จิตกับโมหะเป็นสิ่งเดียวกัน หรือเป็นคนละอย่างกัน?
จากที่ได้ศึกษา พบว่ามีความเห็นอยู่สองลักษณะ
ความเห็นที่หนึ่ง: จิตกับโมหะเป็นคนละอย่างกัน โดยโมหะเป็นกิเลสที่อาศัยจิตในการทำงานและเข้ามาชักนำกระบวนการของจิต
ความเห็นที่สอง: จิตกับโมหะเป็นสิ่งเดียวกัน
จึงเกิดคำถามว่า หากมองตามความเห็นที่สอง จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า ความเห็นที่ว่า “จิตกับโมหะเป็นสิ่งเดียวกัน” เอง อาจเป็นกลไกหนึ่งของกระบวนการที่ช่วยให้โมหะยังคงรักษาบทบาทของตัวเองเอาไว้?
กล่าวคือ เมื่อระบบมองว่า สิ่งที่กำลังรู้ คิด ตีความ และทำงานอยู่นั้นคือจิตเองทั้งหมด จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า ระบบจึงไม่สามารถมองเห็นการทำงานของโมหะในฐานะกระบวนการที่กำลังเข้ามาชักนำการทำงานของจิตได้
ผมตั้งคำถามนี้ในเชิงโครงสร้างครับ ไม่ได้ต้องการสรุปว่าความเห็นใดถูกหรือผิด แต่อยากชวนพิจารณาว่า ความเห็นที่ว่า “จิตกับโมหะเป็นสิ่งเดียวกัน” อาจมีส่วนในการทำให้กลไกของโมหะยังคงถูกมองว่าเป็นการทำงานของจิตเอง และด้วยเหตุนี้จึงสามารถรักษาบทบาทของมันไว้ได้หรือไม่
จิตกับโมหะเป็นสิ่งเดียวกัน หรือเป็นคนละอย่างกัน?
จากที่ได้ศึกษา พบว่ามีความเห็นอยู่สองลักษณะ
ความเห็นที่หนึ่ง: จิตกับโมหะเป็นคนละอย่างกัน โดยโมหะเป็นกิเลสที่อาศัยจิตในการทำงานและเข้ามาชักนำกระบวนการของจิต
ความเห็นที่สอง: จิตกับโมหะเป็นสิ่งเดียวกัน
จึงเกิดคำถามว่า หากมองตามความเห็นที่สอง จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า ความเห็นที่ว่า “จิตกับโมหะเป็นสิ่งเดียวกัน” เอง อาจเป็นกลไกหนึ่งของกระบวนการที่ช่วยให้โมหะยังคงรักษาบทบาทของตัวเองเอาไว้?
กล่าวคือ เมื่อระบบมองว่า สิ่งที่กำลังรู้ คิด ตีความ และทำงานอยู่นั้นคือจิตเองทั้งหมด จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า ระบบจึงไม่สามารถมองเห็นการทำงานของโมหะในฐานะกระบวนการที่กำลังเข้ามาชักนำการทำงานของจิตได้
ผมตั้งคำถามนี้ในเชิงโครงสร้างครับ ไม่ได้ต้องการสรุปว่าความเห็นใดถูกหรือผิด แต่อยากชวนพิจารณาว่า ความเห็นที่ว่า “จิตกับโมหะเป็นสิ่งเดียวกัน” อาจมีส่วนในการทำให้กลไกของโมหะยังคงถูกมองว่าเป็นการทำงานของจิตเอง และด้วยเหตุนี้จึงสามารถรักษาบทบาทของมันไว้ได้หรือไม่