ปริญญา ชี้เคสณัฐวุฒิ เสื่อมเสียยันสถาบันที่ให้ปริญญา ยันกฎป่าเถื่อน ควรหมดไปเมื่อมีกฎหมาย
.
.
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมนูญ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ถูก นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมาย ก่อเหตุผลักล้ม ขณะปั่นจักรยาน ที่หน้า สน.ทองหล่อ ได้รับบาดเจ็บ ต่อหน้าสื่อมวลชนว่า
.
‘กฎ’ ที่มาก่อน ‘กฎหมาย’ คือการใช้กำลัง ก่อนจะมีการปกครองโดยกฎหมาย (the rule of law) มนุษย์ใช้ ‘กฎป่าเถื่อน’ (law of jungle) หรือใช้กำลังในการตัดสินปัญหา เมื่อเรามีกฎหมายและใช้กฎหมายในการปกครองแล้ว กฎป่าเถื่อนหรือการใช้กำลังควรต้องหมดไป
.
คนที่ควรจะเข้าใจสิ่งนี้มากที่สุดก็คือ ‘นักกฎหมาย‘ ดังนั้น นักกฎหมายที่ใช้กำลัง ทั้งยังใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อสื่อมวลชนที่ช่วยขัดขวางไม่ให้มีการใช้ความรุนแรง (จากหลักฐานข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคลิปของสื่อหลายสำนัก) นอกจากจะสร้างความเสื่อมเสียต่อตัวเขาแล้ว ยังเสื่อมเสียต่อสถาบันที่ให้ปริญญาทางกฎหมายแก่คนผู้นั้นด้วย จึงควรที่มหาวิทยาลัยเหล่านั้น อันมีธรรมศาสตร์เป็นต้น จึงควรที่จะแสดงหลักการบางอย่างต่อสังคมในเรื่องนี้ตามสมควร ดังเช่น PPTV ที่แถลงการณ์ยืนยันหลัก ’การระงับความรุนแรงไม่ใช่การไม่เป็นกลาง‘ ซึ่งน่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง
.
.
.
โซเชียลเดือด “ศุภชัย” โพสต์สอนภาษาธรรม “รักชนก” โผล่คอมเมนต์มือถือสาก
.
“ศุภชัย” โพสต์สอนภาษาธรรม มุสาวาทเป็นทางแห่งอกุศลเหตุนำสู่อบายภูมิ ด้าน “ไอซ์ รักชนก” สวนแรงในคอมเมนต์ “งั้น สส.พรรค ภท. คงได้ลงนรกขุมที่ลึกที่สุดกันทั้งพรรค” ซัดมือถือสาก
.
วันที่ 5 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดการปะทะคารมบนโลกออนไลน์ระหว่าง นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กับ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งมีการสาดวิวาทะแบบไม่มีใครยอมใครมาหลายวัน ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ภายหลัง นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวปิดประชุมสภาฯ ระหว่างการพิจารณาญัตติแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ จนถูกมองเป็นการดึงเวลาไม่ให้มีการอภิปรายรายงานการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปี 2568
.
โดยในวันนี้ นายศุภชัย เป็นผู้เริ่มโพสต์เฟซบุ๊กว่า
.
“มุสาวาทเป็นทางแห่งอกุศล หากประกอบด้วยเจตนาร้ายและก่อความเสียหายหนัก ย่อมมีวิบากหนัก และสามารถเป็นเหตุให้นำไปสู่อบายภูมิได้ #ภาษาธรรม”
.
จากนั้นไม่นาน น.ส.รักชนก เข้าไปตอบโต้ในช่องคอมเมนต์โพสต์ของนายศุภชัย ว่า
.
“งั้น สส.พรรค ภท. คงได้ลงนรกขุมที่ลึกที่สุดกันทั้งพรรค ยกพรรคออกมาพูดว่าไม่มีฮั้วไม่มีโกง สว. ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจ เมื่อวันก่อนยังเอาความเดือดร้อนของคนสามจังหวัดมาบังหน้า เพื่อปกป้องไม่ให้ กกต. ถูกอภิปราย ดึงเวลาสภาฯ แล้วก็ปิดประชุม ไม่ละอายต่อสิ่งที่กระทำต่อประเทศชาติประชาชน ยังกล้าอ้าปากพูดเรื่องธรรมะ มือถือสาก!”
.
.
(ศุภชัย ลบโพสต์หนีแล้วนะครับ)
.
.
วงเสวนา มธ. เตือนรอยเลื่อนสะกายใต้อาจถึงรอบเกิดซ้ำ ผ่านมาแล้ว 96 ปี ใกล้กรุงเทพฯ กว่าเดิม
.
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้-เทคโนโลยีรับมือภัยพิบัติ “ศ.ดร.นคร” เตือนคนกรุงเทพฯ อย่าเพิ่งวางใจว่าจะไม่ได้เจอ “แผ่นดินไหว” อีก เปิดข้อมูล “รอยเลื่อนสะกายตอนใต้” ชี้มีรอบการเกิดซ้ำประมาณ 100 ปี ขณะนี้ผ่านมาแล้ว 96 ปี เชื่อหากเกิดรอบนี้ใกล้ขึ้น-รุนแรงขึ้น ชวนสร้างความตระหนักรู้ต่อเนื่อง ย้ำผู้บริโภคมีสิทธิตรวจสอบความปลอดภัย หนุนบังคับใช้มาตรฐานอาคารให้เกิดการปฏิบัติจริงจัง
.
เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2569 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานเสวนาหัวข้อ “เทคโนโลยีเพื่อรับมือภัยพิบัติในยุควิกฤตสภาพภูมิอากาศ : ออกแบบความพร้อมสร้างความยืดหยุ่น (Designing Resilience : Technology Solutions for Disaster Preparedness in an Era of Climate Uncertainty)” โดยมีนักวิชาการ 4 ด้าน จาก 4 คณะ/สถาบัน มาร่วมบอกเล่าถึงการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยี และการออกแบบ มาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มขีดความสามารถรองรับการเผชิญเหตุ ท่ามกลางสถานการณ์ภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก
.
ศ. ดร.นคร ภู่วโรดม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 จากจุดศูนย์กลางบริเวณเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมาถึงกรุงเทพมหานคร จนเป็นเหตุให้เกิดภาพความเสียหายจำนวนมาก แต่หากเทียบขนาดความรุนแรงกับกรณีแผ่นดินไหวล่าสุดที่ จ.คุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ ก.ค. 2569 ซึ่งมีค่าอัตราเร่งสูงสุดของพื้นดิน (PGA) อยู่ที่ 2.4 ซึ่งนับว่ามีความรุนแรงมาก กลับมีผู้เสียชีวิตเพียงหลักสิบ ในขณะที่กทม.เมื่อปีที่แล้วมีค่า PGA เพียง 0.02 หรือน้อยกว่าร้อยเท่า แต่กลับมีผู้เสียชีวิตหลักร้อย สิ่งนี้สะท้อนว่าหากมีระบบการบริหารจัดการที่ดีย่อมสามารถลดความเสียหายลงได้ และเป็นโจทย์ที่นักวิจัยจำเป็นต้องหาทางทำให้ประเทศไทยเกิดความยืดหยุ่น เตรียมความพร้อมรับมือกับภัยที่อาจเกิดขึ้น
.
“แผ่นดินไหวใหญ่เมื่อปีที่แล้วเกิดขึ้นที่รอยเลื่อนสะกาย หลายคนอาจมองว่าเป็นเหตุที่เกิดขึ้นนานๆ ครั้ง และคงไม่เจออีกแล้วในช่วงชีวิตของเรา จนไม่คิดว่าจะต้องป้องกันตัวเองอย่างไร แต่หากดูจากข้อมูลทางวิชาการ อยากจะบอกว่านั่นไม่ใช่เรื่องจริง เพราะรอยเลื่อนสะกายเป็นหนึ่งในรอยเลื่อนที่ยาวที่สุด และมีพลัง (Active) ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ซึ่งอยู่ใกล้ประเทศไทยมาก ดังนั้นเราอย่าไปคิดว่ามันเกิดขึ้นมาแล้ว พลังงานมันหายไปหมดแล้ว และจะไม่เกิดขึ้นซ้ำ” ศ. ดร.นคร กล่าว
.
ศ. ดร.นคร กล่าวอีกว่า รอยเลื่อนสะกายนั้นมีการแบ่งออกเป็นหลายส่วน (Segment) ซึ่งส่วนที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วคือบริเวณตรงกลาง ที่นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่ามีรอบการเกิดซ้ำประมาณ 200 ปี โดยพบว่าครั้งหลังสุดมีการบันทึกไว้ในสมัยรัชกาลที่ 3 หรือเท่ากับมีระยะห่างจริงประมาณ 180 ปี อย่างไรก็ตามส่วนที่อยากให้มองขณะนี้คือส่วนของรอยเลื่อนด้านใต้ ที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกประเมินว่ามีรอบการเกิดซ้ำประมาณ 100 ปี ซึ่งครั้งหลังสุดคือสมัยรัชกาลที่ 7 หรือเกิดขึ้นมาแล้ว 96 ปี ดังนั้นด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ จึงอยากเตือนว่าเราอาจยังมีความเสี่ยงจากรอยเลื่อนอีกจุดที่จ่อรออยู่ และคราวนี้อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ มากขึ้น ซึ่งหากเกิดขึ้นครั้งนี้เชื่อว่าน่าจะรุนแรงกว่าเดิม ฉะนั้นเราจำเป็นจะต้องตั้งรับให้ได้
.
“ธรรมศาสตร์เองเรามีส่วนในการสนับสนุนงานวิจัย ไม่ว่าจะเป็นงานศึกษาการออกแบบอาคารต้านทานแรงลม ไปจนถึงการร่วมจัดทำมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ถูกนำมาบังคับใช้จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ เชื่อว่าในแง่ขององค์ความรู้ ข้อมูล งานวิจัยต่างๆ ในประเทศไทยนั้นมีศักยภาพอยู่มาก แต่ปัญหาคือช่องว่างการรับรู้ การยอมรับ ตลอดจนประสิทธิภาพการบังคับใช้ เพื่อให้มาตรฐานเหล่านี้ถูกนำไปสู่การปฏิบัติจริง ดังนั้นจึงอยากสนับสนุนให้ทุกคนตระหนักถึงความเสี่ยง ทั้งเจ้าของอาคารที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน รวมถึงพวกเราทุกคนที่ต้องรู้ถึงสิทธิของตัวเอง ไม่ได้รอหรือทนอยู่เฉยๆ แต่สามารถเรียกร้องขอดูความปลอดภัยในอาคารที่เราจะเข้าไปซื้อ หรือเข้าไปใช้ได้ว่าดีแค่ไหน” ศ. ดร.นคร กล่าว
.
รศ. ดร.ธีรยุทธ โหรานนท์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SIIT) กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญในการรับมือภัยพิบัติ คือการคาดการณ์ล่วงหน้าและเตรียมความพร้อม โดยการแจ้งเตือนล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนรับรู้ก่อนเกิดภัย จะช่วยลดความสูญเสียได้มากขึ้น ยกตัวอย่างเหตุการณ์ภัยพิบัติจากพายุไซโคลนรุนแรง ที่ประเทศบังคลาเทศ เมื่อปี ค.ศ. 1970 มีผู้เสียชีวิตถึง 5 แสนราย แต่เมื่อเกิดขึ้นอีกครั้งปี ค.ศ. 2020 ด้วยขนาดความรุนแรงใกล้เคียงกัน มีผู้เสียชีวิตเพียง 26 ราย สะท้อนถึงผลลัพธ์จากการรับรู้ และการมีเทคโนโลยีที่ต่างกัน แม้จะเกิดภัยพิบัติขนาดเท่ากัน ถ้ามีการเตรียมความพร้อมที่ดี ก็สามารถลดความสูญเสียได้
.
รศ. ดร.ธีรยุทธ กล่าวว่า ในกระบวนการเหล่านี้เราสามารถใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีส่วนเชื่อมโยงเพื่อช่วยในการวิเคราะห์และวางแผนได้ทุกจุด โดยข้อมูลสามารถนำมาใช้ในการมองได้สองทาง ทางหนึ่งคือข้อมูลการเคลื่อนตัวของธรรมชาติ เช่น มวลน้ำ ที่ไหลเข้ามาจะทำให้เกิดอุทกภัยหรือไม่ อีกส่วนคือข้อมูลการเคลื่อนตัวของคน เช่น สัญญาณโทรศัพท์ การสัญจรเดินทาง เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติขึ้นมาแล้วผู้คนมีพฤติกรรมเกิดความตระหนกอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญเพื่อที่จะนำมากลั่นกรองเป็นองค์ความรู้ ที่นำมาสู่การตัดสินใจรับมือเมื่อเกิดเหตุได้
.
“ในส่วนของ SIIT เราก็ได้มีการทำงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การสำรวจข้อมูลระยะไกล (Remote Sensing) เทคโนโลยี GPS แต่สิ่งที่อยากเห็นคือการบูรณาการข้ามศาสตร์ เนื่องจากการรับมือกับภัยธรรมชาตินั้นต้องอาศัยองค์ความรู้จากทุกศาสตร์ เราจึงไม่สามารถมองแยกส่วนได้ เชื่อว่าประเทศไทยคนเก่งเยอะ แต่เราจะหาวิธีให้มาร่วมมือกันเพื่อช่วยกันผลักดันเป้าหมายเดียวกันให้สำเร็จได้อย่างไร” รศ. ดร.ธีรยุทธ กล่าว
.
รศ. ดร.มานัส ศรีวณิช คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในส่วนของคณะสถาปัตยกรรมฯ ปัจจุบันได้มีส่วนร่วมในการศึกษาออกแบบเพื่อรับมือกับภัยจากความร้อน ซึ่งถือเป็นภัยหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจทำให้คนรุ่นใหม่ในอนาคตต้องเผชิญกับภัยร้อนที่รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่จะได้รับผลกระทบจากความร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้ฉากทัศน์อนาคตที่มีการคาดการณ์ว่าภายในปี ค.ศ. 2100 อุณหภูมิในกรุงเทพฯ อาจเพิ่มสูงขึ้นขึ้นได้ถึง 5 องศาเซลเซียส
JJNY : 5in1 ชี้ณัฐวุฒิเสื่อมเสีย│เดือดรักชนกคอมเมนต์│เตือนรอยเลื่อนสะกายใต้│เฝ้าระวังน้ำหลาก│เผยสีนำนักธุรกิจเยือนสหรัฐ