Road House (2024) ฉบับ Jake Gyllenhaal: บู๊ดิบๆ เถื่อนๆ มันส์จนลืมหายใจ (แต่มีอะไรให้ติบ้างเล็กน้อยครับ)



สวัสดีครับชาวพันทิปทุกท่าน วันนี้ผมขอมาเล่าประสบการณ์หลังจากที่ได้ดูหนัง Road House เวอร์ชั่นปี 2024 ที่มี Jake Gyllenhaal แสดงนำครับ บอกเลยว่าตอนแรกที่เห็นข่าวว่าจะรีเมคหนังเรื่องนี้ ผมก็แอบกังวลนิดหน่อย เพราะ Road House ฉบับปี 1989 ที่ Patrick Swayze แสดงไว้มันเป็นอะไรที่คลาสสิกมากในใจหลายๆ คน รวมถึงผมด้วยครับ แต่พอได้ดูเวอร์ชั่นใหม่นี้แล้ว ขอบอกเลยว่ามันก็มีดีของมันครับ ไม่ได้แย่กว่าที่คิดไว้เลย

เรื่องย่อคร่าวๆ สำหรับใครที่ยังไม่เคยดูหรือยังไม่รู้เรื่องมาก่อนนะครับ Road House ฉบับนี้เล่าเรื่องของ Dalton (รับบทโดย Jake Gyllenhaal) อดีตนักสู้ UFC ที่ผันตัวมาเป็นบาวเซอร์ (Bouncer) หรือนักเลงคุมบาร์นั่นแหละครับ เขาได้รับงานที่ร้าน Road House แห่งหนึ่งใน Florida Keys ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสวรรค์เล็กๆ ที่ผู้คนมาพักผ่อนหย่อนใจ แต่แล้ว Dalton ก็ค้นพบว่าเบื้องหลังความสวยงามของที่นี่ มันมีอะไรบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล ซ่อนอยู่ครับ และแน่นอนว่ามันก็ต้องนำไปสู่ความรุนแรงและการต่อสู้ตามสไตล์หนังบู๊ครับ

เอาล่ะครับ มาเข้าเรื่องรีวิวกันเลยดีกว่า สิ่งแรกที่ผมประทับใจมากๆ ใน Road House 2024 คือฉากแอคชั่นครับ ต้องบอกว่าทีมงานทำออกมาได้ดุดัน ดิบเถื่อน และสมจริงมากๆ ครับ Jake Gyllenhaal ทุ่มเทกับการแสดงบทนี้จริงๆ ทั้งรูปร่างที่ฟิตเปรี๊ยะ และลีลาการต่อสู้ที่ดูเป็นธรรมชาติมากๆ เขาแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการต่อสู้ที่หลากหลาย ทั้งการใช้หมัด เท้า ศอก หรือแม้แต่สิ่งของรอบตัวมาเป็นอาวุธครับ ทุกฉากที่ Dalton ต้องบู๊ ผมรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด ความหนักหน่วง และความไม่ปราณีครับ มันไม่ใช่แค่การต่อสู้แบบเท่ๆ แต่เป็นการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจริงๆ ครับ บางฉากนี่ถึงกับทำให้ผมต้องเผลอกลั้นหายใจตามเลยทีเดียวครับ

นอกจากความมันส์ของฉากต่อสู้แล้ว สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกอินไปกับตัวละคร Dalton คือการแสดงของ Jake Gyllenhaal ครับ เขาสามารถถ่ายทอดความเป็นอดีตนักสู้ที่ต้องเผชิญหน้ากับอดีตและความรุนแรงได้อย่างน่าเชื่อถือครับ Dalton เป็นคนที่มีปมในใจ มีความเจ็บปวดซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งแกร่งภายนอก และ Jake ก็แสดงออกถึงสิ่งเหล่านี้ได้ดีมากๆ ครับ ทั้งแววตา ท่าทาง และน้ำเสียง มันทำให้เราเข้าใจถึงแรงจูงใจและสิ่งที่เขาต้องเผชิญครับ

ส่วนตัวละครอื่นๆ ก็ทำได้ดีตามบทบาทครับ ตัวร้ายในเรื่องก็ดูเป็นตัวร้ายที่น่าหมั่นไส้จริงๆ ครับ โดยเฉพาะตัวละครที่รับบทโดย Conor McGregor นักสู้ UFC ตัวจริง ที่มาร่วมแสดงด้วยครับ ลีลาการแสดงของเขาก็เข้ากับบทบาทได้ดีทีเดียวครับ ดูเป็นคนบ้าพลังและไร้สติจริงๆ ครับ ทำให้ฉากปะทะกันระหว่าง Dalton กับตัวละครของ McGregor นี่มันส์หยดติ๋งเลยครับ

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบคือบรรยากาศของเรื่องครับ การถ่ายทำใน Florida Keys ทำให้หนังมีภาพที่สวยงามและมีสีสันครับ ตัดกับความรุนแรงและดิบเถื่อนของเรื่องราวได้อย่างลงตัวครับ มันทำให้รู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวพักผ่อนในบรรยากาศสบายๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องลุ้นระทึกไปกับการต่อสู้ครับ เพลงประกอบในเรื่องก็ทำได้ดีครับ ช่วยเสริมอารมณ์ให้กับฉากต่างๆ ได้เป็นอย่างดีครับ

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อติติงเลยนะครับ Road House 2024 ก็ยังมีจุดที่ผมรู้สึกว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้อยู่บ้างครับ อย่างแรกเลยคือพล็อตเรื่องครับ ต้องยอมรับว่าพล็อตมันค่อนข้างจะตรงไปตรงมาและเดาง่ายไปหน่อยครับ คือเราสามารถคาดเดาได้ตั้งแต่ต้นเรื่องเลยว่าเรื่องราวจะดำเนินไปในทิศทางไหนและสุดท้ายจะเป็นอย่างไรครับ มันไม่ได้มีอะไรหักมุมหรือซับซ้อนมากนักครับ ซึ่งถ้าใครที่ชอบหนังที่มีพล็อตเรื่องที่ซับซ้อน อาจจะรู้สึกว่าเรื่องนี้มันธรรมดาไปหน่อยครับ

อีกอย่างคือการพัฒนาตัวละครบางตัวครับ นอกจาก Dalton แล้ว ตัวละครอื่นๆ ก็ยังดูแบนๆ ไปหน่อยครับ เราไม่ได้เห็นมิติหรือภูมิหลังของพวกเขามากนัก ทำให้เราไม่ได้ผูกพันหรือเอาใจช่วยพวกเขาเท่าที่ควรครับ แม้กระทั่งตัวละครที่น่าจะมีบทบาทสำคัญบางตัว ก็ยังรู้สึกว่าถูกใช้เป็นเพียงเครื่องมือในการขับเคลื่อนเรื่องราวมากกว่าที่จะเป็นตัวละครที่มีชีวิตชีวาจริงๆ ครับ

และสุดท้ายคือเรื่องของความสมจริงบางอย่างครับ แม้ว่าฉากแอคชั่นจะดูสมจริงและดุดัน แต่ก็มีบางฉากที่ผมรู้สึกว่ามันเกินจริงไปหน่อยครับ อย่างเช่น Dalton ที่ดูเหมือนจะบาดเจ็บหนักหลายครั้ง แต่ก็สามารถฟื้นตัวและกลับมาสู้ต่อได้อย่างรวดเร็วเกินไปครับ ซึ่งก็เข้าใจว่ามันเป็นหนังบู๊ครับ แต่บางทีมันก็ทำให้รู้สึกขัดใจนิดหน่อยครับ

โดยสรุปแล้วครับ Road House (2024) เป็นหนังแอคชั่นที่สนุกและมันส์มากๆ ครับ ถ้าคุณเป็นแฟนหนังบู๊ที่ชอบฉากต่อสู้ดิบๆ เถื่อนๆ ไม่เน้นพล็อตซับซ้อน ผมบอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ Jake Gyllenhaal ทุ่มสุดตัวจริงๆ ครับกับการแสดงในเรื่องนี้ ทำให้เขาแบกหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้สบายๆ ครับ แม้จะมีข้อเสียเรื่องพล็อตที่ธรรมดาไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วมันก็เป็นหนังที่ดูเพลินและคุ้มค่าที่จะดูครับ สำหรับคะแนน 6.9/10 ที่ได้มา ผมก็ถือว่าสมเหตุสมผลแล้วครับ เพราะมันเป็นหนังที่ดีในแนวทางของมันครับ แต่ก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติครับ

สำหรับผมแล้ว ถ้าให้คะแนนส่วนตัว ผมให้ 7.5/10 ครับ หักคะแนนเรื่องพล็อตกับความสมจริงบางอย่างไปนิดหน่อยครับ แต่ถ้าใครชอบความมันส์แบบไม่คิดเยอะ จัดไปเลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน

แล้วเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวพันทิปคนไหนได้ดู Road House 2024 มาแล้วบ้างครับ รู้สึกยังไงกันบ้างครับ มาแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้เลยนะครับ ผมอยากฟังความคิดเห็นของทุกท่านครับ ขอบคุณครับ!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่