“ปลาแห้งแตงโม” เป็นเมนูโบราณที่มีประวัติย้อนไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่เดิมกล่าวกันว่า...เป็นอาหารชาววังที่นิยมทานกันช่วงฤดูร้อนในหมู่ขุนนางและพระเจ้าแผ่นดิน แต่ปรากฏหลักฐานชัดเจนในจดหมายเหตุความทรงจำของ
พระเจ้าไปยิกาเธอกรมหลวงนรินทรเทวี (เจ้าครอกวัดโพธิ์ / พระนามเดิมว่า กุ) เป็นพระกนิษฐาต่างพระชนนีในรัชกาลที่ ๑ เมื่อครั้งทำพระราชพิธีสมโภชพระแก้วมรกต และฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เมื่อปี ๒๓๕๒ ที่ปรากฏมี "แตงโมปลาแห้งแตงอุลิด" เป็นเมนูในงานดังกล่าวด้วย (ในสมัยโบราณจะเรียกแตงโมว่า...อุลิด)
.
ตามบันทึกระบุว่า...เป็นงานใหญ่ของราชสำนักที่นิมนต์พระสงฆ์ฉันภัตตาหารถึงวันละ ๒,๐๐๐ รูปนับว่าเมนู "แตงโมปลาแห้ง" เป็นเมนูเก่าแก่หรูหราของชาววังมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่สืบทอดกันมาถึงทุกวันนี้
.
บ้างก็เล่าและอ้างกันว่า...น่าจะมีที่มาจากเมนู Mellon Prosciutto Wrapped หรือแตงโมหมูเค็มที่ติดมากับเรือสินค้ายุโรปที่มาค้าขายกับคนหงสาวดีและคนกรุงศรีอยุธยาในครั้งนั้น แต่เนื่องจากหมูยังเป็นของหายากคนหงสาวดีและคนกรุงศรีอยุธยาไม่นิยมกิน แต่หากเทียบกับปลาที่หาง่าย ทุกหลังคาเรือนมีปลาแห้งติดกันครัว การปรับเปลี่ยนจากหมูเค็มเป็นปลาแห้ง แต่อีกนัยหนึ่งก็กล่าวกันว่า...อาจเป็นไปได้ว่าพ่อค้ายุโรปเหล่านั้นอาจนำเอาเมนูแตงโมปลาแห้งจากหงสาวดีหรือกรุงศรีอยุธยาติดตัวกลับไปบ้านเกิดเมืองนอน แต่แถบนั้นอาจไม่นิยมปลาแห้งจึงเปลี่ยนมาเป็นหมูแฮมเค็มแทน
.
หมายเหตุ เคล็ดลับความอร่อยของเมนูนี้ คือ การเลือกปลาช่อนแดดเดียวนั้น เนื้อปลาช่อนต้องเป็นสีชมพูอ่อน ๆ สีเนื้อต้องไม่คล้ำ กลิ่นต้องไม่เค็มจนเกินไป และสำหรับแตงโมควรเลือกแตงโมแบบเนื้อทราย เนื้อแน่น หวาน กรอบและฉ่ำน้ำ
.
ที่มา
Thai Cuisine History
ปลาแห้งแตงโม ปรากฏชื่อครั้งแรกว่า ผัดปลาแห้งแตงอุลิด
“ปลาแห้งแตงโม” เป็นเมนูโบราณที่มีประวัติย้อนไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่เดิมกล่าวกันว่า...เป็นอาหารชาววังที่นิยมทานกันช่วงฤดูร้อนในหมู่ขุนนางและพระเจ้าแผ่นดิน แต่ปรากฏหลักฐานชัดเจนในจดหมายเหตุความทรงจำของ พระเจ้าไปยิกาเธอกรมหลวงนรินทรเทวี (เจ้าครอกวัดโพธิ์ / พระนามเดิมว่า กุ) เป็นพระกนิษฐาต่างพระชนนีในรัชกาลที่ ๑ เมื่อครั้งทำพระราชพิธีสมโภชพระแก้วมรกต และฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เมื่อปี ๒๓๕๒ ที่ปรากฏมี "แตงโมปลาแห้งแตงอุลิด" เป็นเมนูในงานดังกล่าวด้วย (ในสมัยโบราณจะเรียกแตงโมว่า...อุลิด)
.
ตามบันทึกระบุว่า...เป็นงานใหญ่ของราชสำนักที่นิมนต์พระสงฆ์ฉันภัตตาหารถึงวันละ ๒,๐๐๐ รูปนับว่าเมนู "แตงโมปลาแห้ง" เป็นเมนูเก่าแก่หรูหราของชาววังมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่สืบทอดกันมาถึงทุกวันนี้
.
บ้างก็เล่าและอ้างกันว่า...น่าจะมีที่มาจากเมนู Mellon Prosciutto Wrapped หรือแตงโมหมูเค็มที่ติดมากับเรือสินค้ายุโรปที่มาค้าขายกับคนหงสาวดีและคนกรุงศรีอยุธยาในครั้งนั้น แต่เนื่องจากหมูยังเป็นของหายากคนหงสาวดีและคนกรุงศรีอยุธยาไม่นิยมกิน แต่หากเทียบกับปลาที่หาง่าย ทุกหลังคาเรือนมีปลาแห้งติดกันครัว การปรับเปลี่ยนจากหมูเค็มเป็นปลาแห้ง แต่อีกนัยหนึ่งก็กล่าวกันว่า...อาจเป็นไปได้ว่าพ่อค้ายุโรปเหล่านั้นอาจนำเอาเมนูแตงโมปลาแห้งจากหงสาวดีหรือกรุงศรีอยุธยาติดตัวกลับไปบ้านเกิดเมืองนอน แต่แถบนั้นอาจไม่นิยมปลาแห้งจึงเปลี่ยนมาเป็นหมูแฮมเค็มแทน
.
หมายเหตุ เคล็ดลับความอร่อยของเมนูนี้ คือ การเลือกปลาช่อนแดดเดียวนั้น เนื้อปลาช่อนต้องเป็นสีชมพูอ่อน ๆ สีเนื้อต้องไม่คล้ำ กลิ่นต้องไม่เค็มจนเกินไป และสำหรับแตงโมควรเลือกแตงโมแบบเนื้อทราย เนื้อแน่น หวาน กรอบและฉ่ำน้ำ
.
ที่มา Thai Cuisine History