คิม อี พัค ชเว ฯลฯ นามสกุลเกาหลีที่ครั้งหนึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เป็นนามสกุล !!!

เวลาเราดูซีรีส์เกาหลี หรือติดตามข่าวสารบ้านเมืองเขา เราจะพบว่าประชากรเกาหลีกว่าครึ่งประเทศใช้นามสกุลวนเวียนอยู่แค่ คิม (김), อี (이), พัค (박), ชเว (최) จนหลายคนอาจตั้งคำถามว่า "เขาเป็นญาติกันทั้งประเทศหรือเปล่า?" หรือ "ทำไมระบบนามสกุลเขาถึงดูไม่มีเอกลักษณ์เอาเสียเลย?"
​แต่หากเรามองย้อนกลับไปใน ยุคอาณาจักรโชซอน (조선) โครงสร้างทางกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้มอง "คิม อี พัค" เป็นนามสกุลในความหมายสากลที่เราเข้าใจครับ นามสกุลพวกนี้เป็นเพียง "ร่มคันใหญ่" แต่สิ่งที่ทำหน้าที่เป็น "นามสกุลที่แท้จริง" ซึ่งผูกมัดทางสายเลือดและกำหนดสถานะทางสังคม กลับเป็นระบบที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก
​วันนี้เราจะมาผ่าโครงสร้างนี้กันครับ
​1. นามสกุล (성) ร่มคันใหญ่ที่ไร้ความหมายทางนิตินัย
​ในสังคมโชซอน การใช้นามสกุล หรือ ซอง (성 - 姓) ไม่ใช่สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน แต่เป็น "เครื่องหมายแห่งชนชั้น" ที่ผูกขาดไว้สำหรับราชวงศ์และชนชั้นขุนนาง (양반 - Yangban) เท่านั้น ประชากรกลุ่มอื่นเช่น ชาวนา พ่อค้า หรือทาส (노비) จะมีเพียงชื่อเรียกขาน
​แม้แต่ในหมู่ขุนนางด้วยกัน การบอกว่าตัวเองนามสกุล "คิม" ก็แทบไม่สามารถใช้ระบุตัวตนทางสายเลือดได้เลย เพราะมันกว้างเกินไป เมื่อล่วงเข้าสู่ยุคปลายโชซอนที่เกิดการซื้อขาย "ผังตระกูล" (족보) ชาวบ้านที่พอมีเงินก็แห่กันไปซื้อสถานะสวมรอยใช้นามสกุลยอดฮิตเหล่านี้ ยิ่งทำให้นามสกุลสูญเสียฟังก์ชันการเป็น "ตัวระบุครอบครัว" ไปโดยสิ้นเชิง
​2. บกกวาน (본관 ) = นามสกุลที่แท้จริง
​ในเมื่อนามสกุลใช้แยกแยะคนไม่ได้ สิ่งที่ทำหน้าที่เป็นนามสกุลที่แท้จริงในทางกฎหมายแพ่งและสังคมโชซอนก็คือ บกกวาน (본관 - 本貫) หรือ "ถิ่นฐานรากเหง้าของตระกูล" ครับ
​บกกวานคือตัวระบุว่า บรรพบุรุษต้นสายของคุณมาจากเมืองไหน ซึ่งกฎหมายและจารีตของโชซอนให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มาก โดยเฉพาะในเรื่องกฎหมายครอบครัว
​กฎหมายห้ามแต่งงาน (동성동본 금혼) กฎหมายระบุชัดเจนว่า ห้ามชายหญิงที่มี "นามสกุลเดียวกันและบกกวานเดียวกัน" แต่งงานกันโดยเด็ดขาด เพราะถือว่าสืบสายเลือดจากบรรพบุรุษคนเดียวกัน
​ตัวอย่างความต่าง
​คิมแห่งคิมแฮ (김해 김씨 - Gimhae Kim): สืบสายเลือดจากกษัตริย์แคว้นคายา
​คิมแห่งอันดง (안동 김씨 - Andong Kim): ตระกูลเชื้อสายกษัตริย์ชิลา
​ในทางกฎหมายมหาชนและการปกครอง สองตระกูลนี้แม้จะนามสกุล "คิม" เหมือนกัน แต่ถือเป็น "คนละตระกูลโดยสิ้นเชิง" ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ไม่นับญาติกัน และสามารถแต่งงานข้ามกันได้
​3. พา (파 - Pa) สายสกุลย่อยที่ชี้ชะตาขั้วอำนาจทางการเมือง
​เมื่อเวลาผ่านไปหลายร้อยปี ตระกูลหนึ่งๆ (บกกวานเดียว) อาจมีสมาชิกเป็นแสนคน ความเป็นญาติเริ่มห่างเหิน จึงต้องมีการแตกสายสกุลย่อยออกไป เรียกว่า พา (파 - 派) ซึ่งมักจะตั้งตามชื่อบรรพบุรุษผู้สอบผ่านเป็นขุนนางระดับสูง หรือสร้างคุณูปการใหญ่หลวง
​ในราชสำนักโชซอน การรู้ว่าขุนนางคนนี้มาจาก "บกกวาน" และ "พา" อะไร สำคัญต่อการจัดสรรอำนาจและการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย (붕당 정치 - Bung-dang Jeong-chi) มากครับ
​ตัวอย่างตระกูลกษัตริย์ นามสกุลอี บกกวานชอนจู หรือ ราชสกุลอีแห่งชอนจู (전주 이씨) มีการแตกสายย่อยมากมาย เช่น
​สายองค์ชายฮโยรยอง (효령대군파)
​สายองค์ชายควางพยอง (광평대군파)
การสังกัด "พา" ที่ต่างกัน หมายถึงสิทธิธรรมในการสืบราชบัลลังก์ หรือเส้นสายในการเข้ารับราชการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
​4. ฮังรยอลจา (항렬자) พิกัดระบุความอาวุโสแนวราบ
​เมื่อโครงสร้างครอบครัวมีความซับซ้อนทั้งในระดับ บกกวาน และ พา โชซอนจึงต้องมีเครื่องมือจัดระเบียบโครงสร้างภายในตระกูลเพื่อรักษาระเบียบสังคมแบบขงจื๊อ นั่นคือการใช้ อักษรระบุรุ่น (항렬자) แทรกอยู่ในชื่อ
​หลักการคือ สมาชิกตระกูลเดียวกันใน "รุ่นเดียวกัน" จะต้องใช้อักษรฮันจาตัวเดียวกันในชื่อ (คล้ายๆ การตั้งชื่อให้คล้องจองกันของคนไทย แต่ของเกาหลีจะถูกกำหนดล่วงหน้าไว้ในผังตระกูลเป็นร้อยๆ ปี)
​หน้าที่ของมันใช้เป็น "พิกัดระบุความอาวุโส" หากขุนนางสองคนมาจากบกกวานและพาเดียวกันมาเจอกัน แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่แค่ดู "อักษรระบุรุ่น" ในชื่อ ก็จะรู้ทันทีว่าใครมีศักดิ์เป็น ลุง พี่ อา หรือ หลาน โดยไม่ต้องสนอายุจริงเลยครับ
​ระบบ นามสกุล (ซอง) -> บกกวาน -> พา -> อักษรระบุรุ่น (ฮังรยอลจา) คือโครงสร้างทางกฎหมายและการบริหารที่สะท้อนความเข้มงวดของสังคมโชซอนที่ยึดถือลัทธิขงจื๊อใหม่อย่างเคร่งครัด ​การที่เราเห็นชื่อ คิม อี พัค เกลื่อนกลาดในยุคนี้ จึงไม่ใช่การสะท้อนถึงการขาดจินตนาการในการตั้งชื่อ แต่มันคือผลพวงจากการล่มสลายของระบบชนชั้น ที่ทำให้ร่มคันใหญ่ของเหล่าขุนนาง กลายมาเป็นร่มสาธารณะที่ประชากรทุกคนสามารถหยิบมาใช้เพื่อแสวงหาความเท่าเทียมในยุคเปลี่ยนผ่านนั่นเองครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่