[CR] [#Review] ราคี The Strain - เมื่อหนังรักพยายามกลายร่างเป็น “บุปผาราตรี” จนลืมไปว่า…ตัวเองควรเป็นใคร

กระทู้รีวิว

🧚‍♀️🧚‍♀️🧚‍♀️
ผมเพิ่งมีโอกาสได้ตามเก็บหนังหลายๆ เรื่องที่ไม่ได้ดูในโรง ซึ่ง ราคี ก็เป็นอีกเรื่อง ซึ่งก่อนจะมาเป็น "ราคี (The Strain)" หนังเรื่องนี้เคยถูกพูดถึงในชื่อ “มาลีรัตติกาล” และมีภาพของหนังเรื่องนี้หลังจากที่หลายๆ คนได้ดู คือในช่วงแรกว่าเป็นโปรเจกต์ที่อยู่ในสายของ ดราม่า/หนังรัก ก่อนที่ทิศทางและชื่อเรื่องจะถูกปรับเปลี่ยนในเวลาต่อมา ที่น่าสนใจคือ เมื่อหนังเริ่มเข้าสู่ช่วงหลัง มันกลับพยายามขยับตัวเองออกจากหนังรักธรรมดา ๆ ไปสู่ หนังผีสยองขวัญที่มีมุกตลกเข้ามาผสม จนอดไม่ได้ที่จะนึกถึงหนังอย่าง “บุปผาราตรี”

ปัญหาคือ “บุปผาราตรี” ไม่ได้มีแค่ผี มีมุก หรือมีความหลอนเป็นส่วนประกอบเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้มันมีเอกลักษณ์คือ **โทนและตัวตนของหนังที่ชัดมาก**ขณะที่ *ราคี* กลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังหยิบสูตรบางอย่างของบุปผาราตรีมาใช้ เพื่อเติมสีสันให้หนังในช่วงครึ่งหลัง และนี่คือจุดที่น่าเสียดายที่สุดของเรื่อง เพราะแทนที่หนังจะค้นหา **เอกลักษณ์ของตัวเอง** มันกลับพยายามจะเป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งมากเกินไป


🧚‍♀️🧚‍♀️🧚‍♀️
มาลี (รับบทโดย อิงฟ้า วราหะ) หญิงสาวผู้มีอดีตอันดำมืดและเต็มไปด้วยความลับ โชคชะตาได้นำพาให้เธอเดินทางกลับมายังอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง เพื่อเผชิญหน้ากับความทรงจำในวัยเด็กและรอยด่างในจิตใจ พร้อมกับตัวละครอื่นๆ อย่าง ปราณ, น้ำใส และอัสนัย (นำแสดงโดย อาโป ณัฐวิญญ์, ฟรีน สโรชา และ เจษฎ์พิพัฒ) ที่ต่างถูกบังคับให้ต้องเผชิญหน้ากับความลับและความรุนแรงในอดีตของตนเอง


🧚‍♀️🧚‍♀️🧚‍♀️
*ราคี* เริ่มต้นด้วยโครงสร้างของหนังรักและดราม่า เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครที่ค่อย ๆ พัฒนาไปท่ามกลางเรื่องราวของความรัก ความผูกพัน และบาดแผลในอดีต ช่วงแรกหนังให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครค่อนข้างมาก ก่อนที่จะค่อย ๆ เปิดประตูไปสู่เรื่องราวเหนือธรรมชาติ เมื่อเรื่องเดินเข้าสู่ครึ่งหลัง บรรยากาศของหนังก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

นี่น่าจะเป็นจุดที่ผมมีปัญหากับ *ราคี* มากที่สุด❤️ ครึ่งแรก : หนังรักที่ “นานเกินไป” เข้าใจได้ว่าหนังต้องการปูพื้นความสัมพันธ์ของตัวละครต้องการให้คนดูรู้จักตัวละคร เข้าใจว่าพวกเขารักกันอย่างไร มีความผูกพันกันแบบไหน และต้องการสร้างน้ำหนักทางอารมณ์ก่อนเข้าสู่เรื่องเหนือธรรมชาติ แต่ปัญหาคือ…**มันใช้เวลานานเกินไป** การปูความสัมพันธ์ไม่ได้ผิด แต่หนังใช้วิธีเล่าแบบค่อนข้างตรงไปตรงมา ทำให้หลายช่วงไม่มีแรงดึงดูดมากพอที่จะทำให้คนดูอยากติดตามต่อ กลายเป็นว่าช่วงแรกของหนังมีอารมณ์ประมาณ > “รู้แล้วว่ารักกัน…แต่เมื่อไหร่เรื่องจะเดิน?”

👻 ครึ่งหลัง : หนังเริ่มมีสีสัน เมื่อ “ผี” เข้ามาช่วยชีวิต **หนังเหมือนเปิดสวิตช์ขึ้นมาทันที** เมื่อความเป็นหนังผีเข้ามา ความน่าสนใจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีทั้งฉากหลอน ฉากตุ้งแช่ บรรยากาศสยอง และที่สำคัญคือ **มุกตลกที่เข้ามาตัดกับความน่ากลัว** ตรงนี้ทำให้หนังดูสนุกขึ้นมาก และแน่นอนว่า สิ่งที่ลอยขึ้นมาในหัวคนดูอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ **“บุปผาราตรี”** เพราะจังหวะการสร้างความกลัวแล้วตัดด้วยความตลก รวมถึงคาแรกเตอร์บางส่วนของหนัง ทำให้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของหนังผีไทยยุคนั้น


🧚‍♀️🧚‍♀️🧚‍♀️
จุดเด่น — นักแสดงคือ “ตัวแบก” ที่ช่วยพยุงหนังเอาไว้ ถ้าจะถามว่ามีอะไรที่ทำให้ *ราคี* ยังดูต่อได้จนจบ คำตอบของผมคือ ## **นักแสดง** โดยเฉพาะสองคนที่ช่วยกันแบกหนังในคนละช่วง

### ✨ อิงฟ้า — สวยจนกลบหนังไปเลย ฝั่งนักแสดงหญิงต้องยกให้ **อิงฟ้า** เป็นหนึ่งในจุดเด่นของเรื่อง สิ่งที่โดดเด่นมากคือภาพลักษณ์และเสน่ห์บนจอ บางครั้งรู้สึกว่า… > **อิงฟ้าไม่ได้แค่เล่นอยู่ในหนัง แต่ตัวเธอเองกลับมีพลังมากพอที่จะกลบความจืดของหนังในบางช่วงไปเลย** โดยเฉพาะช่วงที่บทหรือการดำเนินเรื่องยังไม่สามารถสร้างแรงดึงดูดได้มากนัก การปรากฏตัวของอิงฟ้ากลับเป็นสิ่งที่ช่วยดึงสายตาคนดูเอาไว้ เธอเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้หนังยังมีความน่าสนใจในแง่ของตัวละครและภาพรวมบนจอ

## 🔥 เจษฏ์ พิพัฒน์ — แบกช่วงท้ายไม่ให้หนังล่ม ถ้าอิงฟ้าคือหนึ่งในแรงดึงดูดของหนัง **เจษฏ์ พิพัฒน์ คือคนที่เข้ามาช่วยแบกหนังในช่วงท้าย** โดยเฉพาะเมื่อหนังเข้าสู่ช่วงที่ต้องใช้พลังทางอารมณ์และการแสดงมากขึ้น ช่วงท้ายของเรื่องมีน้ำหนักมากกว่าช่วงแรก และตัวละครของเจษฏ์ต้องรับภาระสำคัญในการพาหนังไปให้ถึงเส้นชัย พูดแบบตรง ๆ คือ > **ถ้าไม่มีพลังของนักแสดงในช่วงท้าย หนังอาจจะเสียทรงไปมากกว่านี้** เจษฏ์สามารถประคองอารมณ์ของหนังในช่วงที่บทเริ่มเข้าสู่จุดสำคัญ ทำให้ช่วงท้ายยังพอมีแรงส่งให้คนดูตามต่อจนจบ


🧚‍♀️🧚‍♀️🧚‍♀️
ข้อดีคือมันทำให้ *ราคี* มีเอกลักษณ์และความบันเทิงมากกว่าครึ่งแรก แต่ในขณะเดียวกัน… **นี่ก็เป็นข้อเสียของหนังด้วยเช่นกัน** เพราะยิ่งดูไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่าหนังไม่ได้กำลังค้นหาวิธีเป็น *ราคี* แต่กำลังพยายามเป็น **“บุปผาราตรีในเวอร์ชันของตัวเอง”** และเมื่อหนังพยายามเดินตามรอยหนังที่มีเอกลักษณ์จัดมาก ๆ อย่างบุปผาราตรี มันจึงยิ่งทำให้เราเห็นว่า **ตัวตนของราคีเองยังไม่ชัดพอ**

ปัญหาหลักของ *ราคี* สำหรับผมไม่ใช่การที่หนังเปลี่ยนจากหนังรักมาเป็นหนังผี จริง ๆ แล้ว **การผสมสองแนวเข้าด้วยกันสามารถทำได้สนุกมาก** ปัญหาคือหนังยังไม่สามารถสร้าง “ตัวตน” ของตัวเองขึ้นมาได้ ครึ่งแรกเป็นหนังรัก แต่หนังรักยังไม่เข้มข้นพอ ครึ่งหลังเป็นหนังผี แต่เมื่อเป็นหนังผี กลับมีกลิ่นอายของ *บุปผาราตรี* มากจนเกินไป มันจึงเกิดความรู้สึกว่า
> **ครึ่งแรกก็ยังไม่โดดเด่น
> ครึ่งหลังก็โดดเด่นเพราะทำให้นึกถึงหนังเรื่องอื่น**
และนี่ทำให้ *ราคี* กลายเป็นหนังที่มีปัญหาเรื่อง **Identity** อย่างชัดเจน

หนังมีองค์ประกอบหลายอย่างที่น่าจะทำให้สนุกได้ แต่เมื่อนำมารวมกันกลับยังไม่กลายเป็น “รสชาติของราคี” ที่ชัดเจน

อีกอย่างที่รู้สึกได้คือความต่างของสองช่วงค่อนข้างชัด จากช่วงแรกที่เน้นความรักและดราม่าแบบจริงจังกระโดดไปสู่ช่วงหลังที่มีทั้งผี ความหลอน และมุกตลก ถ้าหนังสามารถค่อย ๆ ปูความเป็น Horror ตั้งแต่ต้น หรือแทรกบรรยากาศบางอย่างให้คนดูรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติมาตั้งแต่ช่วงแรก การเปลี่ยนผ่านน่าจะลื่นไหลกว่านี้ มันให้ความรู้สึกเหมือน **“หนังรักจบครึ่งหนึ่ง แล้วหนังผีอีกเรื่องเข้ามารับช่วงต่อ”** มากกว่าจะเป็นหนังเรื่องเดียวกันที่ค่อย ๆ พัฒนาไปสู่จุดนั้น


🧚‍♀️🧚‍♀️🧚‍♀️
ราคี (The Strain)** เป็นหนังที่มีไอเดียที่น่าสนใจ เพราะการเอา **ความรัก ดราม่า ความสยอง และความตลก** มาผสมกัน จริง ๆ แล้วสามารถกลายเป็นหนังผีไทยที่มีรสชาติเป็นของตัวเองได้ แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือ หนังกลับใช้เวลาช่วงแรกไปกับการเล่าเรื่องความรักนานเกินไป จนความน่าสนใจแทบไม่เหลือ กว่าจะเริ่มสนุกจริง ๆ ก็ต้องรอจนเข้าสู่ครึ่งหลัง และเมื่อหนังเริ่มสนุกขึ้น กลับเกิดปัญหาอีกด้าน เพราะมัน **พยายามเดินตามกลิ่นอายของ “บุปผาราตรี” มากเกินไป** จนทำให้เกิดคำถามว่า > **“แล้วตัวตนของราคีจริง ๆ อยู่ตรงไหน?”** สุดท้าย *ราคี* จึงเป็นหนังที่ผมรู้สึกว่า **“ถ้าตัดความยืดเยื้อของครึ่งแรกออก และกล้าที่จะสร้างความเป็นตัวเองในครึ่งหลังมากกว่านี้ หนังน่าจะไปได้ไกลกว่านี้มาก”** เพราะหนังไม่ได้ขาดวัตถุดิบที่จะทำให้สนุก ไม่ได้ขาดนักแสดงที่มีพลัง และไม่ได้ขาดไอเดีย สิ่งที่ขาดที่สุดคือ **“ความเป็นตัวเอง”**

ชอบอ่านรีวิวหนัง แวะมาพูดคุยกันได้นะครับ >>> https://www.facebook.com/DooNangGunMai
ชื่อสินค้า:   ราคี
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่