ทำไมสายการบินถึงขายตั๋วเกินจำนวนที่นั่งจริง จนเป็นข่าวคนล้นเครื่องเดินทางไม่ได้อยู่บ่อยๆ

กระทู้สนทนา
ทำไมสายการบินถึงขายตั๋วเกินจำนวนที่นั่งจริง (Overbooking) แล้วเขาเอาข้อมูลมาจากไหนถึงกล้าเปิดขายที่นั่งเกิน

หลายคนอาจจะคิดว่าการที่สายการบินขายตั๋วเกินจำนวนเก้าอี้บนเครื่อง คือการ "สุ่มดวง" หรือเห็นแก่ได้ แต่ในทางธุรกิจการบิน นี่คือ "ศาสตร์แห่งสถิติและการเงิน" ที่เบื้องหลังมีทีมงานที่เรียกว่า Revenue Optimizer คอยวิเคราะห์ตามรอยข้อมูลอย่างรัดกุม

บทความนี้จะพาคุณไปดูกันว่าพวกเขามีวิธีคิดและใช้ข้อมูลอะไรบ้าง ที่สามารถทำให้เครื่องบินเต็มลำพอดี โดยไม่ทิ้ง(หรือทิ้ง?)ใครไว้ข้างหลัง

๑. ประวัติเที่ยวบินเฉพาะแต่ละเส้นทางในอดีต
หัวใจสำคัญที่สุดของการขายเกินที่นั่งคือการขุด ** ประวัติเที่ยวบินเส้นทางเดียวกันในอดีต ** โดยรวบรวมสถิติย้อนหลังกลับไป 3-5 ปี ในช่วงวัน สัปดาห์ หรือเทศกาลเดียวกัน เพื่อต้องการทราบ

- อัตรา เฉลี่ยของผู้โดยสารที่ไม่มาเดินทาง(No-Show)
เที่ยวบินนี้ปกติมีคนซื้อตั๋วแล้วไม่มาขึ้นเครื่องกี่ % เช่น เที่ยวบินเช้าวันจันทร์ ยอด No-Show ประจำคือ 5-8%
- อัตราการแจ้งยกเลิกนาทีสุดท้าย มีคนขอคืนตั๋วหรือเปลี่ยนเที่ยวบินก่อนบินกี่ชั่วโมง
- ข้อมูลผู้โดยสารมาเช็กอินช่วงเวลาไหน และมีประวัติมาต่อเครื่องไม่ทัน บ่อยแค่ไหน
ข้อมูลประวัติศาสตร์เหล่านี้จะถูกนำมาเข้าโมเดลสถิติ เพื่อทำนาย "พฤติกรรมในเที่ยวบินนั้นๆ" นั่นเอง

๒. ชั่งน้ำหนักความเสี่ยง: "เก้าอี้ว่าง" กับ "ค่าชดเชย"
เมื่อรู้แนวโน้มอัตรา เฉลี่ยของผู้โดยสารที่ไม่มาเดินทาง จาก ประวัติเที่ยวบินเส้นทางเดียวกันในอดีตแล้ว เจ้าหน้าที่จะนำมาคำนวณหาจุดสมดุลทางการเงินระหว่าง
๒.๑ เก้าอี้ว่าง (Spoil Cost) ถ้าเครื่องออกแล้วมีเก้าอี้ว่าง สายการบินจะสูญเสียรายได้ส่วนนั้นไปทันที ไม่สามารถนำกลับมาขายใหม่ได้
๒.๒ ค่าชดเชยเมื่อที่นั่งเต็มหรือDenied Boarding Cost ถ้าขายเกินแล้วทุกคนดันมาครบ สายการบิน(ควร)จะต้องจ่ายค่าโรงแรม ค่าอาหาร คูปองเดินทาง และตั๋วเที่ยวบินใหม่ให้ผู้โดยสารที่ไม่ได้ขึ้นเครื่อง

๓. จำแนกพฤติกรรมตามประเภทตั๋วและเส้นทาง
ระบบจะนำประวัติเที่ยวบินเส้นทางนี้ในอดีต มาแยกย่อยวิเคราะห์ต่ออีกว่า
๓.๑ ประเภทผู้โดยสาร
เที่ยวบินที่มีนักธุรกิจเดินทางเป็นจำนวนมาก มักมีอัตราการเปลี่ยนเที่ยวบินสูงกว่าเที่ยวบินของกลุ่มนักท่องเที่ยว
๓.๒ เส้นทางบิน
เส้นทางบินสั้นๆ ที่มีหลายเที่ยวบินต่อวัน มักจะมี อัตรา เฉลี่ยของผู้โดยสารที่ไม่มาเดินทาง (No-Show) สูงกว่าเส้นทางข้ามทวีปยาวๆ ที่คนมักจะไม่พลาดเที่ยวบินกัน

๔. แผนรับมือที่ยืดหยุ่น
๔.๑ อัพเกรดผู้โดยสารขึ้นที่นั่งชั้นหนึ่ง
ถ้า ประวัติเที่ยวบินเส้นทางนี้ในอดีตบอกว่าชั้นประหยัด (Economy) มีโอกาส No-Show สูง และชั้นธุรกิจ (Business Class) ยังว่างอยู่ Optimizer มักจะอนุมัติให้เปิดขายชั้นประหยัดเกินได้อีก
หากถึงวันเดินทางจริงทุกคนดันมาครบตามคาด สายการบินก็จะใช้วิธี "Upgrade ฟรี" ให้กับผู้โดยสารชั้นประหยัดบางคนไปนั่งชั้นธุรกิจแทน
 สรุปให้เห็นภาพ
การขายเกินจำนวนที่นั่งของเที่ยวบินไม่ใช่การเดามั่ว แต่คือการนำประวัติเที่ยวบินเส้นทางนั้นๆในอดีต มาทำนายพฤติกรรมในอนาคต หากสถิติย้อนหลังบอกว่าเที่ยวบินนี้จะมีคน No-Show เฉลี่ย 5 คน สายการบินก็พร้อมจะเปิดขายตั๋วเพิ่ม 5 ใบ เพื่อให้เครื่องบินลำนั้นบินขึ้นฟ้าด้วยความคุ้มค่าสูงสุดนั่นเอง




แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่