Hello SaWaDiKa 6 เกร็ดประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จากมิวสิกวิดีโอเพลง SaWaDiKa ของ LISA นักร้อง และนักแสดงชาวไทย

Hello SaWaDiKa 6 เกร็ดประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จากมิวสิกวิดีโอเพลง SaWaDiKa ของ LISA ลลิษา มโนบาล เป็นที่รู้จักในชื่อ ลิซ่า แร็ปเปอร์ นักร้อง นักเต้น และนักแสดงชาวไทย


LISA ศิลปินชื่อดังระดับโลกเพิ่งปล่อยเพลงใหม่ล่าสุดอย่าง SaWaDiKa เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ในมิวสิกวิดีโอเนรมิตสถานที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ออกมาอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Dib Bangkok, ตึกในซอยเฉลิมเขต, หอพักหญิงธรรมศาสตร์ ซอยงามดูพลี, ถนนรองเมือง, หัวลำโพง

ศิลปวัฒนธรรมพาสำรวจ 6 เรื่องราวประวัติศาสตร์ คำว่าสวัสดี ว่าวจุฬา มวยไทย ตุ๊กตุ๊ก ถนนรองเมือง และหัวลำโพง จากมิวสิกวิดีโอ SaWaDiKa

Hello Sawadika สวัสดีค่ะ สวัสดีค่าาาา คำว่า “สวัสดี” ที่คนไทยใช้กันจนคุ้นชินนี้ ไม่ใช่คำเก่าแก่โบราณ แต่เพิ่งบัญญัติขึ้นไม่เกินร้อยปีนี้เอง

สวัสดี เป็นคำทักทายประจำชาติไทยที่มีต้นเค้ามาจากคำภาษาสันสกฤตว่า “สฺวสฺติ” ซึ่งตรงกับคำภาษาบาลีว่า “โสตฺถิ” มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ว่า ความดี, ความงาม, ความเจริญรุ่งเรือง

การใช้คำว่า “สวัสดี” เป็นคำทักทายนั้น เป็นแนวคิดของพระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) เมื่อราวปี 2477-2478 โดยท่านได้มอบคำนี้ให้นิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้ทักทายครูอาจารย์ ดังความในจดหมายที่พระยาอุปกิตศิลปสารเขียนถึงลูกศิษย์ว่า

“คำว่า ‘สวัสดี’ ที่ครูได้มอบไว้แต่ต้น โปรดจงโปรยคำอมฤตนี้ทุกครั้งเถิด จะใช้ ‘สวัสดี’ ห้วนๆ หรือ ‘สวัสดีขอรับ’ หรือ ‘สวัสดีขอรับคุณครู’ หรือจะเหยาะให้หวานว่า ‘สวัสดีขอรับคุณอาจารย์’ ครูเป็นปลื้มใจทั้งนั้น”

ในวันที่ 22 มกราคม ปี 2486 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามก็ได้ประกาศให้ใช้คำว่า “สวัสดี” เป็นคำทักทายประจำชาติอย่างเป็นทางการ และคนไทยก็ใช้คำว่า “สวัสดี” เป็นคำทักทายมาจวบจนปัจจุบัน

ว่าวจุฬา เป็นว่าวประเภทหนึ่งที่คนไทยนิยมเล่นในฤดูหนาว ซึ่งมี “ลมว่าว” หรือลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ หรือเล่นในฤดูร้อนซึ่งมี “ลมตะเภา” หรือลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้พัดผ่าน ในสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคกลาง เล่ม 13 ให้ข้อมูลเกี่ยวกับว่าวจุฬาว่า

“ว่าวจุฬา หรือ ว่าวกุลา เป็นว่าวไทยที่ดัดแปลงมาจากว่าวรูปดาว 5 แฉกของอินเดีย มี 5 มุมเช่นเดียวกันแต่ไทยดัดแปลงมุมด้านบนของว่าวดาวให้ยื่นออกยาวไปและยึด 2 มุม ด้านข้างทำเป็นปีกให้ยาวออกไปด้วย ส่วนล่างอีก 2 มุมก็ยืดให้ยาวออกเป็นขากบ ส่วนหัวของว่าวมีโครงไม้ยืนออกไปกว่าส่วนอื่น ส่วนปีกใช้ไม้เหลาให้เรียวอ่อนลู่ได้เพื่อระบายลม ว่าวจุฬามีขนาดใหญ่ถ้าเป็นว่าวพนันอาจยาวได้ถึง 2 เมตร”

มวยไทย ในมิวสิกวิดีโอ SaWaDiKa เราได้เห็นมวยไทย เวทีมวย และ LISA เองก็ใส่กางเกงมวยที่ปักคำว่า “ลลิษา” ซึ่งเป็นชื่อจริงของเธอ สำหรับมวยไทยนั้นทราบกันดีว่าเป็นศิลปะการป้องกันตัวของไทยที่มีพัฒนาการมาอย่างยาวนาน

แม้ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามวยไทยเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อใด แต่ปรากฏหลักฐานว่ามีการชกมวยไทยมาตั้งแต่สมัยอยุธยา สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ โปรดการชกมวยมากจนทรงปลอมพระองค์มาชกมวยกับชาวบ้าน

ในสมัยรัชกาลที่ 5 ก็มีการตั้ง “กรมทนายเลือก” และคัดเลือกนักมวยฝีมือดีเข้ามารับราชการเป็นทหารรักษาพระองค์ ขณะที่นักมวยฝีมือดีหลายคนตามหัวเมืองก็ได้รับตำแหน่ง “นักมวยหลวง”

ในสมัยรัชกาลที่ 6 มวยไทยได้พัฒนาให้เป็นสากลมากขึ้น มีการตั้งกติกาแข่งขัน ก่อนที่ในปี 2488 จะมีการก่อตั้งสนามมวยราชดำเนิน และในปี 2499 ก็ได้ก่อตั้งสนามมวยลุมพินี ทำให้มวยไทยได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ และแพร่หลายจนถึงระดับสากล กลายเป็นกีฬาประจำชาติไทยที่นานาชาติให้การยอมรับ

Hello SaWaDiKa



รถตุ๊กตุ๊ก หรือรถสามล้อเครื่อง ลักษณะของรถประเภทนี้ถือกำเนิดขึ้นในต่างประเทศมานาน ต่อมาในประเทศไทยได้นำรถสามล้อเครื่องกระบะบรรทุกจากประเทศญี่ปุ่นยี่ห้อไดฮัทสุ รุ่นมิดเจ็ท ดีเค มาดัดแปลงให้เป็นรถสำหรับโดยสาร เพื่อทดแทนรถสามล้อถีบซึ่งถูกห้ามวิ่งในกรุงเทพฯ ช่วงปี 2503

สำหรับที่มาของคำว่า “ตุ๊กตุ๊ก” (Tuk-Tuk) นั้น สันนิษฐานว่าเป็นคำที่เรียกตามเสียงของเครื่องยนต์รถนั่นเอง



La la Lisa la diva ณ ถนนรองเมือง ถนนเส้นนี้เริ่มตั้งแต่ถนนพระรามที่ 1 บริเวณสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปจนถึงถนนพระรามที่ 4 ความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นถนนที่ “พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง” (ม.ร.ว. ลพ สุทัศน์) ได้กราบบังคมทูลรัชกาลที่ 5 ขอพระบรมราชานุญาตก่อสร้างเมื่อปี 2445 ด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว

พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมืองต้องขออนุญาตจากรัชกาลที่ 5 เพราะตัวถนนจะตัดกินเนื้อที่ส่วนหนึ่งของกรมรถไฟ รัชกาลที่ 5 จึงมีพระราชกระแสให้สอบถามจากกรมรถไฟว่า จะยินยอมให้ตัดถนนหรือไม่ รวมทั้งกรมสุขาภิบาลซึ่งมีหน้าที่ดูแลถนนสายนี้ต่อไปด้วย

เมื่อกรมรถไฟยินยอมจึงได้เริ่มก่อสร้างจนแล้วเสร็จเมื่อปี 2447 และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ปี 2447 รัชกาลที่ 5 พระราชทานนามว่า “ถนนรองเมือง” ซึ่งมาจากราชทินนามของพระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมืองนั่นเอง



หัวลำโพง เป็นชื่อย่านในกรุงเทพฯ ซึ่งมีสถานีรถไฟกรุงเทพ หรือสถานีรถไฟหัวลำโพงเป็นศูนย์กลาง โดยที่มาของคำว่า “หัวลำโพง” ยังเป็นที่ถกเถียงอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากบางข้อเสนอเชื่อว่า “หัวลำโพง” เพี้ยนมาจาก “ทุ่งวัวลำพอง” เนื่องจากเคยเป็นทุ่งเลี้ยงวัวมาก่อน ขณะที่บางข้อเสนอเชื่อว่า “หัวลำโพง” มาจากชื่อต้นลำโพงซึ่งพบมากในบริเวณดังกล่าว

และบางข้อเสนอก็เชื่อว่า “หัวลำโพง” เป็นคำดั้งเดิม ดังที่ปรากฏในพระราชหัตถเลขาของรัชกาลที่ 5 ความว่า “การเช่นนี้มีจนกระทั่งในกรุงเทพฯ เช่น หัวลำโพง ฝรั่งเรียกไม่ชัด ไทยเราพลอยเรียกตามว่า วัวลำพอง นี่เป็นเรื่องที่ควรจะฟาดเคราะห์จริง ๆ” 

ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่