JJNY : อุกอาจ! ดักผลักอก สมชัย│โรมอัดอำมหิต│โรมรับเรื่อง 57 ชาวแม่แจ่ม│ไอซ์ถามแรงภท.│ทวีถกไฟใต้ จี้ผู้นำต้องกล้าหาญ

อุกอาจ! ทนายคนดัง ดักผลักอก สมชัย หน้าสน.ทองหล่อ ร่วงตกจักรยาน-ชี้หน้าด่ากราด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5875382
.

.
‘สมชัย‘ ปั่น จักรยานแจ้งความ ถูก ‘ณัฐวุฒิ’ ผลักล้มหน้า สน.ทองหล่อ ต่อหน้าสื่อ-ตำรวจ ฉกหมวก-ด่าเหยียด ยันเดินหน้าดำเนินคดีถึงที่สุด พร้อมฝากอยากให้ตนเองเป็นคนสุดท้ายที่ต้องเจอเหตุการณ์นี้
.
เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่สน.ทองหล่อ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์หลังถูก นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทำร้ายร่างกาย โดยระบุว่าวันนี้ปั่นจักรยานมาเพื่อแจ้งความนายณัฐวุฒิ ซึ่งเดินทางมาถึงก่อนเวลานัดหมาย
.
นายสมชัยเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณหน้า สน.ทองหล่อ ว่า เมื่อเดินทางมาถึงได้พบกับนายณัฐวุฒิซึ่งแต่งกายใส่สูทยืนอยู่หน้า สน. ตนเองได้ยิ้มทักทายตามปกติ แต่นายณัฐวุฒิกลับพุ่งตรงเข้ามาหาด้วยอารมณ์ไม่พอใจพร้อมใช้คำพูดด่าทอและหยาบคาย และขณะที่ตนเองยังอยู่บนจักรยาน นายณัฐวุฒิได้ใช้มือผลักจักรยานจนตนเองล้มลงไปนอนหงายกับพื้น หลังจากนั้นยังคงเดินเข้ามาด่าทอ ชี้หน้า และแสดงพฤติกรรมในลักษณะข่มขู่ โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างน้อย 2 นาย และผู้สื่อข่าวจากอย่างน้อย 4 ช่องที่บันทึกภาพเหตุการณ์และเสียงไว้ได้ทั้งหมด และเมื่อตนเองลุกขึ้นยืนและพูดว่าตำรวจต้องเข้ามาดูแลเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย นายณัฐวุฒิได้ตรงเข้ามาดึงหมวกออกจากศีรษะของตนเอง ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการประสงค์ต่อทรัพย์ รวมถึงสร้างบาดแผลถลอกที่ขาของตนเอง 2 จุด ส่วนความเสียหายของจักรยานอยู่ระหว่างรอการตรวจสอบรายละเอียด
.
นายสมชัยระบุว่าจะปรึกษาทนายความส่วนตัวเพื่อแจ้งความนายณัฐวุฒิเพิ่มเติม คือข้อหาทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บและเสียทรัพย์ พร้อมทั้งพิจารณาเรื่องการคัดค้านการประกันตัว ส่วนกรณีที่ถูกกล่าวหาด้วยคำพูดบูลลี่และเหยียดเพศ เช่น คำว่า “ไอ้ตุ๊ด” นั้น ต้องรอหารือกับทนายความว่าจะสามารถแจ้งข้อหาใดเพิ่มเติมได้บ้าง
.
นายสมชัยมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวทำไปเพื่อข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัวและต้องการให้ยุติการเคลื่อนไหวต่าง ๆ อีกทั้งเป็นการกระทำที่ขาดการยับยั้งชั่งใจ โดยลงมือในสถานที่ราชการและต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ
.
นายสมชัยให้ความเห็นว่าขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินจากหลักฐานภาพและเสียงของสื่อมวลชน พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยไม่ยอมความเพื่อให้กรณีนี้เป็นบทเรียน และต้องการให้ตนเองเป็นคนสุดท้ายที่ต้องเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้
.

.
โรม อัด รบ. อำมหิต ยื้อเวลาถกรายงานกกต. ป้องสว. ฟาดกลับนายกฯ มีเครดิตอะไรถึงไปดิสเครดิตคนอื่น
https://www.matichon.co.th/politics/news_5875259
.
โรม อัด รบ. อำมหิต ยื้อเวลาถกรายงานกกต. ป้องสว. ฟาดกลับนายกฯ มีเครดิตอะไรถึงไปดิสเครดิตคนอื่น
.
โรม ซัด รัฐบาลอำมหิต ยื้อเวลาถกรายงาน กกต. ป้อง สว. ตีมึนทิ้งวุฒิภาวะเอาปัญหาไฟใต้บังหน้า สุดท้ายไม่ให้ความสำคัญจริงชิงปิดประชุม ตอกกลับ นายกฯ มีเครดิตอะไร มาดิสเครดิสคนอื่น ถามใครกันแน่ไม่เข้าใจ ยัน ลุยศึกซักฟอกเต็มที่ ฉะ อ้างแจงสภาแต่กลัวคำถาม เตือน ยุ่งวิธีทำข่าวระวังโดนข้อหาแทรกแซงสื่อ
.
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 4 กันยายน ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงภาพรวมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา มองว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่ เพราะสุดท้ายรายงานประจำปีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ไม่ได้พิจารณาว่า เป็นคำถามที่เราพยายามทำความเข้าใจ คือเราตกลงกันหมดแล้ว หากเดินตามที่ตกลงก็จบไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ตนขอใช้คำว่าพยายามแกล้งไม่เข้าใจ พยายามที่จะมึน อยู่ๆทุกคนก็พร้อมที่จะทิ้งวุฒิภาวะความรู้สิ่งที่ตกลงโดยพร้อมเพรียงกัน โดยแอบอ้างเอาเรื่องสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้เพื่อปกป้อง ความมุ่งหมายทางการเมืองที่ซ่อนอยู่ “อำมหิตนะพูดกันตรงๆว่าอำมหิต”
.
เมื่อถามว่า เรื่องที่มองว่ารัฐบาลปกป้องอยู่ คือกังวลว่าจะมีการอภิปราย พาดพิงไปถึงคดีฮั้ว สว.ใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่ต้องเหนียมอาย เราเตรียมเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว แต่การที่รัฐบาลนำเรื่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มา แล้วบอกว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนสำคัญมาก ซึ่งตนก็เข้าใจว่ารัฐบาลมี สส. ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้จำนวนมาก แต่ในทางปฏิบัติต้องการที่จะเห็นการแก้ปัญหาจริงหรือไม่
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่จะชี้วัดการแก้ไขปัญหานี้มีอยู่ 2 ข้อ คือ 1.พวกท่านเข้าประชุมหรือไม่ เพราะหากเข้าประชุม สภาไม่ล่มอยู่แล้ว แต่ที่ประธานสภาฯต้องชิงปิดการประชุม เพราะท่านรู้อยู่แล้วว่าหากปล่อยให้นับองค์ประชุม สภาล่มแน่นอนอยู่แล้ว ก็จะเป็นข้อพิสูจน์ว่าอยู่กันไม่ครบ แสดงว่าไม่เห็นถึงความสำคัญของปัญหาจริง ส่วนที่มีการเสนอนับองค์ประชุมแบบขานชื่อ “ประทานโทษครับ เสียบบัตรกดปุ่มจบครับ รวดเร็ว จบแน่นอน
และ 2. หากเห็นถึงความสำคัญเรื่องนี้ต้องจบตั้งแต่เมื่อวาน(3 ก.ย.) แต่คำถามคือทำไมต้องต่อเวลาและเติมชื่อผู้อภิปรายจำนวนมาก หากต้องการเห็นการแก้ไข เรื่องนี้ก็ควรจะเร่งส่งต่อ ไม่ว่าจะเป็นคณะรัฐมนตรี (ครม.)หรือกรรมาธิการ(กมธ.) แต่เพราะพวกท่านไม่ต้องการ จึงต้องการประวิงเวลา ซึ่งเป็นกลไกซื้อเวลา เพื่อไม่ต้องการให้ตั้งคำถามเรื่อง สว.ได้ พวกตนยินดีที่จะร่วมประชุมต่อจนถึงตีหนึ่ง ตีสอง ขอเพียงแค่จบ สัปดาห์ต่อไปก็จะได้เข้าสู่รายงาน กกต. แต่ก็ไม่เอาอีก ก็ยังจะเอาเรื่องนี้ไปประวิงเวลาต่อในสัปดาห์ถัดไป ทำแบบนี้จะไม่ให้บอกว่าอำมหิตมันก็แปลก และหากว่าเป็นการซื้อเวลาเรื่องฮั้ว สว. ก็มองได้อย่างนั้น มองอย่างอื่นไม่ได้
.
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะมีการประวิงเวลาไปจนถึงหลังวันที่ 14 ก.ย. ที่กกต. จะลงมติคดีฮั้ว สว. นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ก็คงต้องรอดู ไม่ขอทำนายทายทัก แต่ก็เชื่อว่าประชาชนคงคิดแบบนั้นได้ ถามตรงๆว่าทำแบบนี้ท่านได้อะไร มันช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นหรือ ยิ่งกลัวเรื่องนี้มากเท่าไหร่ ยิ่งชัดเจนหรือไม่ ว่าตกลงแล้วสิ่งที่ผู้บริหารทั้งหลาย ทำกันในลักษณะองค์กรอาชญากรรม ซึ่งผิดชัดเจน สรุปว่าที่สังคมไทยกำลังตระหนักว่านี่คือ การโกง สว. ก็มีมูลความจริงใช่หรือไม่ ยิ่งส่งผลว่ากกต. ต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ส่วนใครจะผิดจะถูกก็ว่ากันตามพยานหลักฐาน
.
ต่อข้อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าการประชุมสภาในครั้งถัดไปจะซ้ำรอยกับการประชุมเมื่อวันที่ 3 ก.ย.นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของประธาน รองประธานสภาฯ วิปรัฐบาล และสส.รัฐบาลด้วย ตนเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ สส. ภาคใต้หลายคน เช่น นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และหนึ่งในปัญหาที่สำคัญที่สุดคือนายกมลศักดิ์ ถูกลอบยิง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นายกฯ ต้องให้ความเป็นธรรม ต้องตามล่า ใช้ทรัพยากรทุกอย่าง แต่จนถึงวันนี้ยังจับคนที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้
.
ผมถามจริงๆว่า สส.ภาคใต้ที่ออกมาส่งเสียงแสดงพลัง ท่านทำเฉพาะแค่ให้มันดูดีเฉยๆหรือเปล่า เอาแค่แสง เอาแค่หน้าหรือไม่ แต่ในความเป็นจริง ไม่ได้มีความพยายามในการกดดันรัฐบาลอนุทิน ตามล่าคนที่อยู่เบื้องหลัง ทั้งหมดนี้เป็นการเล่นละครปาหี่ ไม่สนใจว่า นายกมลศักดิ์ จะได้รับความเสี่ยงมากขนาดไหน จากสัญญาตรงนี้เป็นการเติมเชื้อไฟ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้รุนแรงขนาดไหน วันนี้ผมคิดว่า จะแก้ไขกันแบบนี้จริงๆ หรือไม่ หรือแค่จะซื้อเวลา กับรัฐบาลอนุทิน รัฐบาลเขากระโดง ต้องเอาให้ชัด” นายรังสิมันต์ กล่าว
.
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่นายกรัฐมนตรีกล่าวหาผู้นำฝ่ายค้านว่าไม่รู้เรื่องงบประมาณการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนอยากเห็นคนที่เข้าใจการใช้เงินงบประมาณในการแก้ปัญหา ที่ทำๆ กันอยู่เข้าใจแล้วใช่หรือไม่ สถานการณ์ไฟใต้ที่ลุกโชนขณะนี้คือคนเข้าใจหรือ ถ้านายกฯบอกว่าเราไม่เข้าใจก็ชี้มาเป็นจุด ๆ เลย เอากฎหมายมาว่ากัน เพราะการพูดถึงงบประมาณแผ่นดินต้องว่ากันตามกฎหมายอยู่แล้ว
.
ถ้าท่านจะมาโจมตีดิสเครดิตเฉย ๆ ต้องถามกลับไปว่าท่านยังมีเครดิตอะไรเหลือที่จะมาดิสเครดิตคนอื่น วันนี้ต้องคุยกันด้วยความจริง สถานการณ์ไฟใต้รุนแรงเพราะใคร สส.กมลศักดิ์ ยังตามหาคนร้ายตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้ ขอถามจริง ๆใครกันแน่ที่บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด ใครกันแน่ที่ไม่เข้าใจการบริหารราชการแผ่นดิน ใครกันแน่ที่ไม่เข้าใจเรื่องเงินภาษีและงบประมาณต่างๆ” นายรังสิมันต์กล่าว
.
นายรังสิมันต์ ยังกล่าวว่า ยังไม่นับรวมอีกหลายปัญหา ทั้งฮั้ว สว. สอบท้องถิ่น ท่านชี้แจงหน่อยว่านายทองเจือของท่าน ไปยุ่งกับ สถ. ทำไม และนายวรสิทธิ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่วันนี้ออกมายอมรับ ว่ามีการติดต่อประสานงานกันจริงท่าน มีหน้าที่อะไรเป็นคู่สัญญากับเขาหรือไม่ ซึ่งท่านไม่ได้เป็นดังนั้นไม่ต้องตอบอะไรมากตอบเฉพาะปัญหาคนใกล้ตัวของท่าน อย่าให้ประชาชนตั้งคำถามว่าตกลงแล้วหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะต้องจัดการกับเครือข่ายอาชญากรรม องค์กรอาชญากรรม เพราะตอนนี้ประชาชนเริ่มคิดแล้วว่าตกลงแล้วรัฐบาลเป็นหัวขบวนองค์กรอาชญากรรมที่กำลังปล้นประเทศไทยหรือไม่ ต้องพูดกันให้ชัด
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า อยากชวนประชาชนทุกคนคิดว่าเรายอมกันแบบนี้จริง ๆ หรือ เรายอมให้ประเทศของเราถูกทำงานผ่านเครือข่ายองค์กรอาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ นักการเมือง อดีตข้าราชการการเมือง ที่ปรึกษาต่าง ๆ และอาจมีภาคธุรกิจที่เข้ามาสุมหัวกัน แล้วปล้นประเทศไทยอย่างที่ทำกันอยู่เรารับกันได้หรือ ดังนั้นตนคิดว่าวันนี้พวกเราทำเต็มที่ กลไกของฝ่ายค้านเรามีไม่เยอะ แต่เราทำเต็มที่ให้ออกมาดีที่สุด และในอนาคตที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราลุยเต็มที่อย่างแน่นอน ส่วนในสมัยการประชุมนี้จะใช้กลไกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งแบบลงมติและไม่ลงมติหรือไม่ก็ขอให้รอติดตาม
.
เมื่อถามว่านายกฯไม่อยากให้สื่อถามไปมา แต่อยากถามในสภาดีกว่าและพร้อมมาชี้แจง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้าเขาบริสุทธิ์ใจ ถ้าไม่สร้างปัญหาต่าง ๆ ตนคิดว่าเขาไม่จำเป็นต้องกลัวในเรื่องพวกนี้ คิดว่านักข่าวมีวิธีการทำข่าวแบบนี้มานานแล้ว ดังนั้นอยู่ ๆ จะมาบอกว่านักข่าวควรทำอะไรหรือไม่ควรทำอะไร เดี๋ยวจะโดนตั้งคำถามต่อว่าแทรกแซงการทำงานของสื่อหรือไม่ ตนคิดว่าสื่อมวลชนมีสิทธิที่จะถาม ส่วนจะเป็นคำถามอย่างไร ประชาชนก็พร้อมที่จะตรวจสอบสื่ออยู่แล้ว
.
ส่วนนักการเมืองตอบได้ก็ตอบ ตอบไม่ได้ก็บอกตอบไม่ได้ แต่ที่น่ากังวลคือนักการเมืองที่ต้องตอบมันกลัวคำถาม ” นายรังสิมันต์กล่าว
.

.
โรม รับเรื่อง 57 ชาวแม่แจ่ม ถูกสวมสิทธิเป็นพนง.บริษัทจนอดสวัสดิการรัฐ หวั่นโยงเลี่ยงภาษี-ธุรกิจสีเทา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5875266
.
กมธ.กฎหมายฯ รับเรื่องชาวบ้านแม่แจ่ม 57 ราย ร้องถูกสวมสิทธิเป็นพนักงานบริษัท จนอดรับสวัสดิการรัฐ หวั่นโยงเลี่ยงภาษี–ธุรกิจสีเทา จี้สอบข้อเท็จจริงทุกหน่วยงาน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่