เป็นเล็บขบหลังกินยาแล้วหนองหายต้องทำไงต่อ

กระทู้คำถาม
ขอเท้าความก่อนนะคะว่าก่อนหน้านั้นเราปวดข้าง ๆ เล็บ และบริเวณนั้นบวม ๆ มาเป็นเดือน ๆ ไม่หายสักที ไปหาเภสัชกินยาฆ่าเชื้อใด ๆ ( กินตัว amoxicillin ค่ะ ) ก็แล้วยังไม่หายบวม เวลาลงน้ำหนักหรือใส่รองเท้าผ้าใบก็จะเจ็บ ๆ เลยลองตัดเล็บแบบคว้าน (ค่อนข้างลึก ) ลงไปดูว่ามันทิ่มอะไรยังไงไหม แนบรูปที่ตัดลงไปประมาณนี้ค่ะ

สรุปว่าก็ไม่มีอะไร ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเหมือนกัน ไม่มีหนองทะลักออกมา แต่รู้สึกเจ็บ ๆเพราะปกติก็เจ็บอยู่แล้ว ผ่านไป 1 คืนเล็บตรงนั้นก็เป็นหนองค่ะ บวมเป่ง ๆ เลย เลยไปร้านยาบอกว่าเป็นหนองที่เล็บ เขาให้เป็นยาฆ่าเชื้อ dicloxacillin มากิน 7 วัน และเลี่ยงการโดนน้ำมาก ๆ หนองเราหายตรงนั้นหายบวมค่ะ เลยไม่กล้าไปแงะไปแตะอะไรตรงนั้นอีก
จากนั้นเราก็ใช้ชีวิตปกติไปเดินออกกำลังกายใส่รองเท้าผ้าใบได้ อาบน้ำหรือซักผ้าแบบไม่ต้องเลี่ยงโดนเล็บได้ แต่ผ่านมาประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากที่เรากินยาฆ่าเชื้อนั้นหมดไปอะค่ะ มันมีการกลับมาบวมเป่ง ปวดเลยคิดว่ามีหนองแน่ ๆ เลยไปซื้อ เบตาดีนและไฮโดรเจนเปอออกไซด์ มาหยอดค่ะ หนองมันก็ค่อย ๆขึ้นมาให้เป็นที่ผิวเรื่อย ๆ เริ่มเหลือง ๆ เห็นชัดขึ้น แต่ไม่ได้ทะลักออกมานะคะ
คำถามแรกค่ะ อยากรู้ว่าทำไมมันถึงกลับมาบวมหรอคะทั้ง ๆ ที่แห้งไปแล้ว หรือจุดอักสบยังอยู่ หรือว่ามันเป็นเพราะเล็บที่เคยตัดมันเริ่มยาวขึ้นมา

ปัจจุบันค่ะหลังจากซื้อไฮโดรเจนมาหยอด เราก็ได้ไปร้านยาร้านเดิม และบอกว่าเป็นเล็บขบมีหนองกลับมาอีกรอบไปค่ะ ได้ยาตัวเดิมมากิน ประมาณ 5 วัน วันนี้วันที่ 5 ค่ะ เหลืออีก 1เม็ดจะกินหมด และได้ยาทาฆ่าเชื้อแบคทีเรียมาด้วย ตอนนี้เลยกินยา ทายา หยอดไฮโดรเจนเป็นประจำค่ะ
คำถามที่สองค่ะ หลังกินยาหมดเราควรทำยังไงกับมันต่อคะ ( ตอนนี้ดูลักษณะเล็บยังบวม ๆ และออกแรงกดตรงเนื้อยังเจ็บอยู่ค่ะ ) แต่รู้สึกว่าหนองมันหายไปจากแรก ๆ เยอะอยู่ค่ะ ส่วนข้างในไม่รู้เลยว่ายังมีอยู่ไหม แต่ยังไม่รู้สึกแห้งเหมือนตอนกินครั้งแรกเลยอะค่ะ
บวมประมาณนี้ค่ะ ขออนุญาตแนบรูปนะคะ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่