แฟนคอน IMPACT Arena ปีที่แล้ว ช่องแจ้งว่าบัตรขายหมดภายใน 8 นาที
(แฟนคอนนี้ร่วมถึงแท่งไฟ สร้างรายได้ให้ช่อง 3 ค่อนข้างมาก อ้างอิงจากงงบการเงินของช่อง)
ในส่วนของปีนี้ ถึงแม้จะลงขายใน website ที่บอทลง ยังขายหมดทั้ง 2 วันภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง
(มีรอบ Trip . com ที่เปิดขายในวันที่ 4 ซึ่งหมดภายในไม่กี่นาทีอีกด้วย)
ทำให้นึกย้อนไปถึงรายงานงบการเงินของ BEC ที่เคยพูดถึงรายได้ที่ลดลง เนื่องจากไม่ได้จัดคอนใหญ่ของหลิงออม ส่วนนี้ยิ่งทำให้เห็นชัดว่า
ตัวของ “หลิงออม” ชื่อนี้ยังขายได้อยู่เสมอ และทำเงินให้ช่อง 3 ในสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก ในทุก ๆ ปี
จึงมีข้อเสนอแนะต่าง ๆ รวมถึงความคิดเห็นส่วนตัว มาลงให้ทีมงานช่องลองอ่านและพิจารณาดู
- ขอยกเรื่อง Live Streaming ขึ้นมาพูดก่อนเป็นอันดับแรก เพราะคงเป็นปัญหาที่ทางช่องไม่สามารถแก้ไขได้
เนื่องจากทางช่อง 3 ไม่เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ไม่สามารถพิจารณาได้ว่าทำไมตอนแรก ๆ ถึงขายไลฟ์ได้ยอดมหาศาล
แต่พอเวลาผ่านไป กลับยอดตกลงอย่างน่าใจหาย ทางช่องมองว่าอาจเพราะเคยทำ Live Streaming กระตุก หรือค้างไป เลยทำให้แฟนคลับไม่ไว้วางใจ หรือแฟนคลับหันไปดูเถื่อน ดูแบบผิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเหตุผลเหล่านี้เป็นเพียงส่วนนึงเท่านั้น
พฤติกรรมผู้บริโภคหรือแฟนคลับ แปรผันตรงกับความพึงพอใจในการบริการ การปฏิบัติต่อแฟนคลับ หากทีมงานช่อง ทีมแอดมิน หรือพฤติกรรมต่าง ๆ ของบุคคลในช่อง ทำให้ผู้บริโภคมองว่าเห็นพวกเขาเป็นเพียงจุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหาร หรือมองว่า toxic ถึงแม้ว่าจะมีบางส่วนที่เป็นแบบนั้นจริง การปฏิบัติต่าง ๆ ที่ลดทอนเกียรติหรือศักดิ์ศรีของผู้บริโภค ก็ทำให้ผู้บริโภคไม่อยากจะสนับสนุนได้เช่นเดียวกัน หากทางช่องหันมาทำให้แฟนคลับพึงพอใจมากขึ้น การสนับสนุนสินค้าเหล่านี้ก็จะได้รับมาไม่ยากเลย
บริษัทไม่ควรหยุดพัฒนาเพียงเพราะมองว่าทำอย่างไรก็ไม่มีคนพอใจ เราไม่ได้ทำธุรกิจบันเทิงอยู่เพียงค่ายเดียว ในยุคนี้ต้องต่อสู้กับมากมายหลายช่อง มากกว่าเดิมหลายเท่า เพราะฉะนั้นต้องปรับเปลี่ยนแนวความคิดและในทางปฏิบัติด้วยเช่นกัน
- คาดหวังว่าทางช่อง 3 จะลงทุนกับตัวนักแสดงที่อยู่สังกัดตัวเองแบบ 100% ในเรื่องของผลงานละคร ซีรีส์ แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยสักทีนะคะ
อยากเสนอแนะว่าซีรีส์ 12 ตอน เวลาฉายน้อย ทำให้คนทำงาน ทำเรื่องราวออกมาได้ยาก ไม่สนุกเท่าที่ควร ต้องตัดตรงนั้นตรงนี้ออกเยอะ อยากให้ช่องพิจารณาเวลาฉายที่มากขึ้น และฉาย 2 วันเหมือนละครทั่วไป เพราะมีผลต่อเรตติ้งและเนื้อเรื่อง ถ้าหากฉายติดต่อกันได้ ตรงนี้มีสถิติที่สามารถตรวจสอบได้
ในส่วนของโฆษณา มีลูกค้าประจำที่ซื้ออยู่แล้ว และลูกค้าที่หลิงออมถือสินค้านั้น ๆ เช่นกัน ณ ยุคที่โฆษณาน้อยลงในทุก ๆ เรื่อง ทุก ๆ ช่อง ช่อง 3 ควรหาทางปรับตัวให้ทันด้วย หรือทำอย่างไรก็ตาม ให้เวลาฉายมีมากขึ้น เมื่อเวลาน้อย ทำให้การอินต่อเรื่องนั้น ๆ มันน้อยลงมาก
ที่สำคัญการออนแอร์ค่ำวันศุกร์นั้น แทบจะไม่มีช่องไหนอยากเอาละครมาลง สังเกตได้จากช่องต่าง ๆ มากมาย ตรงนี้มีนัยสำคัญอะไรเชื่อว่าทางช่องทราบดี
วอนช่อง 3 ไม่ทำแบบเดิมอีก ที่จำกัดเวลาในการสร้างผลงาน เพียงเพื่อจะได้รีบฉาย รีบหาเงิน รีบจัดคอนเสิร์ต จัดแฟนมีต ผลงานที่ออกมาไม่ว่าจะผู้กำกับหรือทีมงานท่านใด ล้วนฟีดแบคเกี่ยวกับระยะเวลาการถ่ายทำทั้งสิ้น เม็ดเงินที่แฟนคลับจ่ายไปในแต่ละงาน ก็หวังเพียงว่าช่องจะนำเสนอผลงานที่ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ครั้งนี้ได้ป้าแจ๋วก็จริง แต่ระยะเวลาน้อยเกินไป งบก็น้อย ทำให้ทุกฝ่ายไม่สามารถสร้างผลงานได้เต็มศักยภาพ เชื่อว่าแฟนช่องทุกคนทราบดีในเรื่องของงบและข้อจำกัดต่าง ๆ แต่ช่องควรมีความยืดหยุ่น และพิจารณาให้เป็น ว่าสิ่งใดสร้างเม็ดเงินมหาศาลได้ ก็ควรลงทุนกับสิ่งนั้น หากลงทุนผิดที่ ก็จะคล้ายกับค่ายแห่งหนึ่งที่ติดหนี้นักแสดง มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว ไม่ได้กล่าวว่าจะไม่ให้ช่อง 3 ลงทุนทำสิ่งใดเลย เชื่อว่าผู้ที่มีความคิดความอ่านทุกท่านอ่านแล้วจะเข้าใจสิ่งนี้เอง แยกให้ออกว่าผู้เขียนตั้งใจจะพูดถึงสิ่งใด
- ในส่วนของคุณภาพ และ production ในคอนเสิร์ต รวมถึงสินค้าต่าง ๆ คุณภาพ content ฯลฯ
หวังว่าทางช่องจะทำการบ้านมากขึ้น พิจารณาเปรียบเทียบกับผลงานบุคลในวงการแต่ละท่าน ไม่ให้ผู้คนพูดได้ว่าช่อง 3 มีปัญญาทำออกมาได้เพียงเท่านี้ ในส่วนของแสง สี เสียง โครงสร้างต่าง ๆ ต้องออกมาไม่ให้ด้อยกว่าใคร ไม่ใช่ใช้เพียงทีมเอเจนซี่ที่รู้จักกันเท่านั้น ต้องควบคุมคุณภาพด้วยเช่นกัน
หมั่นวิเคราะห์ว่าตัวนักแสดงของช่องเองถนัดอะไร ทำสิ่งใดได้ดี จุดอ่อน จุดแข็ง คือสิ่งใด ควรให้ทำการแสดงแบบใดจึงจะเหมาะสม รักษาภาพลักษณ์ให้นักแสดงอยู่เสมอ เพราะเขาคือสิ่งที่สร้างรายได้ให้ช่องมากมายในตอนนี้
ขอชื่อชมเรื่องแอดมินและคลิป vlog ในช่วงนี้ ที่ดีขึ้นมาก ๆ จ้างคนเก่งมาทำงาน ถึงแม้จะมีผิดพลาดบ้างที่ลงโปรโมตซีรีส์อีกคู่ ในช่องของอีกคู่ก็ตาม
สุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณทางช่อง 3 ผู้บริหารทุกท่าน พนักงานทุกคน ที่ตั้งใจทำงานหนักมาตลอด ข้อเสนอแนะเหล่านี้ เพียงหวังว่าจะทำให้บริษัทและผู้บริโภคได้รับสิ่งดี ๆ ร่วมกันค่ะ
คอนเสิร์ตหลิงออม IMPACT Arena ครั้งนี้ sold out ทั้ง 2 รอบแล้ว (+ข้อเสนอแนะต่อช่อง 3)
(แฟนคอนนี้ร่วมถึงแท่งไฟ สร้างรายได้ให้ช่อง 3 ค่อนข้างมาก อ้างอิงจากงงบการเงินของช่อง)
ในส่วนของปีนี้ ถึงแม้จะลงขายใน website ที่บอทลง ยังขายหมดทั้ง 2 วันภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง
(มีรอบ Trip . com ที่เปิดขายในวันที่ 4 ซึ่งหมดภายในไม่กี่นาทีอีกด้วย)
ทำให้นึกย้อนไปถึงรายงานงบการเงินของ BEC ที่เคยพูดถึงรายได้ที่ลดลง เนื่องจากไม่ได้จัดคอนใหญ่ของหลิงออม ส่วนนี้ยิ่งทำให้เห็นชัดว่า
ตัวของ “หลิงออม” ชื่อนี้ยังขายได้อยู่เสมอ และทำเงินให้ช่อง 3 ในสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก ในทุก ๆ ปี
จึงมีข้อเสนอแนะต่าง ๆ รวมถึงความคิดเห็นส่วนตัว มาลงให้ทีมงานช่องลองอ่านและพิจารณาดู
- ขอยกเรื่อง Live Streaming ขึ้นมาพูดก่อนเป็นอันดับแรก เพราะคงเป็นปัญหาที่ทางช่องไม่สามารถแก้ไขได้
เนื่องจากทางช่อง 3 ไม่เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ไม่สามารถพิจารณาได้ว่าทำไมตอนแรก ๆ ถึงขายไลฟ์ได้ยอดมหาศาล
แต่พอเวลาผ่านไป กลับยอดตกลงอย่างน่าใจหาย ทางช่องมองว่าอาจเพราะเคยทำ Live Streaming กระตุก หรือค้างไป เลยทำให้แฟนคลับไม่ไว้วางใจ หรือแฟนคลับหันไปดูเถื่อน ดูแบบผิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเหตุผลเหล่านี้เป็นเพียงส่วนนึงเท่านั้น
พฤติกรรมผู้บริโภคหรือแฟนคลับ แปรผันตรงกับความพึงพอใจในการบริการ การปฏิบัติต่อแฟนคลับ หากทีมงานช่อง ทีมแอดมิน หรือพฤติกรรมต่าง ๆ ของบุคคลในช่อง ทำให้ผู้บริโภคมองว่าเห็นพวกเขาเป็นเพียงจุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหาร หรือมองว่า toxic ถึงแม้ว่าจะมีบางส่วนที่เป็นแบบนั้นจริง การปฏิบัติต่าง ๆ ที่ลดทอนเกียรติหรือศักดิ์ศรีของผู้บริโภค ก็ทำให้ผู้บริโภคไม่อยากจะสนับสนุนได้เช่นเดียวกัน หากทางช่องหันมาทำให้แฟนคลับพึงพอใจมากขึ้น การสนับสนุนสินค้าเหล่านี้ก็จะได้รับมาไม่ยากเลย
บริษัทไม่ควรหยุดพัฒนาเพียงเพราะมองว่าทำอย่างไรก็ไม่มีคนพอใจ เราไม่ได้ทำธุรกิจบันเทิงอยู่เพียงค่ายเดียว ในยุคนี้ต้องต่อสู้กับมากมายหลายช่อง มากกว่าเดิมหลายเท่า เพราะฉะนั้นต้องปรับเปลี่ยนแนวความคิดและในทางปฏิบัติด้วยเช่นกัน
- คาดหวังว่าทางช่อง 3 จะลงทุนกับตัวนักแสดงที่อยู่สังกัดตัวเองแบบ 100% ในเรื่องของผลงานละคร ซีรีส์ แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยสักทีนะคะ
อยากเสนอแนะว่าซีรีส์ 12 ตอน เวลาฉายน้อย ทำให้คนทำงาน ทำเรื่องราวออกมาได้ยาก ไม่สนุกเท่าที่ควร ต้องตัดตรงนั้นตรงนี้ออกเยอะ อยากให้ช่องพิจารณาเวลาฉายที่มากขึ้น และฉาย 2 วันเหมือนละครทั่วไป เพราะมีผลต่อเรตติ้งและเนื้อเรื่อง ถ้าหากฉายติดต่อกันได้ ตรงนี้มีสถิติที่สามารถตรวจสอบได้
ในส่วนของโฆษณา มีลูกค้าประจำที่ซื้ออยู่แล้ว และลูกค้าที่หลิงออมถือสินค้านั้น ๆ เช่นกัน ณ ยุคที่โฆษณาน้อยลงในทุก ๆ เรื่อง ทุก ๆ ช่อง ช่อง 3 ควรหาทางปรับตัวให้ทันด้วย หรือทำอย่างไรก็ตาม ให้เวลาฉายมีมากขึ้น เมื่อเวลาน้อย ทำให้การอินต่อเรื่องนั้น ๆ มันน้อยลงมาก
ที่สำคัญการออนแอร์ค่ำวันศุกร์นั้น แทบจะไม่มีช่องไหนอยากเอาละครมาลง สังเกตได้จากช่องต่าง ๆ มากมาย ตรงนี้มีนัยสำคัญอะไรเชื่อว่าทางช่องทราบดี
วอนช่อง 3 ไม่ทำแบบเดิมอีก ที่จำกัดเวลาในการสร้างผลงาน เพียงเพื่อจะได้รีบฉาย รีบหาเงิน รีบจัดคอนเสิร์ต จัดแฟนมีต ผลงานที่ออกมาไม่ว่าจะผู้กำกับหรือทีมงานท่านใด ล้วนฟีดแบคเกี่ยวกับระยะเวลาการถ่ายทำทั้งสิ้น เม็ดเงินที่แฟนคลับจ่ายไปในแต่ละงาน ก็หวังเพียงว่าช่องจะนำเสนอผลงานที่ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ครั้งนี้ได้ป้าแจ๋วก็จริง แต่ระยะเวลาน้อยเกินไป งบก็น้อย ทำให้ทุกฝ่ายไม่สามารถสร้างผลงานได้เต็มศักยภาพ เชื่อว่าแฟนช่องทุกคนทราบดีในเรื่องของงบและข้อจำกัดต่าง ๆ แต่ช่องควรมีความยืดหยุ่น และพิจารณาให้เป็น ว่าสิ่งใดสร้างเม็ดเงินมหาศาลได้ ก็ควรลงทุนกับสิ่งนั้น หากลงทุนผิดที่ ก็จะคล้ายกับค่ายแห่งหนึ่งที่ติดหนี้นักแสดง มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว ไม่ได้กล่าวว่าจะไม่ให้ช่อง 3 ลงทุนทำสิ่งใดเลย เชื่อว่าผู้ที่มีความคิดความอ่านทุกท่านอ่านแล้วจะเข้าใจสิ่งนี้เอง แยกให้ออกว่าผู้เขียนตั้งใจจะพูดถึงสิ่งใด
- ในส่วนของคุณภาพ และ production ในคอนเสิร์ต รวมถึงสินค้าต่าง ๆ คุณภาพ content ฯลฯ
หวังว่าทางช่องจะทำการบ้านมากขึ้น พิจารณาเปรียบเทียบกับผลงานบุคลในวงการแต่ละท่าน ไม่ให้ผู้คนพูดได้ว่าช่อง 3 มีปัญญาทำออกมาได้เพียงเท่านี้ ในส่วนของแสง สี เสียง โครงสร้างต่าง ๆ ต้องออกมาไม่ให้ด้อยกว่าใคร ไม่ใช่ใช้เพียงทีมเอเจนซี่ที่รู้จักกันเท่านั้น ต้องควบคุมคุณภาพด้วยเช่นกัน
หมั่นวิเคราะห์ว่าตัวนักแสดงของช่องเองถนัดอะไร ทำสิ่งใดได้ดี จุดอ่อน จุดแข็ง คือสิ่งใด ควรให้ทำการแสดงแบบใดจึงจะเหมาะสม รักษาภาพลักษณ์ให้นักแสดงอยู่เสมอ เพราะเขาคือสิ่งที่สร้างรายได้ให้ช่องมากมายในตอนนี้
ขอชื่อชมเรื่องแอดมินและคลิป vlog ในช่วงนี้ ที่ดีขึ้นมาก ๆ จ้างคนเก่งมาทำงาน ถึงแม้จะมีผิดพลาดบ้างที่ลงโปรโมตซีรีส์อีกคู่ ในช่องของอีกคู่ก็ตาม
สุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณทางช่อง 3 ผู้บริหารทุกท่าน พนักงานทุกคน ที่ตั้งใจทำงานหนักมาตลอด ข้อเสนอแนะเหล่านี้ เพียงหวังว่าจะทำให้บริษัทและผู้บริโภคได้รับสิ่งดี ๆ ร่วมกันค่ะ