วันนี้เราทะเลาะกับแม่เรื่อง “บุญคุณและความกตัญญู” ค่ะ
แม่พูดประมาณว่า เราควรกตัญญู เพราะแม่เลี้ยงเรามา เราเลยเถียงกลับไปว่า เราไม่ได้คิดว่าการเลี้ยงลูกเป็นเรื่องบุญคุณ แต่เป็นหน้าที่ของคนเป็นพ่อแม่ เพราะลูกไม่ได้เป็นคนเลือกที่จะเกิดมา
เราเปรียบเทียบกับการที่เราเอาหมาแมวมาเลี้ยง ถ้าเราเป็นคนอยากเอามันมาเลี้ยง เราก็ต้องรับผิดชอบดูแลมันให้ดีที่สุด เพราะมันไม่ได้เป็นคนขอมาอยู่กับเรา เราไม่ควรเลี้ยงมันแล้วพอมันโตจึงบอกว่า “กูเลี้ยงมา ต้องเลี้ยงกูคืน”
แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่คิดจะดูแลพ่อแม่นะคะ ถ้าพ่อแม่เลี้ยงเรามาดี ให้ความรัก ให้การดูแล พอโตขึ้นเรามีกำลัง เราก็อยากตอบแทนอยู่แล้ว เพราะความรักและความผูกพัน ไม่ใช่เพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นหนี้
ประเด็นที่เรารู้สึกไม่โอเคคือ ทุกวันนี้แม่พูดเรื่องเงินบ่อยมาก จนเรารู้สึกกดดันและเสียสุขภาพจิต เหมือนความเป็น “ลูกที่ดี” ถูกวัดจากการหาเงินหรือการส่งเงินกลับบ้าน
แม่ยังพูดว่าลูกที่ดีของแม่มีแค่พี่เรา เพราะพี่ทำงานหาเงินและส่งเงินกลับบ้านตลอด ทั้งที่พี่เองก็มีลูก มีค่าใช้จ่าย และถึงขั้นมีหนี้ เงินไม่พอใช้ แต่ก็ยังพยายามส่งเงินให้แม่
เราจึงถามแม่กลับว่า ถ้าการที่พี่ต้องทำงานหนัก เป็นหนี้ และไม่มีเงินพอใช้ แต่ยังต้องส่งเงินกลับบ้าน คือสิ่งที่เรียกว่า “ลูกที่ดี” แล้วทำไมเราไม่มองว่าพี่กำลังลำบากเกินไป?
ในมุมของเรา ถ้าชีวิตตัวเองยังไม่มั่นคง ไม่มีเงินพอใช้ อยู่กรุงเทพฯ ก็มีค่าใช้จ่ายเยอะมาก เรากลับคิดว่าควรทำให้ชีวิตตัวเองโอเคก่อน แล้วค่อยช่วยครอบครัวเท่าที่ตัวเองมีกำลัง ไม่ใช่เอาตัวเองให้ไม่รอดเพื่อส่งเงินกลับบ้าน
แม่เลยบอกว่าเราคิดแบบนี้เพราะ “ปัญญาอ่อน” และบอกว่าเราพูดให้แม่เสียใจ ซึ่งมันเป็นบาป
เราจึงถามกลับว่า ถ้าการที่ลูกพูดแล้วแม่เสียใจเป็นบาป แล้วเวลาพ่อแม่พูดหรือทำอะไรจนลูกเสียใจ มันไม่บาปหรือไม่ผิดเหมือนกันเหรอ?
แม่ตอบประมาณว่า “มันไม่เกี่ยว เป็นลูก”
ตรงนี้ทำให้เราสงสัยมากว่า ถ้าอย่างนั้นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูกมันควรเป็นแบบไหน?
ถ้าแม่เสียใจ ลูกต้องรู้สึกผิดและต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าลูกเสียใจกลับไม่เกี่ยว เพราะ “เป็นลูก” แบบนี้มันยุติธรรมไหม?
เราไม่ได้บอกว่าโตไปจะไม่เลี้ยงดูแม่ และไม่ได้คิดว่าพ่อแม่ไม่ควรได้รับการตอบแทน เราแค่คิดว่า การตอบแทนควรเกิดจากความรักและกำลังที่เรามี ไม่ใช่การถูกกดดันด้วยคำว่า “บุญคุณ” จนต้องยอมให้ชีวิตตัวเองลำบาก
เราเลยอยากถามคนที่มีประสบการณ์หรือมุมมองต่าง ๆ ว่า
เราคิดผิดไหมคะ? หรือจริง ๆ แล้วการเป็น “ลูกที่กตัญญู” ควรต้องเสียสละให้ครอบครัว แม้ตัวเองจะยังไม่พร้อมหรือมีชีวิตที่ลำบากอยู่ก็ตาม?
และถ้าเป็นคุณ คุณจะจัดการกับความรู้สึกกดดันจากการที่พ่อแม่พูดเรื่องเงินและบุญคุณซ้ำ ๆ อย่างไร?
เราผิดไหมที่คิดว่า “พ่อแม่เลี้ยงลูกคือหน้าที่” และลูกไม่ควรต้องลำบากเพื่อชดใช้บุญคุณ?
แม่พูดประมาณว่า เราควรกตัญญู เพราะแม่เลี้ยงเรามา เราเลยเถียงกลับไปว่า เราไม่ได้คิดว่าการเลี้ยงลูกเป็นเรื่องบุญคุณ แต่เป็นหน้าที่ของคนเป็นพ่อแม่ เพราะลูกไม่ได้เป็นคนเลือกที่จะเกิดมา
เราเปรียบเทียบกับการที่เราเอาหมาแมวมาเลี้ยง ถ้าเราเป็นคนอยากเอามันมาเลี้ยง เราก็ต้องรับผิดชอบดูแลมันให้ดีที่สุด เพราะมันไม่ได้เป็นคนขอมาอยู่กับเรา เราไม่ควรเลี้ยงมันแล้วพอมันโตจึงบอกว่า “กูเลี้ยงมา ต้องเลี้ยงกูคืน”
แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่คิดจะดูแลพ่อแม่นะคะ ถ้าพ่อแม่เลี้ยงเรามาดี ให้ความรัก ให้การดูแล พอโตขึ้นเรามีกำลัง เราก็อยากตอบแทนอยู่แล้ว เพราะความรักและความผูกพัน ไม่ใช่เพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นหนี้
ประเด็นที่เรารู้สึกไม่โอเคคือ ทุกวันนี้แม่พูดเรื่องเงินบ่อยมาก จนเรารู้สึกกดดันและเสียสุขภาพจิต เหมือนความเป็น “ลูกที่ดี” ถูกวัดจากการหาเงินหรือการส่งเงินกลับบ้าน
แม่ยังพูดว่าลูกที่ดีของแม่มีแค่พี่เรา เพราะพี่ทำงานหาเงินและส่งเงินกลับบ้านตลอด ทั้งที่พี่เองก็มีลูก มีค่าใช้จ่าย และถึงขั้นมีหนี้ เงินไม่พอใช้ แต่ก็ยังพยายามส่งเงินให้แม่
เราจึงถามแม่กลับว่า ถ้าการที่พี่ต้องทำงานหนัก เป็นหนี้ และไม่มีเงินพอใช้ แต่ยังต้องส่งเงินกลับบ้าน คือสิ่งที่เรียกว่า “ลูกที่ดี” แล้วทำไมเราไม่มองว่าพี่กำลังลำบากเกินไป?
ในมุมของเรา ถ้าชีวิตตัวเองยังไม่มั่นคง ไม่มีเงินพอใช้ อยู่กรุงเทพฯ ก็มีค่าใช้จ่ายเยอะมาก เรากลับคิดว่าควรทำให้ชีวิตตัวเองโอเคก่อน แล้วค่อยช่วยครอบครัวเท่าที่ตัวเองมีกำลัง ไม่ใช่เอาตัวเองให้ไม่รอดเพื่อส่งเงินกลับบ้าน
แม่เลยบอกว่าเราคิดแบบนี้เพราะ “ปัญญาอ่อน” และบอกว่าเราพูดให้แม่เสียใจ ซึ่งมันเป็นบาป
เราจึงถามกลับว่า ถ้าการที่ลูกพูดแล้วแม่เสียใจเป็นบาป แล้วเวลาพ่อแม่พูดหรือทำอะไรจนลูกเสียใจ มันไม่บาปหรือไม่ผิดเหมือนกันเหรอ?
แม่ตอบประมาณว่า “มันไม่เกี่ยว เป็นลูก”
ตรงนี้ทำให้เราสงสัยมากว่า ถ้าอย่างนั้นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูกมันควรเป็นแบบไหน?
ถ้าแม่เสียใจ ลูกต้องรู้สึกผิดและต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าลูกเสียใจกลับไม่เกี่ยว เพราะ “เป็นลูก” แบบนี้มันยุติธรรมไหม?
เราไม่ได้บอกว่าโตไปจะไม่เลี้ยงดูแม่ และไม่ได้คิดว่าพ่อแม่ไม่ควรได้รับการตอบแทน เราแค่คิดว่า การตอบแทนควรเกิดจากความรักและกำลังที่เรามี ไม่ใช่การถูกกดดันด้วยคำว่า “บุญคุณ” จนต้องยอมให้ชีวิตตัวเองลำบาก
เราเลยอยากถามคนที่มีประสบการณ์หรือมุมมองต่าง ๆ ว่า
เราคิดผิดไหมคะ? หรือจริง ๆ แล้วการเป็น “ลูกที่กตัญญู” ควรต้องเสียสละให้ครอบครัว แม้ตัวเองจะยังไม่พร้อมหรือมีชีวิตที่ลำบากอยู่ก็ตาม?
และถ้าเป็นคุณ คุณจะจัดการกับความรู้สึกกดดันจากการที่พ่อแม่พูดเรื่องเงินและบุญคุณซ้ำ ๆ อย่างไร?