เรื่องนี้ใหญ่จริง ไม่ได้พูดเกินไป เพราะสหรัฐฯ กับอังกฤษ ตัดสินใจจับมือกันแบบเป็นทางการ เพื่อไล่ล่าแก๊งหลอกลวงคริปโตที่ทำงานข้ามประเทศ ฟังดูเป็นเรื่องกฎหมายน่าเบื่อใช่ไหม แต่จริง ๆ แล้วมันคือการเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่
ปกติแล้วตำรวจแต่ละประเทศจะติดขัดเรื่อง "เขตอำนาจศาล" คือจับได้แต่ในประเทศตัวเอง ข้ามพรมแดนไปไม่ได้ แต่รอบนี้ อัยการสหรัฐฯ (เขตวอชิงตัน ดีซี) อัยการสูงสุดอังกฤษ-เวลส์ และหน่วยอาชญากรรมแห่งชาติอังกฤษ (NCA) เซ็นข้อตกลงร่วมกัน ให้แชร์ข้อมูลลับกันได้เต็มที่ แล้วเลือกฟ้องในประเทศที่มีหลักฐานแน่นที่สุด หรือกฎหมายแรงที่สุด พูดง่าย ๆ คือ หนีไปไหนก็โดนจับได้ทั้งนั้น
เบื้องหลังคือแก๊งอาชญากรรมจัดตั้งเต็มรูปแบบ
ที่มาของปัญหานี้ไม่ใช่แค่มิจฉาชีพรายเล็กหลอกกันเล่น ๆ แต่คือขบวนการหลอกลวงแบบ "สร้างความสัมพันธ์แล้วล่อลงทุน" หรือที่เรียกกันว่า Pig Butchering (แปลตรงตัวคือเชือดหมู เพราะขุนเหยื่อให้อ้วนก่อนแล้วค่อยเชือด) ขบวนการพวกนี้ถูกควบคุมโดยแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีฐานอยู่ในแคมป์ไซเบอร์แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างกัมพูชา เมียนมา และลาว
ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ คนที่ทำงานหลอกลวงในแคมป์เหล่านี้ หลายคนก็ตกเป็นเหยื่อเหมือนกัน พวกเขาถูกหลอกไปทำงาน แล้วถูกกักขังบังคับให้หลอกคนอื่นต่อ กลายเป็นทั้งเรื่องค้ามนุษย์และฟอกเงินผสมกันไปหมด
ตัวเลขความเสียหาย พอฟังแล้วต้องกลืนน้ำลาย
ข้อมูลจาก IC3 หน่วยรับเรื่องร้องเรียนอาชญากรรมไซเบอร์ของ FBI ระบุว่า ความเสียหายจากการหลอกลงทุนคริปโตในปี 2025 พุ่งไปแตะ 8.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 89% เมื่อเทียบกับปี 2023 แล้วนี่ยังเป็นแค่ตัวเลขที่มีคนกล้าแจ้งความเท่านั้น เพราะเหยื่อจำนวนมากอายที่จะบอกใคร หรือคิดว่าแจ้งไปก็ไม่ได้เงินคืนอยู่ดี เลยไม่ได้แจ้ง
แผนต่อไปคืออะไร
ทั้งสองประเทศเตรียมดึงบริษัทเทคโนโลยีและภาคเอกชนเข้าร่วมปฏิบัติการจริงที่กรุงลอนดอน ช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ โดยจะใช้เทคโนโลยีติดตามธุรกรรมบนบล็อกเชน (On-chain analytics) ผสานกับการอายัดทรัพย์สินแบบเรียลไทม์ เป้าหมายคือไม่ใช่แค่จับ "บัญชีม้า" ปลายทางอีกต่อไป แต่ต้องการทำลายทั้งระบบ ตั้งแต่โครงสร้างเทคโนโลยี ระบบฟอกเงิน ไปจนถึงห่วงโซ่อุปทานของแก๊งอาชญากรรมพวกนี้ให้หมดจด
การเคลื่อนไหวนี้ต่อยอดมาจากหน่วยเฉพาะกิจ US Scam Center Strike Force ที่ตั้งขึ้นปลายปี 2025 นั่นเอง
บทความนี้นำเสนอเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลรอบด้านก่อนตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล
ที่มา
Cointelegraph:
https://cointelegraph.com/news/us-uk-joint-alliance-crypto-scam-centers
crypto.news:
https://crypto.news/us-uk-join-forces-to-target-crypto-scam-centers-and-investment-fraud/
TechNadu:
https://www.technadu.com/us-and-uk-join-forces-against-global-scam-centers-and-cyber-enabled-investment-fraud/635349/
ยอดเสียหายคริปโตพุ่ง 89% ใน 2 ปี ทำไมสหรัฐฯ ต้องขอความช่วยเหลืออังกฤษ
เรื่องนี้ใหญ่จริง ไม่ได้พูดเกินไป เพราะสหรัฐฯ กับอังกฤษ ตัดสินใจจับมือกันแบบเป็นทางการ เพื่อไล่ล่าแก๊งหลอกลวงคริปโตที่ทำงานข้ามประเทศ ฟังดูเป็นเรื่องกฎหมายน่าเบื่อใช่ไหม แต่จริง ๆ แล้วมันคือการเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่
ปกติแล้วตำรวจแต่ละประเทศจะติดขัดเรื่อง "เขตอำนาจศาล" คือจับได้แต่ในประเทศตัวเอง ข้ามพรมแดนไปไม่ได้ แต่รอบนี้ อัยการสหรัฐฯ (เขตวอชิงตัน ดีซี) อัยการสูงสุดอังกฤษ-เวลส์ และหน่วยอาชญากรรมแห่งชาติอังกฤษ (NCA) เซ็นข้อตกลงร่วมกัน ให้แชร์ข้อมูลลับกันได้เต็มที่ แล้วเลือกฟ้องในประเทศที่มีหลักฐานแน่นที่สุด หรือกฎหมายแรงที่สุด พูดง่าย ๆ คือ หนีไปไหนก็โดนจับได้ทั้งนั้น
เบื้องหลังคือแก๊งอาชญากรรมจัดตั้งเต็มรูปแบบ
ที่มาของปัญหานี้ไม่ใช่แค่มิจฉาชีพรายเล็กหลอกกันเล่น ๆ แต่คือขบวนการหลอกลวงแบบ "สร้างความสัมพันธ์แล้วล่อลงทุน" หรือที่เรียกกันว่า Pig Butchering (แปลตรงตัวคือเชือดหมู เพราะขุนเหยื่อให้อ้วนก่อนแล้วค่อยเชือด) ขบวนการพวกนี้ถูกควบคุมโดยแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีฐานอยู่ในแคมป์ไซเบอร์แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างกัมพูชา เมียนมา และลาว
ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ คนที่ทำงานหลอกลวงในแคมป์เหล่านี้ หลายคนก็ตกเป็นเหยื่อเหมือนกัน พวกเขาถูกหลอกไปทำงาน แล้วถูกกักขังบังคับให้หลอกคนอื่นต่อ กลายเป็นทั้งเรื่องค้ามนุษย์และฟอกเงินผสมกันไปหมด
ตัวเลขความเสียหาย พอฟังแล้วต้องกลืนน้ำลาย
ข้อมูลจาก IC3 หน่วยรับเรื่องร้องเรียนอาชญากรรมไซเบอร์ของ FBI ระบุว่า ความเสียหายจากการหลอกลงทุนคริปโตในปี 2025 พุ่งไปแตะ 8.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 89% เมื่อเทียบกับปี 2023 แล้วนี่ยังเป็นแค่ตัวเลขที่มีคนกล้าแจ้งความเท่านั้น เพราะเหยื่อจำนวนมากอายที่จะบอกใคร หรือคิดว่าแจ้งไปก็ไม่ได้เงินคืนอยู่ดี เลยไม่ได้แจ้ง
แผนต่อไปคืออะไร
ทั้งสองประเทศเตรียมดึงบริษัทเทคโนโลยีและภาคเอกชนเข้าร่วมปฏิบัติการจริงที่กรุงลอนดอน ช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ โดยจะใช้เทคโนโลยีติดตามธุรกรรมบนบล็อกเชน (On-chain analytics) ผสานกับการอายัดทรัพย์สินแบบเรียลไทม์ เป้าหมายคือไม่ใช่แค่จับ "บัญชีม้า" ปลายทางอีกต่อไป แต่ต้องการทำลายทั้งระบบ ตั้งแต่โครงสร้างเทคโนโลยี ระบบฟอกเงิน ไปจนถึงห่วงโซ่อุปทานของแก๊งอาชญากรรมพวกนี้ให้หมดจด
การเคลื่อนไหวนี้ต่อยอดมาจากหน่วยเฉพาะกิจ US Scam Center Strike Force ที่ตั้งขึ้นปลายปี 2025 นั่นเอง
บทความนี้นำเสนอเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลรอบด้านก่อนตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล
ที่มา
Cointelegraph: https://cointelegraph.com/news/us-uk-joint-alliance-crypto-scam-centers
crypto.news: https://crypto.news/us-uk-join-forces-to-target-crypto-scam-centers-and-investment-fraud/
TechNadu: https://www.technadu.com/us-and-uk-join-forces-against-global-scam-centers-and-cyber-enabled-investment-fraud/635349/