เนื่องจากพรุ่งนี้เรื่องนี้จะเสนอเป็นตอนจบ
คนที่อยากเขียนถึงโปรเจคนี้ที่สุดคือ ป้าแจ๋ว ยุทธนา
สัญญาว่าจะพยายามไม่เขียนถึงนักแสดงคนไหน
ปีที่แล้วเคยเขียนถึงการทำละครคุณพี่เจ้าขา
ป้าแจ๋วสามารถทำละครในนามผู้จัดแล้วประสบความสำเร็จ
ซึ่งนับว่าเรื่องนั้นรวมข้อดีในการทุกการตัดสินใจ
แต่พอมาเรื่องนี้ป้าแจ๋วกลับตัดสินใจผิดในหลายเรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้
อย่างเรื่องนี้เล่าเปิดเรื่องให้ตัวเอกอยู่ในสถานะกำลังจะหย่า
เพราะอึดอัดในความสัมพันธ์และคนที่เกี่ยวข้องที่สุดคือ แม่
ถือว่าแปลกดีที่จะเล่าช่วงนี้เป็นตอนเปิดเรื่อง ไม่เหมือนเรื่องอื่น
แต่มันเป็นดาบสองคม เพราะตอนเรื่องนี้ก็อยู่ยาวพอมาเล่าแบบนี้
มันจะเล่าเรื่องยาก จนไปสู่การตัดสินใจผิดที่สำคัญคือ การทำซีนพิเศษ
ป้าแจ๋วอาจคิดว่าทำแบบนี้มันดูเก๋ดีมีหลายเรื่องใช้ และเอามาผนวกเป็นช่วง tie in ได้
ถ้าเคยดูซีรีส์เกาหลีเขาจะมีฉากแบบนี้ แล้วเคยเอามาใช้ในละครไทย
ตอนลิขิตรักข้ามดวงดาวเพราะทำตามต้นฉบับ แต่มันไม่เหมาะกับกลุ่มคนดูของไทยเลย
เพราะคนดูต้องตามไปจนจบเรื่อง เพื่อจะเอาฉากนั้นมาปะติดปะต่อกับฉากหลักในแต่ละตอน
กลายเป็นว่าเรื่องนี้บางคนถ้าไม่ตามจะไม่รู้ว่า ตัวเอกคบกันตอนไหน
แล้วความขัดแย้งอะไรที่ทำให้ตัวเอกต้องขัดแย้งกับแม่ขนาดนั้น
เลยทำให้ฉากเปิดเรื่องกลายเป็นเหตุการณ์กลางเรื่อง ทั้งที่โผล่มาแค่ตอนแรก
กับเรื่องที่ต้องเล่าอีก 10 กว่าตอน จะมีอะไรเล่าให้คนดูเห็น
สู่การตัดสินใจผิดที่มาจากความคิดของป้า
ป้าเป็นคนค่อนข้างแคร์นวนิยายโดยอ้างว่าจะต้องทำให้เหมือนนิยาย
แต่ละครกับนิยาย มันสามารถเล่ากันคนละวิธีได้
ป้าจะบอกเสมอว่า ก็นิยายมันเปิดเรื่องเล่ามาแบบนี้ก็ถือว่าเคารพในผู้ประพันธ์
แต่ป้าก็ไม่ได้ทำได้ตลอดลอดฝั่งไง จะทำอยู่ประมาณ 3 บทแรกในนิยาย
หลังจากนั้นก็เล่าเรื่องตามใจฉัน ตามที่คิดจากนิยาย
เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ บ่วงหงส์ ที่ไม่จำเป็นต้องเล่าให้เหมือนเดิมก็ได้
เพราะคนดูก็ดูมาหลายฉบับแล้ว เปลี่ยนวิธีเล่าก็ได้
แทนที่เวอร์ชั่นป้า จะเริ่มต้นที่ฉากพิมพ์ลภัสไขตู้เซฟแล้วรเมศมาเจอ
คนดูก็จะอยากรู้ว่า ทำไมนางเอกถึงต้องเข้ามาขโมยอะไรที่ห้องพระเอก
จนพระเอกเอาเข็มกลัดหงส์เป็นข้อต่อรองให้นางเอกอยู่ที่โรงแรมเขา
แล้วค่อยเล่าผ่านเข็มกลัดถึงจุดเริ่มต้นของพระนางก่อนจะเจอฉากนี้เกิดอะไรขึ้นมาก่อน
แต่ป้าเลือกจะเล่าเหมือนในนิยาย แต่ได้ปรับความสัมพันธ์ตัวละครไปแล้ว
มันก็เลยกลายเป็นบ่วงหงส์ที่ถูกจัดวางอย่างประดักประเดิดในช่วงแรกของเรื่อง
แม้จะชอบในวิธีการจัดการความสงสัยของคนดู ที่ป้าพร้อมแบกรับสิ่งเหล่านั้นไว้
เหมือนสมัยที่เลือก เจมส์ จิรายุ เป็นรเมศ เพราะอ้างผมหยักศกเหมือนนิยาย
ส่วนตัวเข้าใจวิธีจัดการของป้าในเรื่องนี้ เหมือนที่เจอในวาดฝันวันวิวาห์เหมือนกัน
แต่คนดูเขาอยากรู้ว่าป้ามีวิธีจะทำให้เจมส์จิในวัย 20 ตอนนั้นรับบทผู้บริหารโรงแรมได้ไหม
ซึ่งป้ายังพาเจมส์จิให้เป็นรเมศไปอยู่ในความทรงจำคนดูยังไม่ได้ อันนี้ป้าต้องน้อมรับ
กลับมาที่วาดฝันวันวิวาห์ป้าก็เลือกเล่าเหมือนในนิยาย
แต่การเล่าแบบนี้มันเหมาะกับจำนวน 4 - 6 ตอนเต็มที่สุด ๆ แล้ว
พอมา 12 ตอน แล้วมาเล่ากันกลางเรื่อง มันก็กลายเป็นแบบที่เห็นกัน
เมื่อไม่เจอเหตุแห่งความขัดแย้งและที่มาที่ไป รวมถึงต้อง service ให้ตรงกลุ่ม
มันก็วนเวียนกันแบบนั้นตั้งแต่ตอนแรกจนจะจบก็เป็นแบบนั้น
ทั้งที่เรื่องนี้เปิดเรื่องตอนที่กิ่งกมลบุกไปร้านแล้วไปตบนีนกลางร้านก็จะดูตื่นเต้น
แล้วอาจจะมีฉากหยอดเล็ก ๆ ถึงความไม่ชอบขี้หน้าคู่ชีวิตของลูกสาวให้คนดูเห็น
อาจจะเป็นฉากมาเจอกันในวันแรกแล้วนีนพูดบางอย่างไปสะกิดใจกิ่งกมลแบบไม่ทันคิด
ก็จะทำให้คนดูเข้าใจมากขึ้น แต่ป้าจะดำเนินตอนแรกให้เหมือนนิยายก็ตามนั้น
อันนี้ก็เป็นการตัดสินใจที่ป้าเลือก ป้าก็คงต้องรับผิดชอบในส่วนนี้
เมื่อวาดฝันวันวิวาห์ที่ครั้งนี้ป้าแจ๋วก็ยังวาดฝันไม่สำเร็จ
อาจจะมีหลายปัจจัยแต่ปัจจัยหลักของเรื่องคือการตัดสินใจของป้าที่เป็นแบบนี้
ปล. บอกไปแล้วเขียนครั้งนี้จะไม่ขอกล่าวถึงนักแสดงคนไหนทั้งนั้น ...
วาดฝันวันวิวาห์ อยากให้เรื่องนี้ป้าแจ๋วได้อ่านจริง ๆ
คนที่อยากเขียนถึงโปรเจคนี้ที่สุดคือ ป้าแจ๋ว ยุทธนา
สัญญาว่าจะพยายามไม่เขียนถึงนักแสดงคนไหน
ปีที่แล้วเคยเขียนถึงการทำละครคุณพี่เจ้าขา
ป้าแจ๋วสามารถทำละครในนามผู้จัดแล้วประสบความสำเร็จ
ซึ่งนับว่าเรื่องนั้นรวมข้อดีในการทุกการตัดสินใจ
แต่พอมาเรื่องนี้ป้าแจ๋วกลับตัดสินใจผิดในหลายเรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้
อย่างเรื่องนี้เล่าเปิดเรื่องให้ตัวเอกอยู่ในสถานะกำลังจะหย่า
เพราะอึดอัดในความสัมพันธ์และคนที่เกี่ยวข้องที่สุดคือ แม่
ถือว่าแปลกดีที่จะเล่าช่วงนี้เป็นตอนเปิดเรื่อง ไม่เหมือนเรื่องอื่น
แต่มันเป็นดาบสองคม เพราะตอนเรื่องนี้ก็อยู่ยาวพอมาเล่าแบบนี้
มันจะเล่าเรื่องยาก จนไปสู่การตัดสินใจผิดที่สำคัญคือ การทำซีนพิเศษ
ป้าแจ๋วอาจคิดว่าทำแบบนี้มันดูเก๋ดีมีหลายเรื่องใช้ และเอามาผนวกเป็นช่วง tie in ได้
ถ้าเคยดูซีรีส์เกาหลีเขาจะมีฉากแบบนี้ แล้วเคยเอามาใช้ในละครไทย
ตอนลิขิตรักข้ามดวงดาวเพราะทำตามต้นฉบับ แต่มันไม่เหมาะกับกลุ่มคนดูของไทยเลย
เพราะคนดูต้องตามไปจนจบเรื่อง เพื่อจะเอาฉากนั้นมาปะติดปะต่อกับฉากหลักในแต่ละตอน
กลายเป็นว่าเรื่องนี้บางคนถ้าไม่ตามจะไม่รู้ว่า ตัวเอกคบกันตอนไหน
แล้วความขัดแย้งอะไรที่ทำให้ตัวเอกต้องขัดแย้งกับแม่ขนาดนั้น
เลยทำให้ฉากเปิดเรื่องกลายเป็นเหตุการณ์กลางเรื่อง ทั้งที่โผล่มาแค่ตอนแรก
กับเรื่องที่ต้องเล่าอีก 10 กว่าตอน จะมีอะไรเล่าให้คนดูเห็น
สู่การตัดสินใจผิดที่มาจากความคิดของป้า
ป้าเป็นคนค่อนข้างแคร์นวนิยายโดยอ้างว่าจะต้องทำให้เหมือนนิยาย
แต่ละครกับนิยาย มันสามารถเล่ากันคนละวิธีได้
ป้าจะบอกเสมอว่า ก็นิยายมันเปิดเรื่องเล่ามาแบบนี้ก็ถือว่าเคารพในผู้ประพันธ์
แต่ป้าก็ไม่ได้ทำได้ตลอดลอดฝั่งไง จะทำอยู่ประมาณ 3 บทแรกในนิยาย
หลังจากนั้นก็เล่าเรื่องตามใจฉัน ตามที่คิดจากนิยาย
เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ บ่วงหงส์ ที่ไม่จำเป็นต้องเล่าให้เหมือนเดิมก็ได้
เพราะคนดูก็ดูมาหลายฉบับแล้ว เปลี่ยนวิธีเล่าก็ได้
แทนที่เวอร์ชั่นป้า จะเริ่มต้นที่ฉากพิมพ์ลภัสไขตู้เซฟแล้วรเมศมาเจอ
คนดูก็จะอยากรู้ว่า ทำไมนางเอกถึงต้องเข้ามาขโมยอะไรที่ห้องพระเอก
จนพระเอกเอาเข็มกลัดหงส์เป็นข้อต่อรองให้นางเอกอยู่ที่โรงแรมเขา
แล้วค่อยเล่าผ่านเข็มกลัดถึงจุดเริ่มต้นของพระนางก่อนจะเจอฉากนี้เกิดอะไรขึ้นมาก่อน
แต่ป้าเลือกจะเล่าเหมือนในนิยาย แต่ได้ปรับความสัมพันธ์ตัวละครไปแล้ว
มันก็เลยกลายเป็นบ่วงหงส์ที่ถูกจัดวางอย่างประดักประเดิดในช่วงแรกของเรื่อง
แม้จะชอบในวิธีการจัดการความสงสัยของคนดู ที่ป้าพร้อมแบกรับสิ่งเหล่านั้นไว้
เหมือนสมัยที่เลือก เจมส์ จิรายุ เป็นรเมศ เพราะอ้างผมหยักศกเหมือนนิยาย
ส่วนตัวเข้าใจวิธีจัดการของป้าในเรื่องนี้ เหมือนที่เจอในวาดฝันวันวิวาห์เหมือนกัน
แต่คนดูเขาอยากรู้ว่าป้ามีวิธีจะทำให้เจมส์จิในวัย 20 ตอนนั้นรับบทผู้บริหารโรงแรมได้ไหม
ซึ่งป้ายังพาเจมส์จิให้เป็นรเมศไปอยู่ในความทรงจำคนดูยังไม่ได้ อันนี้ป้าต้องน้อมรับ
กลับมาที่วาดฝันวันวิวาห์ป้าก็เลือกเล่าเหมือนในนิยาย
แต่การเล่าแบบนี้มันเหมาะกับจำนวน 4 - 6 ตอนเต็มที่สุด ๆ แล้ว
พอมา 12 ตอน แล้วมาเล่ากันกลางเรื่อง มันก็กลายเป็นแบบที่เห็นกัน
เมื่อไม่เจอเหตุแห่งความขัดแย้งและที่มาที่ไป รวมถึงต้อง service ให้ตรงกลุ่ม
มันก็วนเวียนกันแบบนั้นตั้งแต่ตอนแรกจนจะจบก็เป็นแบบนั้น
ทั้งที่เรื่องนี้เปิดเรื่องตอนที่กิ่งกมลบุกไปร้านแล้วไปตบนีนกลางร้านก็จะดูตื่นเต้น
แล้วอาจจะมีฉากหยอดเล็ก ๆ ถึงความไม่ชอบขี้หน้าคู่ชีวิตของลูกสาวให้คนดูเห็น
อาจจะเป็นฉากมาเจอกันในวันแรกแล้วนีนพูดบางอย่างไปสะกิดใจกิ่งกมลแบบไม่ทันคิด
ก็จะทำให้คนดูเข้าใจมากขึ้น แต่ป้าจะดำเนินตอนแรกให้เหมือนนิยายก็ตามนั้น
อันนี้ก็เป็นการตัดสินใจที่ป้าเลือก ป้าก็คงต้องรับผิดชอบในส่วนนี้
เมื่อวาดฝันวันวิวาห์ที่ครั้งนี้ป้าแจ๋วก็ยังวาดฝันไม่สำเร็จ
อาจจะมีหลายปัจจัยแต่ปัจจัยหลักของเรื่องคือการตัดสินใจของป้าที่เป็นแบบนี้
ปล. บอกไปแล้วเขียนครั้งนี้จะไม่ขอกล่าวถึงนักแสดงคนไหนทั้งนั้น ...