ภาพนี้ กระติกเซ็นต์รับรองในขณะให้การในชั้นพนักงานสอบสวน ผมเข้าใจว่า เป็นรูปภาพที่ตำรวจซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนในคดีนี้ได้มาจากกการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีแตงโม แล้วอาจจะไปเจอภาพนี้ในสื่อโซเชี่ยล (คนถ่าย ชื่อ ดาด้า ซึ่งก็ได้ไปล่องเรือในคืนเดียวกันและเวลาใกล้เคียงกัน) ฟังจากข่าวเมื่อคืน เห็นดาด้าบอกว่าน้องชายโพสต์ภาพนี้ลงในเฟสบุ๊คในวันที่ 25 ก.พ.2565 วันรุ่งขึ้นที่มีข่าวแตงโมตกเรือ ในภาพนี้มีวงกลมสีแดงตรงรูปคนที่ยืนอยู่บนหัวเรือ เข้าใจว่าดาด้าเป็นคนวงเองเพราะดาด้าเข้าใจหรือสันนิษฐานในตอนนั้นว่า ถ่ายติดเรือของปอในคืนเกิดเหตุโดยบังเอิญ ก็เลยเอามาโพสต์แชร์ในเน็ตว่าชั้นถ่ายติดภาพเรือที่แตงโมอยู่ในคืนนั้นได้พอดี พอตำรวจเห็นภาพนี้ในสื่อโซเชี่ยล ก็เลยเข้าใจว่า น่าจะเป็นภาพเรือของปอในคืนเกิดเหตุ ก็เลยเอามาให้กระติกยืนยันเพื่อประกอบคำให้การ
กระติกซึ่งก็ไม่ใช่เจ้าของเรือ และเพิ่งจะเคยขึ้นเรือลำนี้เป็นครั้งแรก ดังนั้น อาจจะเข้าใจผิดว่าเรือลำนี้เป็นเรือของปอในคืนเกิดเหตุ ก็เลยเซ็นต์ยืนยันรับรองไป (เพราะปกติ พนง.สอบสวน จะให้จำเลยเซ็นต์รับรองคำให้การหรือรับรองพยานหลักฐาน ก่อนจะสรุปสำนวนอยู่แล้ว)
การให้การไปโดยความเข้าใจผิดหรือสำคัญผิด ต่อให้ข้อความนั้นจะเป็นความเท็จ แต่ผู้ให้คำให้การสำคัญผิดว่าเป็นความจริง ผู้นั้นก็ไม่มีความผิดในทางอาญาครับ ที่สำคัญ พยานหลักฐานชิ้นนี้ กระติกไม่ได้เป็นคนอ้างส่งศาล แต่เป็นฝ่ายอัยการโจทก์อ้างนำเข้าสู่กระบวนพิจารณาของศาล ซึ่งก็อ้างนำส่งพยานหลักฐานต่อศาลถึงร้อยกว่าชิ้น แต่ศาลไม่ได้หยิบเอาพยานหลักฐานชิ้นนี้ไปใช้ในการพิจารณาคดีเลย เพราะประเด็นในคดีนั้น มีแค่ประเด็นเดียว คือจำเลยประมาทหรือไม่ประมาทจนเป็นเหตุให้แตงโมถึงแก่ความตาย
ดังนั้น กระติกไม่มีทางที่จะมีความผิดในข้อหาที่ไปแจ้งความร้องทุกข์กันเมื่อวานนี้ได้เลย
แล้วเอาจริงๆ รูปเรือลำที่ดาด้าถ่าย ก็อาจจะไม่ใช่เรือลำที่ขวัญอยู่ในคืนนั้น ก็ได้ เพราะในคืนเกิดเหตุ ก็มีเรือแบบนี้แล่นกลางแม่น้ำเจ้าพรยาบริเวณสะพานพระราม 8 ตั้งหลายลำ แม้แต่ขวัญเองก็อาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นเรือลำที่ตัวเองอยู่ในคืนนั้นก็ได้ หรืออาจจะเข้าใจถูกก็ได้ เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เช่นเดียวกับกระติก ก็อาจจะเข้าใจผิดไปว่า ใช่เรือลำที่ตัวเองอยู่ในคืนเกิดเเหตุ
รูปที่ขวัญใช้เป็ฯหลักฐานแจ้งความกระติกเมื่อวานนี้
ภาพนี้ กระติกเซ็นต์รับรองในขณะให้การในชั้นพนักงานสอบสวน ผมเข้าใจว่า เป็นรูปภาพที่ตำรวจซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนในคดีนี้ได้มาจากกการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีแตงโม แล้วอาจจะไปเจอภาพนี้ในสื่อโซเชี่ยล (คนถ่าย ชื่อ ดาด้า ซึ่งก็ได้ไปล่องเรือในคืนเดียวกันและเวลาใกล้เคียงกัน) ฟังจากข่าวเมื่อคืน เห็นดาด้าบอกว่าน้องชายโพสต์ภาพนี้ลงในเฟสบุ๊คในวันที่ 25 ก.พ.2565 วันรุ่งขึ้นที่มีข่าวแตงโมตกเรือ ในภาพนี้มีวงกลมสีแดงตรงรูปคนที่ยืนอยู่บนหัวเรือ เข้าใจว่าดาด้าเป็นคนวงเองเพราะดาด้าเข้าใจหรือสันนิษฐานในตอนนั้นว่า ถ่ายติดเรือของปอในคืนเกิดเหตุโดยบังเอิญ ก็เลยเอามาโพสต์แชร์ในเน็ตว่าชั้นถ่ายติดภาพเรือที่แตงโมอยู่ในคืนนั้นได้พอดี พอตำรวจเห็นภาพนี้ในสื่อโซเชี่ยล ก็เลยเข้าใจว่า น่าจะเป็นภาพเรือของปอในคืนเกิดเหตุ ก็เลยเอามาให้กระติกยืนยันเพื่อประกอบคำให้การ
กระติกซึ่งก็ไม่ใช่เจ้าของเรือ และเพิ่งจะเคยขึ้นเรือลำนี้เป็นครั้งแรก ดังนั้น อาจจะเข้าใจผิดว่าเรือลำนี้เป็นเรือของปอในคืนเกิดเหตุ ก็เลยเซ็นต์ยืนยันรับรองไป (เพราะปกติ พนง.สอบสวน จะให้จำเลยเซ็นต์รับรองคำให้การหรือรับรองพยานหลักฐาน ก่อนจะสรุปสำนวนอยู่แล้ว)
การให้การไปโดยความเข้าใจผิดหรือสำคัญผิด ต่อให้ข้อความนั้นจะเป็นความเท็จ แต่ผู้ให้คำให้การสำคัญผิดว่าเป็นความจริง ผู้นั้นก็ไม่มีความผิดในทางอาญาครับ ที่สำคัญ พยานหลักฐานชิ้นนี้ กระติกไม่ได้เป็นคนอ้างส่งศาล แต่เป็นฝ่ายอัยการโจทก์อ้างนำเข้าสู่กระบวนพิจารณาของศาล ซึ่งก็อ้างนำส่งพยานหลักฐานต่อศาลถึงร้อยกว่าชิ้น แต่ศาลไม่ได้หยิบเอาพยานหลักฐานชิ้นนี้ไปใช้ในการพิจารณาคดีเลย เพราะประเด็นในคดีนั้น มีแค่ประเด็นเดียว คือจำเลยประมาทหรือไม่ประมาทจนเป็นเหตุให้แตงโมถึงแก่ความตาย
ดังนั้น กระติกไม่มีทางที่จะมีความผิดในข้อหาที่ไปแจ้งความร้องทุกข์กันเมื่อวานนี้ได้เลย
แล้วเอาจริงๆ รูปเรือลำที่ดาด้าถ่าย ก็อาจจะไม่ใช่เรือลำที่ขวัญอยู่ในคืนนั้น ก็ได้ เพราะในคืนเกิดเหตุ ก็มีเรือแบบนี้แล่นกลางแม่น้ำเจ้าพรยาบริเวณสะพานพระราม 8 ตั้งหลายลำ แม้แต่ขวัญเองก็อาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นเรือลำที่ตัวเองอยู่ในคืนนั้นก็ได้ หรืออาจจะเข้าใจถูกก็ได้ เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เช่นเดียวกับกระติก ก็อาจจะเข้าใจผิดไปว่า ใช่เรือลำที่ตัวเองอยู่ในคืนเกิดเเหตุ