discretionary (สินค้าฟุ่มเฟือย/ค้าปลีก ซึ่งเป็นกลุ่มของ Nike) เหลือสัดส่วนน้ำหนักเพียง 9.6%
3. วิกฤตราคาหุ้น Nike: ร่วงหนัก 78% จากจุดสูงสุด
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญมาจากผลประกอบการและราคาหุ้นของ Nike ที่ซบเซาลงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาหุ้นปิด ณ วันที่ 3 กันยายน 2026 อยู่ที่เพียง 38.77 ดอลลาร์ ซึ่งเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) ในช่วงพฤศจิกายนปี 2021 ที่เคยพุ่งสูงถึง 179.10 ดอลลาร์ พบว่าราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาแล้วมากกว่า 78%
4. หลุด S&P 100 แต่ยังไม่ถึงกับ "อวสานแบรนด์"
แม้หัวข้อข่าวจะตั้งคำถามชวนตกใจว่า "อวสานแบรนด์ Nike ?" แต่ในความเป็นจริง การถูกถอดออกจาก S&P 100 (ซึ่งรวบรวมเฉพาะบริษัทบลูชิปขนาดใหญ่ที่สุด 100 แห่ง)ไม่ได้หมายความว่า Nike จะถูกถอดออกจาก S&P 500 แต่อย่างใด
Nike ยังคงเป็นสมาชิกในดัชนี S&P 500 และยังคงเป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีมูลค่าสูง เพียงแต่นี่คือ "สัญญาณเตือนครั้งสำคัญ" ที่สะท้อนว่า พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การแข่งขันในตลาดรองเท้าและสปอร์ตแวร์ที่รุนแรงขึ้น รวมถึงทิศทางของนักลงทุนโลก ได้หมุนเปลี่ยนจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ไปสู่ยุคของเทคโนโลยีและ AI อย่างเต็มตัวแล้ว
ที่มา IG bussinesstomorrow.ig