JJNY : ยิ่งชีพนัด 13 ก.ย.ขนลัง│BGC ชี้คอร์รัปชันโจทย์ใหญ่ไทย│เยอรมนีลดภาษีครัวเรือน│เตือนเหนือ-อีสานเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

ยิ่งชีพ ไอลอว์ นัด 13 ก.ย. ขนลัง หลักฐานสำนวนฮั้ว ส.ว. ตั้งหน้าหอศิลป์
https://www.matichon.co.th/politics/news_5876288
.

.
ยิ่งชีพ ไอลอว์ นัด 13 ก.ย. ขนลัง หลักฐานสำนวนฮั้ว ส.ว. ตั้งหน้าหอศิลป์
.
เมื่อวันที่ 4 กันยายน นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า
.
“เอาเป็นว่า วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ตอน 16.00 เราไปเจอกันที่หน้าหอศิลป์นะครับ
.
ผมกำลังวางแผนว่าจะเดินไป ถือป้ายสักอันนึง และขนหลักฐานสำนวนออกจากออฟฟิศ ย่านลาดพร้าว เพื่อไปไว้ที่หน้าหอศิลป์ครับ ถ้าออกสัก 10.00 น. ก็น่าจะไปถึง 16.00 น.
.
ถ้าใครว่างแต่เช้าก็มาเดินด้วยกัน ช่วยกันขนไอ้เอกสารตั้งนั้นไปให้ถึงหอศิลป์กันนะครับ ไม่ไกลหรอกครับ เดินใต้รถไฟฟ้าสบายๆ ออกกำลัง city walk ถ้ามีถึง 5-6 คน ก็แวะกินก๋วยเตี๋ยวกันด้วยครับ”
.
https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/pfbid02vLmbDdm498KiHcQYwXYLU3gSkJHtaF9GdhCUAuC9rfnZqzq8eAMt3dzmgBxqoxmcl
.

.
BGC ชี้คอร์รัปชันโจทย์ใหญ่ไทย แนะเริ่มจากผู้นำ-รัฐ หวังปลดล็อกเศรษฐกิจโต 4-5% เทียบมาเลเซีย https://www.matichon.co.th/economy/news_5876213
.
BGC ชี้คอร์รัปชันโจทย์ใหญ่ไทย แนะเริ่มจากผู้นำ-รัฐ หวังปลดล็อกเศรษฐกิจโต 4-5% เทียบมาเลเซีย
.
นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC เปิดเผยถึง เศรษฐกิจครึ่งปีหลังว่า เศรษฐกิจไทยน่าจะดีขึ้น หลังรัฐบาลทำงานมาระยะหนึ่งและเริ่มมีความต่อเนื่องมากขึ้น รวมถึงเรื่องเสถียรภาพที่เริ่มดีขึ้น แต่ต้องยอมรับว่ายังไม่ถึงจุดที่ควรพอใจ เพราะ จีดีพี หรือ การเติบโตของประเทศเรายังไม่เยอะ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน โดยคาดว่า จีดีพี ไทยปีนี้ยังน่าจะอยู่แถว 2% บวก-ลบ ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากไทยไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่เข้ามาในช่วงเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน
.
เราเคยสัญญากับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศว่า EEC จะเกิดขึ้น จะมีโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ รองรับ แต่ถึงเวลาจริงด้วยปัจจัยหลายอย่างทำให้ยังไม่เกิดขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่เข้ามาในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งในสมการ GDP การลงทุนภาครัฐถือเป็นส่วนสำคัญของการเติบโต หากไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่เข้ามา ก็เป็นเรื่องยากที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในระดับสูง “ถ้าประเทศข้างเคียงอย่างสิงคโปร์หรือมาเลเซียเติบโตได้ 4-5% ผมคิดว่าไทยก็ไม่ได้มีศักยภาพที่แย่กว่า โดยเฉพาะมาเลเซียที่เป็นคู่แข่งใกล้เคียงกับเรา เราก็ควรจะเติบโตได้ใกล้เคียงกับเขา” นายศิลปรัตน์กล่าว
.
นายศิลปรัตน์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นกำแพงภาษีของสหรัฐ มองว่ายังไม่น่ากังวลมากนักในภาพรวมเศรษฐกิจ เนื่องจากหลายประเทศได้รับผลกระทบในลักษณะใกล้เคียงกัน ซึ่งสิ่งสำคัญคือความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศ ทุกประเทศน่าจะโดนขึ้นภาษีในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกัน เพียงแต่ต้นทุนในการทำของเราแพงขึ้น แต่ประเทศที่เป็นคู่แข่งก็แพงขึ้นเหมือนกัน ทั้งนี้ หากไทยไม่ได้ถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่แตกต่างจากประเทศอื่นมากนัก ก็ยังไม่ค่อยน่ากังวล เนื่องจากไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปตลาดสหรัฐไม่สูง
.
นายศิลปรัตน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม มาตรการ Thailand Fast Pass นับว่าเป็นส่วนช่วยหนึ่งในการดึงนักลงทุนเข้ามาในประเทศไทย แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด หากปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศยังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ระบบราชการ ขั้นตอนการขออนุญาต และปัญหาคอร์รัปชัน เพราะแม้จะสามารถดึงนักลงทุนเข้ามาได้ แต่หากนักลงทุนเข้ามาแล้วไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น หรือไม่เกิดความเชื่อมั่นในระยะยาว ก็อาจไม่ช่วยสร้างการลงทุนอย่างยั่งยืน
.
นายศิลปรัตน์ กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ของไทยคือการเพิ่มประสิทธิภาพระบบเศรษฐกิจ ทั้งการบริหารจัดการภาครัฐ การลดอุปสรรคในการทำธุรกิจ และการแก้ปัญหาคอร์รัปชันให้เกิดผล แต่ทว่าการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในช่วงหลังมีพัฒนาการดีขึ้นบ้าง จากการพูดถึงปัญหามากขึ้นและมีความตื่นตัวมากขึ้น แม้หลายครั้งการดำเนินการอาจถูกมองว่าเป็นการมุ่งไปที่คนหรือบางกลุ่ม ทำให้ความแฟร์ในการปฏิบัติอาจไม่เท่ากัน แต่ก็ยังดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย สมมติปัญหาคอร์รัปชันมี 100% หรือมี 100 กลุ่ม “ถ้าทรีตได้ประมาณ 60-70% แล้วกระจาย ๆ ออกไปในหลายกลุ่ม ผมคิดว่าน่าจะดีขึ้น” เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ประเทศไทยต้องทำต่อ
.
นายศิลปรัตน์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางแก้ปัญหา มองว่าต้องเริ่มจากการมีรัฐบาลที่ดี โดยผู้นำรัฐบาลและระบบการจัดการต้องเป็นตัวอย่างที่ดีก่อน รวมถึงต้องแก้ตั้งแต่ฐานราก ทั้งระบบการศึกษาและระบบการเลือกตั้ง เพราะปัญหาคอร์รัปชันเชื่อมโยงกับหลายปัจจัย ทั้งเรื่องการลงทุนและการคืนทุน ซึ่งในมุมของภาคเอกชน ทั้งรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ เราพร้อมแข่งขันอยู่แล้ว เพราะสิ่งที่ต้องการคือการแข่งขันและการทำงานที่แฟร์
.

.
เยอรมนีลดภาษีครัวเรือน เพิ่มภาษีคนรายได้สูง หวังช่วยค่าครองชีพ
https://www.dailynews.co.th/news/6164671/
.
คณะรัฐมนตรีเยอรมนีเห็นชอบมาตรการลดภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือนรายได้น้อยและปานกลาง โดยเฉพาะครอบครัวที่มีบุตร พร้อมปรับขึ้นภาษีผู้มีรายได้สูงเพื่อชดเชยรายได้บางส่วน แต่มีเสียงคัดค้านจากภาคธุรกิจที่กังวลกระทบการลงทุนและการจ้างงาน
.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ว่า คณะรัฐมนตรีเยอรมนีเห็นชอบมาตรการลดภาษี เพื่อเพิ่มรายได้หลังหักภาษีให้ครัวเรือนรายได้น้อยและปานกลาง โดยเฉพาะครอบครัวที่มีบุตร
.
กระทรวงการคลังเยอรมนีระบุในแถลงการณ์ว่า มาตรการดังกล่าวจะทยอยมีผล และจะมีผลเต็มรูปแบบในปี 2571 ขณะที่รัฐบาลผสมเตรียมชดเชยรายได้บางส่วนด้วยการเพิ่มภาษีสำหรับผู้มีรายได้สูง ซึ่งถูกภาคธุรกิจวิจารณ์
.
นายลาร์ส คลิงไบล์ รมว.กระทรวงการคลังเยอรมนี กล่าวว่า ครอบครัวรายได้ปานกลางที่มีบุตร 2 คน จะมีเงินเหลือใช้เพิ่มขึ้นมากกว่า 600 ยูโรต่อปี ( ราว 22,942.20 บาท ) ตั้งแต่ปี 2571 โดยรัฐบาลต้องการช่วยเหลือครอบครัวและเพิ่มเงินเหลือในแต่ละเดือน
.
มาตรการดังกล่าวจะเพิ่มเงินช่วยเหลือบุตรเป็นเดือนละ 267 ยูโรต่อคน ในปี 2570 ( ราว 10,209.28 บาท ) จากปัจจุบัน 259 ยูโร ( ราว 9,903.38 บาท ) ก่อนเพิ่มเป็น 272 ยูโร ( ราว 10,400.46 บาท ) ในปี 2571 พร้อมเพิ่มเพดานรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเป็น 12,564 ยูโรในปี 2570 ( ราว 480,409.67 บาท ) และ 12,900 ยูโรในปีถัดไป ( ราว 493,257.30 บาท )
.
ขณะเดียวกัน อัตราภาษีเงินได้สูงสุด 45% จะเริ่มใช้กับรายได้ที่ต้องเสียภาษีตั้งแต่ 250,000 ยูโร ( ราว 9.55 ล้านบาท ) และกำหนดอัตราใหม่ 47% สำหรับรายได้เกิน 280,000 ยูโรต่อปี ( ราว 10.7 ล้านบาท )
.
อย่างไรก็ตาม สมาคมอุตสาหกรรมเยอรมนีระบุว่า มาตรการดังกล่าวไม่ช่วยลดภาระให้ภาคธุรกิจ ขณะที่สมาคมธุรกิจขนาดกลางเตือนว่า การขึ้นภาษีผู้มีรายได้สูงอาจกระทบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และบั่นทอนการลงทุน
.
ด้านหอการค้าและอุตสาหกรรมเยอรมนีระบุเช่นกันว่า มาตรการนี้อาจทำให้ธุรกิจที่ลงทุน ฝึกอบรมแรงงาน และสร้างงาน มีทรัพยากรลดลงสำหรับการลงทุน นวัตกรรม และการจ้างงานในอนาคต

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่