เงินเดือนน้อยลง แต่งานและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แบบนี้ควรไปต่อไหม?

อยากขอความคิดเห็นจากคนที่มีประสบการณ์ทำงานค่ะ ว่าสถานการณ์แบบนี้ถือว่าปกติไหม
ตอนมาทำงานไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้าว่าอุปกรณ์ที่บริษัทมีให้จะไม่สามารถรองรับงานที่ต้องทำได้ แต่พอเริ่มทำงานจริง กลับพบว่าเครื่องที่ให้ใช้งานค่อนข้างจำกัด และไม่สามารถซื้อเครื่องใหม่หรืออัปเกรดอะไรเพิ่มเติมได้

ลักษณะงานของเราต้องทำทั้งกราฟิก ตัดต่อวิดีโอ ทำคอนเทนต์ และงาน Social Media ทำให้ต้องใช้เครื่องและพื้นที่จัดเก็บค่อนข้างเยอะ

สุดท้ายจึงต้องเอา อุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ทำงาน ทั้งโทรศัพท์ Samsung, Tablet และอุปกรณ์ส่วนตัวอื่น ๆ จนพื้นที่เต็ม
ปัญหาคือ พอพื้นที่เต็ม เราต้องมานั่งเลือกว่าจะลบอะไรออกเพื่อเก็บไฟล์งานบริษัท บางครั้งก็กลายเป็นต้องลบไฟล์ส่วนตัวของตัวเอง
ทั้งที่อุปกรณ์เหล่านี้เป็นของเรา และบริษัทไม่ได้มีค่าอุปกรณ์หรือค่าบำรุงรักษาให้

เรื่องโปรแกรมก็เหมือนกัน บริษัทไม่ได้มีโปรแกรมตัดต่อที่จำเป็นให้
จนสุดท้ายเราต้อง ซื้อ CapCut Pro ด้วยเงินตัวเอง เพื่อให้งานสามารถทำต่อได้ แต่บัญชีและโปรแกรมก็ยังเป็นของส่วนตัวเราอยู่

สิ่งที่รู้สึกคือ
เงินเดือนที่ได้ตอนนี้น้อยกว่างานเดิม
แต่อุปกรณ์ที่ใช้ทำงานกลับต้องใช้ของส่วนตัว
โปรแกรมก็ต้องซื้อเอง
พื้นที่จัดเก็บก็ต้องใช้ของตัวเอง
และยังไม่มีค่าเสื่อมสภาพหรือค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์

เลยเริ่มสงสัยว่า แบบนี้บริษัทควรมี Support อะไรให้พนักงานบ้าง?
และตอบกลับเรามาว่า เครื่องใหม่ ไม่สามารถซื้อให้ได้ เพราะไม่มีผลงาน
(คลิปที่ตัดภายใน 2 เดือน 20 กว่าคลิป งานอื่นๆอีก 36 ชิ้นงานนี้เรียกว่าผลงานไหม)
แต่คาดหวังของผลงาน สูงมากมาก อยากได้ยอดขึ้นอยากให้คนเห็นเยอะ
ไม่ได้ให้ออกไปถ่ายคลิปใหม่ ใช้คลิปเก่าทำ วิดีโอน้อยมาก

ตอนนี้ไม่ได้อยากเรียกร้องอะไรเกินไป แต่อยากรู้ว่าคนอื่นมองสถานการณ์นี้อย่างไร
เพราะรู้สึกว่าต้นทุนในการทำงานหลายอย่างกำลังถูกผลักมาเป็นภาระของเราเอง

ถ้าเป็นคุณ จะเลือก “ไปต่อ” หรือ “มองหางานใหม่” คะ?

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่