ภาพยนตร์เรื่องนี้เราจะถูกพาเข้าไปสำรวจโลกอนาคตแบบดิสโทเปียโลกที่มนุษยชาติในอดีตซึ่งถูกเรียกว่าพวกสนิมได้ทำลายล้างธรรมชาติจนพินาศย่อยยับ ด้วยสงครามและการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง จนกระทั่งมีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ก้าวเข้ามากอบกู้สถานการณ์ด้วยการใช้พลังงานสะอาดจากดอกไม้ดัดแปลงพันธุกรรม แต่ทว่าปัญหาความขัดแย้งของมนุษย์ไม่ได้จบลงแค่นั้น เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมและลบความแตกต่างทางชนชั้น สังคมแห่งนี้จึงออกกฎหมายสุดโต่ง นั่นคือเมื่อประชากรทุกคนมีอายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ จะต้องเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมครั้งใหญ่เพื่อเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนที่งดงามอย่างไร้ที่ติ หรือที่เรียกกันว่ากลุ่มพริตตี้ ส่วนเด็กๆ ที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์จะถูกตราหน้าว่าเป็นพวกขี้เหร่ หรือ Uglies และถูกจับแยกให้ไปอาศัยอยู่ในหอพักเพื่อรอคอยวันที่จะได้รับการเปลี่ยนโฉม
คำสัญญาและรอยแผลเป็น
เรื่องราวพุ่งเป้าไปที่เด็กสาว 1 คนชื่อแทลลี่ เธอคือเด็กสาวที่ตั้งตารอคอยวันเกิดอายุครบ 16 ปีของตัวเองอย่างใจจดใจจ่อ แทลลี่ใช้ชีวิตอยู่ในหอพักและมักจะจ้องมองเงาตัวเองในกระจก พร้อมกับจินตนาการถึงใบหน้าที่สวยงามในอนาคต เธอมีเพื่อนสนิท 1 คนชื่อแพริส ทั้ง 2 คนมีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้งถึงขั้นสร้างรอยแผลเป็นที่ฝ่ามือให้เหมือนกันเพื่อเป็นตัวแทนของมิตรภาพ ก่อนที่แพริสจะอายุครบกำหนดและต้องย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง แทลลี่ได้ขอร้องให้เขาสัญญาว่าจะไม่ลบรอยแผลเป็นนี้ทิ้ง ทั้ง 2 คนตกลงกันว่าในอีก 1 เดือนข้างหน้า แพริสจะแอบออกมาพบเธอที่สะพานเพื่อเล่าเรื่องราวชีวิตอันสมบูรณ์แบบให้ฟัง แต่เมื่อเวลาผ่านไป แทลลี่กลับไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากแพริสเลย

ความเงียบหายของเพื่อนสนิททำให้เธอเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันสวยงามของเมือง เมื่อถึงวันนัดหมาย แทลลี่ตัดสินใจทำเรื่องท้าทายกฎหมายด้วยการแอบหลบหนีออกจากหอพัก สวมหน้ากากปลอมตัวลักลอบเข้าไปในงานเทศกาลของเมืองพริตตี้ ภาพที่เธอเห็นคือผู้คนที่สวยงามราวกับภาพฝัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอใจสลายคือการพบกับแพริสที่กลายเป็นคนสวยงามไปแล้ว เขามีท่าทีเย็นชา ดูถูกมิตรภาพในอดีต และที่สำคัญที่สุดคือรอยแผลเป็นบนฝ่ามือของเขาถูกลบหายไปจนหมดสิ้น
ทางแยกของมิตรภาพและการหลบหนี
ความเสียใจและสถานการณ์ที่จวนตัวทำให้แทลลี่ต้องหนีการจับกุม เธอใช้เสื้อบันจี้จัมพ์กระโดดหนีตายออกมาและได้รับความช่วยเหลือจากเด็กสาวอีก 1 คนชื่อเช ทั้ง 2 คนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันอย่างรวดเร็ว เชสอนให้แทลลี่รู้จักการใช้โฮเวอร์บอร์ดหรือสเกตบอร์ดบินได้ และยังแอบนำหนังสือเก่าๆ จากโลกอดีตมาให้แทลลี่อ่าน สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ เปิดมุมมองใหม่ให้แทลลี่ แต่เมื่อวันผ่าตัดใกล้เข้ามา
เชกลับเปิดเผยความในใจว่าเธอไม่อยากกลายเป็นคนสวยที่ถูกควบคุม เธอต้องการหลบหนีไปยังสถานที่ที่เรียกว่าเดอะสโมก ซึ่งเป็นดินแดนที่ผู้คนใช้ชีวิตอย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาศัลยกรรม เชพยายามชักชวนแทลลี่ให้หนีไปด้วยกันในคืนก่อนวันผ่าตัด ทั้ง 2 คนถอดแหวนติดตามตัวออกเพื่อตบตาผู้คุม แต่แทลลี่ปฏิเสธที่จะเดินทางต่อไป เธอสารภาพว่าเธอทนกับความรู้สึกต่ำต้อยไม่ไหวและมีความฝันที่จะสวยงามมาตลอดชีวิต เชจึงเคารพการตัดสินใจของแทลลี่ ทิ้งกระดาษบอกทางไว้ให้ 1 แผ่นเผื่อเธอเปลี่ยนใจ ก่อนจะขี่สเกตบอร์ดหายเข้าไปในความมืด
ภารกิจลับจากด็อกเตอร์เคเบิล
เช้าวันต่อมา แทนที่แทลลี่จะได้เข้าห้องผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนชีวิต เธอกลับถูกพาตัวไปพบกับด็อกเตอร์เคเบิล ผู้นำที่มีอำนาจสูงสุดของเมือง ด็อกเตอร์เคเบิลรู้เรื่องการหลบหนีของเชและเชื่อว่าเชถูกกลุ่มต่อต้านเดอะสโมกที่นำโดยเดวิดล้างสมองไป ด็อกเตอร์เคเบิลใช้ความฝันของแทลลี่มาเป็นเครื่องต่อรอง โดยยื่นคำขาดว่าหากแทลลี่ต้องการรับการผ่าตัด เธอต้องออกเดินทางไปตามหาเดอะสโมกและสืบหาอาวุธร้ายแรงที่พวกนั้นกำลังพัฒนาอยู่ แทลลี่เกิดความลังเลอย่างหนัก แต่เมื่อแพริสเข้ามาพูดจาหว่านล้อม เธอจึงใจอ่อนและยอมรับภารกิจ เธอได้รับสร้อยคอ 1 เส้นซึ่งเป็นเครื่องส่งสัญญาณระบุตำแหน่ง แทลลี่ออกเดินทางตามคำใบ้ที่เชทิ้งไว้ การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก เธอต้องบินผ่านรางรถไฟร้าง ปีนหน้าผาสูงชัน และเผชิญหน้ากับธรรมชาติที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่มันก็ทำให้เธอได้เห็นโลกที่กว้างใหญ่กว่ากำแพงเมือง ในที่สุดเธอก็เดินทางมาถึงทุ่งดอกไม้สีขาวตามคำใบ้สุดท้าย
ความจริงที่ซ่อนอยู่ในแดนเถื่อน
ในขณะที่แทลลี่นอนรออยู่ที่ทุ่งดอกไม้สีขาว เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็ว เธอเกือบต้องจบชีวิตลงในกองเพลิง แต่เดวิด ผู้นำกลุ่มเดอะสโมกก็ปรากฏตัวขึ้นมาช่วยชีวิตเธอไว้ได้ทันเวลา เขาทำการตรวจสอบสิ่งของประจำตัวของเธอและทำลายเครื่องติดตามที่ซ่อนอยู่ในสเกตบอร์ดทิ้ง เดวิดพาแทลลี่เดินทางไปยังค่ายด่านหน้า ที่นั่นเธอได้พบกับเชอีกครั้ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น
แต่สมาชิกบางคนในกลุ่มยังคงตั้งข้อสงสัยในตัวแทลลี่ เชพยายามโน้มน้าวให้แทลลี่ทิ้งความฝันเรื่องศัลยกรรมและลองใช้ชีวิตแบบธรรมชาติ แต่แทลลี่ยังคงสับสนและเก็บซ่อนภารกิจลับของตัวเองไว้ จนกระทั่งเดวิดพาเธอไปดูความจริงที่โหดร้าย เดวิดชี้ให้เห็นพื้นที่รกร้างที่ถูกกัดกินโดยดอกไม้ดัดแปลงพันธุกรรม ดอกไม้ที่ทางการบอกว่าเป็นพลังงานสะอาด แท้จริงแล้วมันคือวัชพืชที่ทำลายหน้าดินและระบบนิเวศอย่างช้าๆ
รอยแผลในสมองและความลับของศัลยกรรม
ขณะที่กลุ่มของเดวิดกำลังทำลายทุ่งดอกไม้นั้น หน่วยสอดแนมของด็อกเตอร์เคเบิลก็เริ่มตามรอยมา เชพลัดตกจากที่สูงลงไปในกองไฟ แต่แทลลี่ตัดสินใจทิ้งแผนการทุกอย่างและกระโดดลงไปช่วยชีวิตเพื่อนของเธอเอาไว้ เหตุการณ์นี้ทำให้เดวิดเริ่มเชื่อใจแทลลี่ เขาพาเธอเดินทางลึกเข้าไปจนถึงหมู่บ้านเดอะสโมก ที่นี่แทลลี่ได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยคุณค่า ผู้คนใช้ชีวิตโดยพึ่งพาตัวเอง ไม่ต้องสนใจรูปลักษณ์ภายนอก ความใกล้ชิดทำให้แทลลี่และเดวิดเริ่มมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน แต่ความจริงที่น่าตกใจที่สุดก็ถูกเปิดเผยเมื่อเดวิดพาแทลลี่ไปพบกับพ่อแม่ ทั้ง 2 คนคืออดีตแพทย์จากเมืองพริตตี้ พวกเขาเล่าความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการผ่าตัดว่า มันไม่ใช่แค่การทำศัลยกรรมความงาม
แต่มันคือการสร้างรอยแผลในสมองส่วนหน้า เพื่อควบคุมให้มนุษย์อยู่ในสภาวะมีความสุขแบบปลอมๆ และไม่มีความคิดที่จะต่อต้านรัฐบาล อาวุธร้ายแรงที่ด็อกเตอร์เคเบิลกล่าวอ้าง แท้จริงแล้วคือยารักษาอาการบาดเจ็บในสมองที่พ่อแม่ของเดวิดกำลังคิดค้นอยู่ แต่มันยังขาดส่วนผสมสำคัญคือนาโนสังเคราะห์ที่อยู่ในห้องแล็บของเมือง เมื่อรู้ความจริงทั้งหมด แทลลี่จึงตัดสินใจโยนสร้อยคอส่งสัญญาณทิ้งเข้ากองไฟเพื่อเลือกข้างอย่างเต็มตัว ทว่าความร้อนจากไฟกลับทำให้เครื่องส่งสัญญาณทำงานโดยที่เธอไม่รู้ตัว
การบุกโจมตีและการสูญเสีย เช้าวันต่อมา กองทัพทหารดัดแปลงที่นำโดยด็อกเตอร์เคเบิลและแพริส ซึ่งบัดนี้กลายเป็นเครื่องจักรสังหารไร้ความรู้สึก ได้บุกเข้าโจมตีทำลายล้างหมู่บ้านเดอะสโมกจนราบเป็นหน้ากลอง ด็อกเตอร์เคเบิลจับตัวพ่อของเดวิดไว้เพื่อบีบบังคับให้เดวิดออกมา แต่แทลลี่ห้ามเขาไว้ เมื่อเดวิดไม่ปรากฏตัว ด็อกเตอร์เคเบิลจึงสั่งให้แพริสลงมือสังหารพ่อของเดวิดอย่างโหดเหี้ยม ท่ามกลางความชุลมุน แม่ของเดวิดแอบนำยารักษาใส่ลงในกระเป๋าของเดวิดได้สำเร็จ ด็อกเตอร์เคเบิลเปิดโปงความจริงว่าแทลลี่คือสายลับที่นำทางพวกตนมา ทำให้เชและทุกคนรู้สึกผิดหวังในตัวแทลลี่อย่างรุนแรง แทลลี่ปฏิเสธและพยายามอธิบายว่าเธอไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์นองเลือดนี้ขึ้น เธอตัดสินใจจุดระเบิดคลังอาวุธเพื่อสร้างความวุ่นวายและช่วยให้เดวิดหลบหนีไปได้
ภารกิจทวงคืนอิสรภาพ ความเชื่อใจที่เดวิดเคยมีให้แทลลี่แหลกสลายลง แต่แทลลี่ยืนยันที่จะช่วยทุกคนกลับมา เธอขอร้องให้เดวิดตามเธอมาเพราะเธอรู้จักเส้นทางในเมืองเป็นอย่างดี ทั้ง 2 คนลอบเร้นกลับเข้าไปในเมืองและบุกเข้าไปยังตึกทดลองของด็อกเตอร์เคเบิล พวกเขาสามารถช่วยเหลือเพื่อนๆ และแม่ของเดวิดออกมาได้ แต่ความเจ็บปวดก็มาเยือนเมื่อพวกเขาพบว่าเชได้ถูกจับไปผ่าตัดแปลงโฉมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เชสูญเสียตัวตนและกลายเป็นพริตตี้ที่ถูกล้างสมองอย่างสมบูรณ์ ด็อกเตอร์เคเบิลดักรอพวกเขาอยู่และพยายามบังคับให้ทุกคนเข้าเครื่องผ่าตัด แต่กองกำลังเสริมจากกลุ่มเดอะสโมกได้ขับยานบินเข้ามาโจมตีห้องแล็บจนพังทลาย แม่ของเดวิดใช้จังหวะนี้ขโมยนาโนสังเคราะห์ที่เป็นส่วนผสมสุดท้ายของยารักษามาได้สำเร็จ ขณะที่กำลังหลบหนี แพริสเข้ามาขวางทางไว้ แทลลี่พยายามเรียกสติเขาด้วยชื่อเล่นในอดีต ความทรงจำของแพริสดูเหมือนจะกลับมาเสี้ยวหนึ่ง แต่การต่อสู้ก็เกิดขึ้นจนแพริสเสียหลักพลัดตกลงจากตึกสูง
การเสียสละเพื่อการเปลี่ยนแปลง
เมื่อหลบหนีออกมาได้สำเร็จ แม่ของเดวิดพร้อมที่จะผสมยารักษาเพื่อคืนสติให้กับผู้คนที่ถูกล้างสมอง แต่ปัญหาคือเชปฏิเสธที่จะรับการรักษาเพราะเธอกำลังพึงพอใจกับความสวยงามที่ได้รับ กลุ่มของเดวิดมีกฎว่าจะไม่บังคับฝืนใจใครเหมือนที่รัฐบาลทำ แทลลี่จึงตัดสินใจทำการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ เธอเสนอแผนการที่จะยอมมอบตัวให้ทางการจับไปผ่าตัดเป็นคนสวย แล้วให้กลุ่มของเดวิดหาทางลักลอบนำยารักษามาฉีดให้เธอในภายหลัง เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่ายาตัวนี้สามารถใช้งานได้จริง แม้เดวิดจะคัดค้านเพราะความรักและกลัวว่าแทลลี่จะลืมตัวตนไปตลอดกาล แต่แทลลี่มั่นใจว่าเธอจะจดจำทุกอย่างได้ เธอทิ้งสัญลักษณ์ไว้ให้เดวิดเป็นคำมั่นสัญญา ภาพสุดท้ายตัดไปที่แทลลี่ในร่างของหญิงสาวที่สวยงามไร้ที่ติอาศัยอยู่ในเมืองพริตตี้ ทุกอย่างดูเหมือนเธอจะถูกล้างสมองไปอย่างสมบูรณ์ แต่เมื่อกล้องจับภาพไปที่ฝ่ามือของเธอ รอยแผลเป็นแห่งมิตรภาพยังคงเด่นชัด บ่งบอกว่าความทรงจำและตัวตนของเธอยังคงอยู่ และการต่อวัติเพื่อทวงคืนอิสรภาพเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
[CR] รีวิวหนัง Uglies เพราะโลกนี้ต้องสวยเข้าไว้ ศัลยกรรมในโลกอนาคตที่ถูกแบ่งแยกไว้แล้ว
ภาพยนตร์เรื่องนี้เราจะถูกพาเข้าไปสำรวจโลกอนาคตแบบดิสโทเปียโลกที่มนุษยชาติในอดีตซึ่งถูกเรียกว่าพวกสนิมได้ทำลายล้างธรรมชาติจนพินาศย่อยยับ ด้วยสงครามและการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง จนกระทั่งมีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ก้าวเข้ามากอบกู้สถานการณ์ด้วยการใช้พลังงานสะอาดจากดอกไม้ดัดแปลงพันธุกรรม แต่ทว่าปัญหาความขัดแย้งของมนุษย์ไม่ได้จบลงแค่นั้น เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมและลบความแตกต่างทางชนชั้น สังคมแห่งนี้จึงออกกฎหมายสุดโต่ง นั่นคือเมื่อประชากรทุกคนมีอายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ จะต้องเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมครั้งใหญ่เพื่อเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนที่งดงามอย่างไร้ที่ติ หรือที่เรียกกันว่ากลุ่มพริตตี้ ส่วนเด็กๆ ที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์จะถูกตราหน้าว่าเป็นพวกขี้เหร่ หรือ Uglies และถูกจับแยกให้ไปอาศัยอยู่ในหอพักเพื่อรอคอยวันที่จะได้รับการเปลี่ยนโฉม
คำสัญญาและรอยแผลเป็น
เรื่องราวพุ่งเป้าไปที่เด็กสาว 1 คนชื่อแทลลี่ เธอคือเด็กสาวที่ตั้งตารอคอยวันเกิดอายุครบ 16 ปีของตัวเองอย่างใจจดใจจ่อ แทลลี่ใช้ชีวิตอยู่ในหอพักและมักจะจ้องมองเงาตัวเองในกระจก พร้อมกับจินตนาการถึงใบหน้าที่สวยงามในอนาคต เธอมีเพื่อนสนิท 1 คนชื่อแพริส ทั้ง 2 คนมีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้งถึงขั้นสร้างรอยแผลเป็นที่ฝ่ามือให้เหมือนกันเพื่อเป็นตัวแทนของมิตรภาพ ก่อนที่แพริสจะอายุครบกำหนดและต้องย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง แทลลี่ได้ขอร้องให้เขาสัญญาว่าจะไม่ลบรอยแผลเป็นนี้ทิ้ง ทั้ง 2 คนตกลงกันว่าในอีก 1 เดือนข้างหน้า แพริสจะแอบออกมาพบเธอที่สะพานเพื่อเล่าเรื่องราวชีวิตอันสมบูรณ์แบบให้ฟัง แต่เมื่อเวลาผ่านไป แทลลี่กลับไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากแพริสเลย
ความเงียบหายของเพื่อนสนิททำให้เธอเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันสวยงามของเมือง เมื่อถึงวันนัดหมาย แทลลี่ตัดสินใจทำเรื่องท้าทายกฎหมายด้วยการแอบหลบหนีออกจากหอพัก สวมหน้ากากปลอมตัวลักลอบเข้าไปในงานเทศกาลของเมืองพริตตี้ ภาพที่เธอเห็นคือผู้คนที่สวยงามราวกับภาพฝัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอใจสลายคือการพบกับแพริสที่กลายเป็นคนสวยงามไปแล้ว เขามีท่าทีเย็นชา ดูถูกมิตรภาพในอดีต และที่สำคัญที่สุดคือรอยแผลเป็นบนฝ่ามือของเขาถูกลบหายไปจนหมดสิ้น
ทางแยกของมิตรภาพและการหลบหนี
ความเสียใจและสถานการณ์ที่จวนตัวทำให้แทลลี่ต้องหนีการจับกุม เธอใช้เสื้อบันจี้จัมพ์กระโดดหนีตายออกมาและได้รับความช่วยเหลือจากเด็กสาวอีก 1 คนชื่อเช ทั้ง 2 คนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันอย่างรวดเร็ว เชสอนให้แทลลี่รู้จักการใช้โฮเวอร์บอร์ดหรือสเกตบอร์ดบินได้ และยังแอบนำหนังสือเก่าๆ จากโลกอดีตมาให้แทลลี่อ่าน สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ เปิดมุมมองใหม่ให้แทลลี่ แต่เมื่อวันผ่าตัดใกล้เข้ามา
เชกลับเปิดเผยความในใจว่าเธอไม่อยากกลายเป็นคนสวยที่ถูกควบคุม เธอต้องการหลบหนีไปยังสถานที่ที่เรียกว่าเดอะสโมก ซึ่งเป็นดินแดนที่ผู้คนใช้ชีวิตอย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาศัลยกรรม เชพยายามชักชวนแทลลี่ให้หนีไปด้วยกันในคืนก่อนวันผ่าตัด ทั้ง 2 คนถอดแหวนติดตามตัวออกเพื่อตบตาผู้คุม แต่แทลลี่ปฏิเสธที่จะเดินทางต่อไป เธอสารภาพว่าเธอทนกับความรู้สึกต่ำต้อยไม่ไหวและมีความฝันที่จะสวยงามมาตลอดชีวิต เชจึงเคารพการตัดสินใจของแทลลี่ ทิ้งกระดาษบอกทางไว้ให้ 1 แผ่นเผื่อเธอเปลี่ยนใจ ก่อนจะขี่สเกตบอร์ดหายเข้าไปในความมืด
ภารกิจลับจากด็อกเตอร์เคเบิล
เช้าวันต่อมา แทนที่แทลลี่จะได้เข้าห้องผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนชีวิต เธอกลับถูกพาตัวไปพบกับด็อกเตอร์เคเบิล ผู้นำที่มีอำนาจสูงสุดของเมือง ด็อกเตอร์เคเบิลรู้เรื่องการหลบหนีของเชและเชื่อว่าเชถูกกลุ่มต่อต้านเดอะสโมกที่นำโดยเดวิดล้างสมองไป ด็อกเตอร์เคเบิลใช้ความฝันของแทลลี่มาเป็นเครื่องต่อรอง โดยยื่นคำขาดว่าหากแทลลี่ต้องการรับการผ่าตัด เธอต้องออกเดินทางไปตามหาเดอะสโมกและสืบหาอาวุธร้ายแรงที่พวกนั้นกำลังพัฒนาอยู่ แทลลี่เกิดความลังเลอย่างหนัก แต่เมื่อแพริสเข้ามาพูดจาหว่านล้อม เธอจึงใจอ่อนและยอมรับภารกิจ เธอได้รับสร้อยคอ 1 เส้นซึ่งเป็นเครื่องส่งสัญญาณระบุตำแหน่ง แทลลี่ออกเดินทางตามคำใบ้ที่เชทิ้งไว้ การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก เธอต้องบินผ่านรางรถไฟร้าง ปีนหน้าผาสูงชัน และเผชิญหน้ากับธรรมชาติที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่มันก็ทำให้เธอได้เห็นโลกที่กว้างใหญ่กว่ากำแพงเมือง ในที่สุดเธอก็เดินทางมาถึงทุ่งดอกไม้สีขาวตามคำใบ้สุดท้าย
ความจริงที่ซ่อนอยู่ในแดนเถื่อน
ในขณะที่แทลลี่นอนรออยู่ที่ทุ่งดอกไม้สีขาว เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็ว เธอเกือบต้องจบชีวิตลงในกองเพลิง แต่เดวิด ผู้นำกลุ่มเดอะสโมกก็ปรากฏตัวขึ้นมาช่วยชีวิตเธอไว้ได้ทันเวลา เขาทำการตรวจสอบสิ่งของประจำตัวของเธอและทำลายเครื่องติดตามที่ซ่อนอยู่ในสเกตบอร์ดทิ้ง เดวิดพาแทลลี่เดินทางไปยังค่ายด่านหน้า ที่นั่นเธอได้พบกับเชอีกครั้ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น
แต่สมาชิกบางคนในกลุ่มยังคงตั้งข้อสงสัยในตัวแทลลี่ เชพยายามโน้มน้าวให้แทลลี่ทิ้งความฝันเรื่องศัลยกรรมและลองใช้ชีวิตแบบธรรมชาติ แต่แทลลี่ยังคงสับสนและเก็บซ่อนภารกิจลับของตัวเองไว้ จนกระทั่งเดวิดพาเธอไปดูความจริงที่โหดร้าย เดวิดชี้ให้เห็นพื้นที่รกร้างที่ถูกกัดกินโดยดอกไม้ดัดแปลงพันธุกรรม ดอกไม้ที่ทางการบอกว่าเป็นพลังงานสะอาด แท้จริงแล้วมันคือวัชพืชที่ทำลายหน้าดินและระบบนิเวศอย่างช้าๆ
รอยแผลในสมองและความลับของศัลยกรรม
ขณะที่กลุ่มของเดวิดกำลังทำลายทุ่งดอกไม้นั้น หน่วยสอดแนมของด็อกเตอร์เคเบิลก็เริ่มตามรอยมา เชพลัดตกจากที่สูงลงไปในกองไฟ แต่แทลลี่ตัดสินใจทิ้งแผนการทุกอย่างและกระโดดลงไปช่วยชีวิตเพื่อนของเธอเอาไว้ เหตุการณ์นี้ทำให้เดวิดเริ่มเชื่อใจแทลลี่ เขาพาเธอเดินทางลึกเข้าไปจนถึงหมู่บ้านเดอะสโมก ที่นี่แทลลี่ได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยคุณค่า ผู้คนใช้ชีวิตโดยพึ่งพาตัวเอง ไม่ต้องสนใจรูปลักษณ์ภายนอก ความใกล้ชิดทำให้แทลลี่และเดวิดเริ่มมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน แต่ความจริงที่น่าตกใจที่สุดก็ถูกเปิดเผยเมื่อเดวิดพาแทลลี่ไปพบกับพ่อแม่ ทั้ง 2 คนคืออดีตแพทย์จากเมืองพริตตี้ พวกเขาเล่าความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการผ่าตัดว่า มันไม่ใช่แค่การทำศัลยกรรมความงาม
แต่มันคือการสร้างรอยแผลในสมองส่วนหน้า เพื่อควบคุมให้มนุษย์อยู่ในสภาวะมีความสุขแบบปลอมๆ และไม่มีความคิดที่จะต่อต้านรัฐบาล อาวุธร้ายแรงที่ด็อกเตอร์เคเบิลกล่าวอ้าง แท้จริงแล้วคือยารักษาอาการบาดเจ็บในสมองที่พ่อแม่ของเดวิดกำลังคิดค้นอยู่ แต่มันยังขาดส่วนผสมสำคัญคือนาโนสังเคราะห์ที่อยู่ในห้องแล็บของเมือง เมื่อรู้ความจริงทั้งหมด แทลลี่จึงตัดสินใจโยนสร้อยคอส่งสัญญาณทิ้งเข้ากองไฟเพื่อเลือกข้างอย่างเต็มตัว ทว่าความร้อนจากไฟกลับทำให้เครื่องส่งสัญญาณทำงานโดยที่เธอไม่รู้ตัว
การบุกโจมตีและการสูญเสีย เช้าวันต่อมา กองทัพทหารดัดแปลงที่นำโดยด็อกเตอร์เคเบิลและแพริส ซึ่งบัดนี้กลายเป็นเครื่องจักรสังหารไร้ความรู้สึก ได้บุกเข้าโจมตีทำลายล้างหมู่บ้านเดอะสโมกจนราบเป็นหน้ากลอง ด็อกเตอร์เคเบิลจับตัวพ่อของเดวิดไว้เพื่อบีบบังคับให้เดวิดออกมา แต่แทลลี่ห้ามเขาไว้ เมื่อเดวิดไม่ปรากฏตัว ด็อกเตอร์เคเบิลจึงสั่งให้แพริสลงมือสังหารพ่อของเดวิดอย่างโหดเหี้ยม ท่ามกลางความชุลมุน แม่ของเดวิดแอบนำยารักษาใส่ลงในกระเป๋าของเดวิดได้สำเร็จ ด็อกเตอร์เคเบิลเปิดโปงความจริงว่าแทลลี่คือสายลับที่นำทางพวกตนมา ทำให้เชและทุกคนรู้สึกผิดหวังในตัวแทลลี่อย่างรุนแรง แทลลี่ปฏิเสธและพยายามอธิบายว่าเธอไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์นองเลือดนี้ขึ้น เธอตัดสินใจจุดระเบิดคลังอาวุธเพื่อสร้างความวุ่นวายและช่วยให้เดวิดหลบหนีไปได้
ภารกิจทวงคืนอิสรภาพ ความเชื่อใจที่เดวิดเคยมีให้แทลลี่แหลกสลายลง แต่แทลลี่ยืนยันที่จะช่วยทุกคนกลับมา เธอขอร้องให้เดวิดตามเธอมาเพราะเธอรู้จักเส้นทางในเมืองเป็นอย่างดี ทั้ง 2 คนลอบเร้นกลับเข้าไปในเมืองและบุกเข้าไปยังตึกทดลองของด็อกเตอร์เคเบิล พวกเขาสามารถช่วยเหลือเพื่อนๆ และแม่ของเดวิดออกมาได้ แต่ความเจ็บปวดก็มาเยือนเมื่อพวกเขาพบว่าเชได้ถูกจับไปผ่าตัดแปลงโฉมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เชสูญเสียตัวตนและกลายเป็นพริตตี้ที่ถูกล้างสมองอย่างสมบูรณ์ ด็อกเตอร์เคเบิลดักรอพวกเขาอยู่และพยายามบังคับให้ทุกคนเข้าเครื่องผ่าตัด แต่กองกำลังเสริมจากกลุ่มเดอะสโมกได้ขับยานบินเข้ามาโจมตีห้องแล็บจนพังทลาย แม่ของเดวิดใช้จังหวะนี้ขโมยนาโนสังเคราะห์ที่เป็นส่วนผสมสุดท้ายของยารักษามาได้สำเร็จ ขณะที่กำลังหลบหนี แพริสเข้ามาขวางทางไว้ แทลลี่พยายามเรียกสติเขาด้วยชื่อเล่นในอดีต ความทรงจำของแพริสดูเหมือนจะกลับมาเสี้ยวหนึ่ง แต่การต่อสู้ก็เกิดขึ้นจนแพริสเสียหลักพลัดตกลงจากตึกสูง
การเสียสละเพื่อการเปลี่ยนแปลง
เมื่อหลบหนีออกมาได้สำเร็จ แม่ของเดวิดพร้อมที่จะผสมยารักษาเพื่อคืนสติให้กับผู้คนที่ถูกล้างสมอง แต่ปัญหาคือเชปฏิเสธที่จะรับการรักษาเพราะเธอกำลังพึงพอใจกับความสวยงามที่ได้รับ กลุ่มของเดวิดมีกฎว่าจะไม่บังคับฝืนใจใครเหมือนที่รัฐบาลทำ แทลลี่จึงตัดสินใจทำการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ เธอเสนอแผนการที่จะยอมมอบตัวให้ทางการจับไปผ่าตัดเป็นคนสวย แล้วให้กลุ่มของเดวิดหาทางลักลอบนำยารักษามาฉีดให้เธอในภายหลัง เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่ายาตัวนี้สามารถใช้งานได้จริง แม้เดวิดจะคัดค้านเพราะความรักและกลัวว่าแทลลี่จะลืมตัวตนไปตลอดกาล แต่แทลลี่มั่นใจว่าเธอจะจดจำทุกอย่างได้ เธอทิ้งสัญลักษณ์ไว้ให้เดวิดเป็นคำมั่นสัญญา ภาพสุดท้ายตัดไปที่แทลลี่ในร่างของหญิงสาวที่สวยงามไร้ที่ติอาศัยอยู่ในเมืองพริตตี้ ทุกอย่างดูเหมือนเธอจะถูกล้างสมองไปอย่างสมบูรณ์ แต่เมื่อกล้องจับภาพไปที่ฝ่ามือของเธอ รอยแผลเป็นแห่งมิตรภาพยังคงเด่นชัด บ่งบอกว่าความทรงจำและตัวตนของเธอยังคงอยู่ และการต่อวัติเพื่อทวงคืนอิสรภาพเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้