ขณะที่ Universal, Sony และ Warner พึ่งพาศิลปินระดับโลกหลายคน HYBE กลับก้าวขึ้นมาร่วมชั้นในระดับเดียวกันได้โดยมีปัจจัยหลักมาจาก BTS เพียงวงเดียว การทำรายได้ มหาศาลขนาดนี้จากกลุ่มศิลปินเพียงกลุ่มเดียว ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในอุตสาหกรรมดนตรี
รายได้ครึ่งปีแรกของ 4 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่:
Universal Music Group — 9.972 ตริลเลียนวอน (ศิลปินระดับโลกที่เป็นหลัก ได้แก่ เทย์เลอร์ สวิฟต์, เคนดริก ลามาร์, บิลลี ไอลิช, อาเรียน่า กรานเด, ซาบรินา คาร์เพนเตอร์, เดรค, เดอะวีกเอนด์)
Sony Music — 9.7299 ตริลเลียนวอน (ศิลปินระดับโลกที่เป็นหลัก ได้แก่ แฮร์รี สไตล์ส, บียอนเซ่, อะเดล, แทรวิส สกอตต์, ซิสซา, ไมลีย์ ไซรัส)
Warner Music — 4.9625 ตริลเลียนวอน (ศิลปินระดับโลกที่เป็นหลัก ได้แก่ บรูโน มาร์ส, เอ็ด ชีแรน, โคลด์เพลย์, ดัว ลีพา, แจ็ก ฮาร์โลว์)
HYBE — 2.1483 ตริลเลียนวอน (ศิลปินระดับโลกที่เป็นหลัก ได้แก่ BTS)
'ครึ่งปี 2,000,000 ล้านวอน' การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ HYBE… สั่นคลอนบัลลังก์ 'Big 3' อย่าง Universal, Sony และ Warner
ข่าวโดย: จอง ยงฮยอน
สำนักข่าว: Wide Economy
News
HYBE (ไฮบ์) ที่มี BTS เป็นทัพหน้า ทำรายได้ครึ่งปีแรกทะลุ 2,000,000 ล้านวอน (ประมาณ 50,000 ล้านบาท) กำลังไล่ตาม 3 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่างกระชั้นชิด ภาพการผูกขาดในตลาดเพลงโลกที่ครองโดย Universal Music Group, Sony Music และ Warner Music มาอย่างยาวนานเริ่มเกิดรอยร้าว ซึ่งได้รับการประเมินว่าเป็นผลมาจากโครงสร้าง Multi-label (ค่ายเพลงหลากหลายในเครือ) ที่แข็งแกร่ง และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก Super IP (ทรัพย์สินทางปัญญาของศิลปินระดับซูเปอร์สตาร์) ที่สะท้อนออกมาในผลประกอบการอย่างชัดเจน
จากข้อมูลการเปิดเผยงบการเงินของแต่ละบริษัทเมื่อวันที่ 2 กันยายน ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ HYBE ทำรายได้ไป 1.4500 ตริลเลียนวอน (ประมาณ 36,250 ล้านบาท) พุ่งสูงขึ้นถึง 105.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนห่างรายได้กับ Warner Music (ค่ายอันดับ 3 ของโลก) ที่ทำได้ 2.5723 ตริลเลียนวอน (ประมาณ 64,300 ล้านบาท) ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ลดลงมาเหลือเพียงประมาณ 1.1000 ตริลเลียนวอน (ประมาณ 27,500 ล้านบาท) โดยส่วนต่างรายได้ของทั้งสองบริษัทที่เคยห่างกันกว่า 1.6000 ตริลเลียนวอนในไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว ลดลงไปมากกว่า 30% ในเวลาเพียงแค่ 1 ปี
เมื่อดูผลประกอบการสะสมครึ่งปีแรก ความเร็วในการไล่ตามของ HYBE ก็ยังคงโดดเด่นอย่างมาก โดยรายได้ครึ่งปีแรกของ HYBE เพิ่มขึ้น 78.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 2.1483 ตริลเลียนวอน (ประมาณ 53,700 ล้านบาท) ไล่จี้ Warner Music ที่ทำได้ 4.9625 ตริลเลียนวอน (ประมาณ 124,000 ล้านบาท) มาติดๆ ในขณะที่อันดับ 1 อย่าง Universal (9.9723 ตริลเลียนวอน / ประมาณ 249,300 ล้านบาท) และอันดับ 2 อย่าง Sony (9.7299 ตริลเลียนวอน / ประมาณ 243,200 ล้านบาท) เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีเพียง HYBE เท่านั้นที่วาดโค้งการเติบโตขึ้นอย่างชันเจน
ในแง่ของแรงส่งการเติบโต (Growth Momentum) HYBE เหนือกว่า 3 ค่ายยักษ์ใหญ่เดิมอย่างสิ้นเชิง หากพิจารณาอัตราการเติบโตที่แท้จริงในครึ่งปีแรกโดยไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน Universal เติบโตเพียง 5.2%, Sony 21.2% และ Warner 13.3% ขณะที่ HYBE สูงเกินกว่า 78% นอกจากนี้ อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ของรายได้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ของกลุ่ม Big 3 อยู่ที่เพียงเลขหลักเดียวหรือ 10% ต้นๆ เท่านั้น ขณะที่ HYBE รักษาระดับการเติบโตในระดับ 20% ขึ้นไปได้ทุกปี
ด้วยเหตุนี้ ในตลาดเพลงระดับโลก ความคิดเห็นที่ว่าควรจัดสรรโครงสร้างใหม่จาก 'Big 3' ให้เป็น 'Big 4' โดยมี HYBE รวมอยู่ด้วยจึงเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งเป็นการพิสูจน์ด้วยตัวเลขถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโครงสร้าง 3 ค่ายยักษ์ใหญ่ตามที่สื่อดนตรีต่างประเทศชื่อดังอย่าง Music Business Worldwide (MBW) เคยคาดการณ์ไว้ โดยวิเคราะห์ว่า HYBE ที่สร้างขนาดธุรกิจจนโดดเด่นในฐานะค่ายเพลงอิสระ กำลังทลายพรมแดนของกลุ่มอำนาจเดิมลง
หัวใจสำคัญของความก้าวหน้านี้คือ การกลับมาทำกิจกรรมอย่างประสบความสำเร็จของ BTS และพลังระเบิดของแพลตฟอร์มแฟนดอม เวิลด์ทัวร์รอบโลกของ BTS ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นรวม 88 รอบจนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า มีการจัดแสดงไปแล้ว 44 รอบจนถึงเดือนที่ผ่านมาและบัตรขายหมดเกลียดทุกรอบ นอกจากนี้ สินค้าลิขสิทธิ์ต่างๆ เช่น แท่งไฟเชียร์ในคอนเสิร์ต และสินค้าทางการ (MD) ต่างก็มียอดสั่งซื้อทะลักจนโรงงานต้องเดินเครื่องผลิตอย่างไม่มีหยุดพัก
ระบบ Multi-label ทั้งในและต่างประเทศกลายมาเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่มั่นคงของ HYBE เช่นกัน ผ่านค่ายเพลงที่จัดตั้งขึ้นให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ทั้งในสหรัฐอเมริกา นโยบายญี่ปุ่น และละตินอเมริกา ส่งผลให้ IP พหุสัญชาติอย่าง KATSEYE, &TEAM และ SANTOS BRAVOS สามารถลงสมัครและตั้งไข่ในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง จุดที่ส่องประกายเด่นชัดคือการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจแบบครบวงจร ที่เชื่อมโยงตั้งแผ่นเสียง/อัลบั้ม ไปจนถึงการแสดงคอนเสิร์ต และสินค้า MD ซึ่งต่างจากบริษัท ยักษ์ใหญ่ต่างชาติเดิมๆ ที่เน้นหนักแค่การสตรีมมิ่งเพลงเพียงอย่างเดียว
บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างคาดการณ์เช่นกันว่า โมเดลธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ของ HYBE จะกลายมาเป็นผู้นำในการแข่งขันระดับโลกในอนาคต อิม จินโม นักวิจารณ์ดนตรีป็อป ชี้ให้เห็นว่าศิลปินหลักอย่าง SEVENTEEN และ ENHYPEN มีการเติบโตร่วมกัน และมีความสามารถในการแข่งขันด้านเวิลด์ทัวร์ที่แข็งแกร่งมาก โดยทำนายว่ามีความเป็นไปได้ที่ HYBE จะก้าวขึ้นสู่ Top 3 ของโลกภายในไม่กี่ปีนี้
ด้านศาสตราจารย์ อี กยูทัก จากมหาวิทยาลัย George Mason Korea ชี้ให้เห็นว่า หากค่ายเพลงเดิมๆ หยุดอยู่แค่การจัดจำหน่ายเพลงและคลังเพลง (Catalog) HYBE ได้หลอมรวมเอาภาพวาด/วิดีโอ สินค้า และแพลตฟอร์ม เข้ากับ IP ของศิลปินเพื่อสร้างรายได้สูงสุด ซึ่งจะทำให้ได้เปรียบในการแข่งขันโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีกในอนาคต
'ครึ่งปี 2 ล้านล้านวอน' การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ HYBE… สั่นคลอนบัลลังก์ 'Big 3' อย่าง Universal, Sony และ Warner
รายได้ครึ่งปีแรกของ 4 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่:
Universal Music Group — 9.972 ตริลเลียนวอน (ศิลปินระดับโลกที่เป็นหลัก ได้แก่ เทย์เลอร์ สวิฟต์, เคนดริก ลามาร์, บิลลี ไอลิช, อาเรียน่า กรานเด, ซาบรินา คาร์เพนเตอร์, เดรค, เดอะวีกเอนด์)
Sony Music — 9.7299 ตริลเลียนวอน (ศิลปินระดับโลกที่เป็นหลัก ได้แก่ แฮร์รี สไตล์ส, บียอนเซ่, อะเดล, แทรวิส สกอตต์, ซิสซา, ไมลีย์ ไซรัส)
Warner Music — 4.9625 ตริลเลียนวอน (ศิลปินระดับโลกที่เป็นหลัก ได้แก่ บรูโน มาร์ส, เอ็ด ชีแรน, โคลด์เพลย์, ดัว ลีพา, แจ็ก ฮาร์โลว์)
HYBE — 2.1483 ตริลเลียนวอน (ศิลปินระดับโลกที่เป็นหลัก ได้แก่ BTS)
'ครึ่งปี 2,000,000 ล้านวอน' การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ HYBE… สั่นคลอนบัลลังก์ 'Big 3' อย่าง Universal, Sony และ Warner
ข่าวโดย: จอง ยงฮยอน
สำนักข่าว: Wide Economy
News
HYBE (ไฮบ์) ที่มี BTS เป็นทัพหน้า ทำรายได้ครึ่งปีแรกทะลุ 2,000,000 ล้านวอน (ประมาณ 50,000 ล้านบาท) กำลังไล่ตาม 3 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่างกระชั้นชิด ภาพการผูกขาดในตลาดเพลงโลกที่ครองโดย Universal Music Group, Sony Music และ Warner Music มาอย่างยาวนานเริ่มเกิดรอยร้าว ซึ่งได้รับการประเมินว่าเป็นผลมาจากโครงสร้าง Multi-label (ค่ายเพลงหลากหลายในเครือ) ที่แข็งแกร่ง และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก Super IP (ทรัพย์สินทางปัญญาของศิลปินระดับซูเปอร์สตาร์) ที่สะท้อนออกมาในผลประกอบการอย่างชัดเจน
จากข้อมูลการเปิดเผยงบการเงินของแต่ละบริษัทเมื่อวันที่ 2 กันยายน ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ HYBE ทำรายได้ไป 1.4500 ตริลเลียนวอน (ประมาณ 36,250 ล้านบาท) พุ่งสูงขึ้นถึง 105.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนห่างรายได้กับ Warner Music (ค่ายอันดับ 3 ของโลก) ที่ทำได้ 2.5723 ตริลเลียนวอน (ประมาณ 64,300 ล้านบาท) ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ลดลงมาเหลือเพียงประมาณ 1.1000 ตริลเลียนวอน (ประมาณ 27,500 ล้านบาท) โดยส่วนต่างรายได้ของทั้งสองบริษัทที่เคยห่างกันกว่า 1.6000 ตริลเลียนวอนในไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว ลดลงไปมากกว่า 30% ในเวลาเพียงแค่ 1 ปี
เมื่อดูผลประกอบการสะสมครึ่งปีแรก ความเร็วในการไล่ตามของ HYBE ก็ยังคงโดดเด่นอย่างมาก โดยรายได้ครึ่งปีแรกของ HYBE เพิ่มขึ้น 78.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 2.1483 ตริลเลียนวอน (ประมาณ 53,700 ล้านบาท) ไล่จี้ Warner Music ที่ทำได้ 4.9625 ตริลเลียนวอน (ประมาณ 124,000 ล้านบาท) มาติดๆ ในขณะที่อันดับ 1 อย่าง Universal (9.9723 ตริลเลียนวอน / ประมาณ 249,300 ล้านบาท) และอันดับ 2 อย่าง Sony (9.7299 ตริลเลียนวอน / ประมาณ 243,200 ล้านบาท) เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีเพียง HYBE เท่านั้นที่วาดโค้งการเติบโตขึ้นอย่างชันเจน
ในแง่ของแรงส่งการเติบโต (Growth Momentum) HYBE เหนือกว่า 3 ค่ายยักษ์ใหญ่เดิมอย่างสิ้นเชิง หากพิจารณาอัตราการเติบโตที่แท้จริงในครึ่งปีแรกโดยไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน Universal เติบโตเพียง 5.2%, Sony 21.2% และ Warner 13.3% ขณะที่ HYBE สูงเกินกว่า 78% นอกจากนี้ อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ของรายได้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ของกลุ่ม Big 3 อยู่ที่เพียงเลขหลักเดียวหรือ 10% ต้นๆ เท่านั้น ขณะที่ HYBE รักษาระดับการเติบโตในระดับ 20% ขึ้นไปได้ทุกปี
ด้วยเหตุนี้ ในตลาดเพลงระดับโลก ความคิดเห็นที่ว่าควรจัดสรรโครงสร้างใหม่จาก 'Big 3' ให้เป็น 'Big 4' โดยมี HYBE รวมอยู่ด้วยจึงเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งเป็นการพิสูจน์ด้วยตัวเลขถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโครงสร้าง 3 ค่ายยักษ์ใหญ่ตามที่สื่อดนตรีต่างประเทศชื่อดังอย่าง Music Business Worldwide (MBW) เคยคาดการณ์ไว้ โดยวิเคราะห์ว่า HYBE ที่สร้างขนาดธุรกิจจนโดดเด่นในฐานะค่ายเพลงอิสระ กำลังทลายพรมแดนของกลุ่มอำนาจเดิมลง
หัวใจสำคัญของความก้าวหน้านี้คือ การกลับมาทำกิจกรรมอย่างประสบความสำเร็จของ BTS และพลังระเบิดของแพลตฟอร์มแฟนดอม เวิลด์ทัวร์รอบโลกของ BTS ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นรวม 88 รอบจนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า มีการจัดแสดงไปแล้ว 44 รอบจนถึงเดือนที่ผ่านมาและบัตรขายหมดเกลียดทุกรอบ นอกจากนี้ สินค้าลิขสิทธิ์ต่างๆ เช่น แท่งไฟเชียร์ในคอนเสิร์ต และสินค้าทางการ (MD) ต่างก็มียอดสั่งซื้อทะลักจนโรงงานต้องเดินเครื่องผลิตอย่างไม่มีหยุดพัก
ระบบ Multi-label ทั้งในและต่างประเทศกลายมาเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่มั่นคงของ HYBE เช่นกัน ผ่านค่ายเพลงที่จัดตั้งขึ้นให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ทั้งในสหรัฐอเมริกา นโยบายญี่ปุ่น และละตินอเมริกา ส่งผลให้ IP พหุสัญชาติอย่าง KATSEYE, &TEAM และ SANTOS BRAVOS สามารถลงสมัครและตั้งไข่ในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง จุดที่ส่องประกายเด่นชัดคือการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจแบบครบวงจร ที่เชื่อมโยงตั้งแผ่นเสียง/อัลบั้ม ไปจนถึงการแสดงคอนเสิร์ต และสินค้า MD ซึ่งต่างจากบริษัท ยักษ์ใหญ่ต่างชาติเดิมๆ ที่เน้นหนักแค่การสตรีมมิ่งเพลงเพียงอย่างเดียว
บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างคาดการณ์เช่นกันว่า โมเดลธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ของ HYBE จะกลายมาเป็นผู้นำในการแข่งขันระดับโลกในอนาคต อิม จินโม นักวิจารณ์ดนตรีป็อป ชี้ให้เห็นว่าศิลปินหลักอย่าง SEVENTEEN และ ENHYPEN มีการเติบโตร่วมกัน และมีความสามารถในการแข่งขันด้านเวิลด์ทัวร์ที่แข็งแกร่งมาก โดยทำนายว่ามีความเป็นไปได้ที่ HYBE จะก้าวขึ้นสู่ Top 3 ของโลกภายในไม่กี่ปีนี้
ด้านศาสตราจารย์ อี กยูทัก จากมหาวิทยาลัย George Mason Korea ชี้ให้เห็นว่า หากค่ายเพลงเดิมๆ หยุดอยู่แค่การจัดจำหน่ายเพลงและคลังเพลง (Catalog) HYBE ได้หลอมรวมเอาภาพวาด/วิดีโอ สินค้า และแพลตฟอร์ม เข้ากับ IP ของศิลปินเพื่อสร้างรายได้สูงสุด ซึ่งจะทำให้ได้เปรียบในการแข่งขันโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีกในอนาคต