รักษามะเร็งในต่างประเทศ หรือปรึกษาแพทย์ต่างชาติ มีอะไรที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ? : น.พ.อิทธพร คณะเจริญ

กระทู้สนทนา



นำมาฝากจากเฟสบุ๊ก  อิทธพร คณะเจริญ

“รักษามะเร็งในต่างประเทศ หรือปรึกษาแพทย์ต่างชาติ…มีอะไรที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ” ด้วยเหตุมีผู้ป่วยส่งคำถามข้างต้นมาถามผม ..

เมื่อผู้ป่วยหรือคนในครอบครัวได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ทุกคนย่อมอยากหาวิธีรักษาที่ดีที่สุดครับ
ความกลัว ความกังวล และความหวัง อาจทำให้เรามองหาทางเลือกใหม่ ขอความเห็นจากแพทย์หลายท่าน หรือสนใจการรักษาในต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดเป็นสิทธิของผู้ป่วย และในบางกรณีก็อาจเป็นประโยชน์

แต่ก่อนตัดสินใจ อยากฝากให้ตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนรอบคอบดังนี้ครับ

1. ตรวจสอบก่อนว่าแพทย์เป็นใครจริง
หากมีการประชาสัมพันธ์ว่าเป็น “แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ” หรือ “ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ” ผู้ป่วยควรรู้ว่าเป็นใคร มาจากโรงพยาบาลหรือสถาบันใด มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือไม่ และเชี่ยวชาญด้านใดจริง
ไม่ควรดูจากคำโฆษณา ในโซเชียลมีเดีย เท่านั้นแล้วเชื่อ
ข้อมูลสำคัญควรตรวจสอบย้อนกลับได้จากโรงพยาบาล หน่วยงานกำกับวิชาชีพของประเทศต้นทาง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสถาบันหรือเอกสารจากต่างประเทศ อาจตรวจสอบเพิ่มเติมผ่านสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้นได้

2. การมาให้ความรู้ กับการมาตรวจรักษาในประเทศไทย เป็นคนละเรื่อง
แพทย์ต่างชาติอาจเดินทางมาให้ความรู้หรือแลกเปลี่ยนทางวิชาการได้ตามกรอบที่กฎหมายกำหนด
แต่หากมีการซักประวัติ ดูผลตรวจ ประเมินโรค วินิจฉัย หรือแนะนำการรักษาให้ผู้ป่วยเป็นรายบุคคลในประเทศไทย เรื่องนี้อาจเข้าข่ายการประกอบวิชาชีพเวชกรรม และต้องมีสิทธิตามกฎหมายไทยก่อน
การมีใบอนุญาตแพทย์จากต่างประเทศ ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเข้ามาประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทยได้โดยอัตโนมัติ
หากเป็นการประกอบวิชาชีพโดยแพทย์ต่างชาติในประเทศไทย ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และการอนุญาตที่เกี่ยวข้องของแพทยสภา
ดังนั้น ผู้ป่วยสามารถถามได้ว่า “แพทย์ท่านนี้ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพในประเทศไทยแล้วหรือไม่” เพื่อดูการตรวจสอบหลักฐานโดยแพทยสภา และความรับผิดชอบหากมีความเสียหาย

3. เรื่องโฆษณาสถานพยาบาล มีหน่วยงานกำกับอีกส่วนหนึ่ง
การโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสถานพยาบาล อยู่ภายใต้กฎหมายสถานพยาบาล โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยหลัก การโฆษณาสถานพยาบาลต้องดำเนินการตามกฎหมายและต้องผ่านการอนุมัติก่อนเผยแพร่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
จึงควรแยกให้ชัดว่า เรื่องสถานพยาบาลและการโฆษณา อยู่ในความดูแลของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพหรือ สสจ. ที่จะตรวจสอบทุกคำพูดให้ถูกต้อง
ส่วน เรื่องการประกอบวิชาชีพของแพทย์ อยู่ภายใต้กฎหมายวิชาชีพเวชกรรมและแพทยสภา

4. ถ้าจะไปรักษาต่างประเทศ ต้องดูค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ค่าใช้จ่ายไม่ได้มีเพียงค่ารักษาหรือค่าหัตถการ..
ยังอาจมีค่าตรวจเพิ่มเติม ค่ายา ค่าเดินทาง ที่พัก ค่าล่าม ค่าเดินทางของญาติ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการกลับไปติดตามผลหรือแก้ไขภาวะแทรกซ้อน
แม้มีประกันสุขภาพ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเบิกได้ทั้งหมด ควรถามบริษัทประกันให้ชัดก่อนว่า
เบิกอะไรได้บ้าง
วงเงินเท่าไร
ต้องสำรองจ่ายหรือไม่
และหากเกิดภาวะแทรกซ้อน จะได้รับความคุ้มครองหรือไม่
เพราะเมื่อเดินทางไปแล้ว ค่าใช้จ่ายจริงอาจสูงกว่าที่คาดไว้มาก อาจจะเตรียมตัวไม่ทัน ต้องลำบากในการหาเงินเพิ่มเติม

5. ต้องคิดถึงวันที่กลับประเทศไทยด้วย
ก่อนเดินทาง ควรถามให้ชัดว่า หากกลับมาแล้วเกิดปัญหา ใครจะดูแลต่อ
จะได้รับประวัติการรักษา ผลตรวจ รายละเอียดยา และรายละเอียดหัตถการกลับมาครบหรือไม่
หากต้องกลับไปรักษาซ้ำ ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
เรื่องเหล่านี้สำคัญพอ ๆ กับวิธีการรักษาครับ

6. หากเกิดความเสียหายในต่างประเทศ การร้องเรียนอาจซับซ้อนกว่า
หากแพทย์ผู้รักษาไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของแพทยสภาไทย แพทยสภาไทยไม่สามารถนำกระบวนการจริยธรรมของไทยไปดำเนินการกับแพทย์ผู้นั้นในต่างประเทศได้โดยตรง
ผู้ป่วยอาจต้องร้องเรียนต่อหน่วยงานวิชาชีพ หรือดำเนินการตามกฎหมายของ*ประเทศที่ไปรักษา* ซึ่งแต่ละประเทศมีภาษา กฎหมาย ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาที่แตกต่างกัน รวมถึงมักต้องทำเป็นภาษาประเทศนั้น จึงไม่ควรเข้าใจว่า “ไม่มีใครรับผิดชอบ” แต่ควรเข้าใจว่า การติดตามความรับผิดชอบข้ามประเทศอาจทำได้ยากและซับซ้อนกว่าการรักษาในประเทศไทย ซึ่งมีปัญหามาแล้วหลายราย

7. คำว่า “วิธีใหม่” หรือ “ทางเลือกใหม่” ไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับทุกคน
การรักษาบางวิธีอาจมีประโยชน์จริงในผู้ป่วยบางกลุ่ม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับมะเร็งทุกชนิดหรือทุกระยะ
ก่อนตัดสินใจ ลองถามง่าย ๆ ว่า
วิธีนี้เหมาะกับโรคของเราหรือไม่
มีหลักฐานทางการแพทย์มากน้อยเพียงใด
ผลดีที่คาดหวังคืออะไร
มีความเสี่ยงอะไร
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไร
และถ้าเกิดปัญหา ใครจะดูแลต่อ
ทั้งนี้ไม่ได้ต้องการปิดกั้นการรักษาใหม่ การขอ Second opinion หรือการรักษาในต่างประเทศนะครับ
บางครั้งสิ่งเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์กับผู้ป่วยจริง แต่อยากให้ทุกท่านตัดสินใจเมื่อมีข้อมูลครบถ้วน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เรากำลังเจ็บป่วย กลัว และต้องการความหวังมากที่สุด
.
ความหวังเป็นสิ่งสำคัญครับ
แต่ความหวังควรเดินไปพร้อมกับข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายที่รับไหว และความรับผิดชอบที่ชัดเจน
.
ก่อนตัดสินใจ หากเป็นไปได้ ลองนำข้อมูลทั้งหมดกลับมาปรึกษาแพทย์ไทยที่ดูแลอยู่ หรือขอ Second opinion จากแพทย์มะเร็งอีกท่านหนึ่ง เพื่อช่วยกันพิจารณาอย่างรอบด้าน

ด้วยความห่วงใย
หมออิทธพร
เลขาธิการแพทยสภา
05.09.2569

เฟสบุ๊ก https://www.facebook.com/ittaporn 
https://www.facebook.com/ittaporn/posts/pfbid09ZKN4c3VEKDWMMbovUZSMRJnrf6ro714NFzF8YRVp3oynC7r4d5UUdK7CzfEzL9Dl
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่