ขณะที่สลิ่มปั่นรูปโจชัวหว่อง ก็หารู้ไม่ว่ากำลังโดน สว.ทำอะไรกับอากาศประเทศนี้

[ 9 ประเด็นสำคัญที่ สว. ตัดออกจากร่างกฎหมายอากาศสะอาด ส่อเอื้อกลุ่มทุน-จำกัดสิทธิประชาชน ]
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t7a/1/16/31_20e3.png[/img] [ เพิ่มตัวแทนนายทุน นั่งบอร์ดอากาศสะอาดทุกระดับ ]
ในร่างที่ สว. แก้ไข ได้เพิ่มสัดส่วนตัวแทนภาคธุรกิจ-กลุ่มทุน โดยล็อกสเปกให้ “สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย” และ “สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย” เข้าไปนั่งในคณะกรรมการอากาศสะอาดทุกระดับ ทั้งคณะกรรมการระดับชาติ, คณะกรรมการวิชาการ, และคณะกรรมการระดับจังหวัด ทั้งที่ก็มีสัดส่วนคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนภาคธุรกิจเอกชนอยู่แล้ว

ทั้งนี้ พรรคประชาชนไม่ติดกับการที่มีสภาหอการค้าฯ และสภาอุตสาหกรรมฯ ในคณะกรรมการ แต่ควรเป็นการแต่งตั้งจากคณะกรรมการด้วยสัดส่วนตัวแทนภาคธุรกิจเอกชน มิใช่การล็อกสเปก ล็อกตำแหน่ง แบบที่ สว. ได้บรรจุเพิ่มในลักษณะนี้

[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t99/1/16/32_20e3.png[/img] [ หั่นโทษปรับผู้ปล่อยมลพิษ จากสูงสุด 50 ล้าน เหลือไม่เกิน 5 ล้าน ]

ในมาตรา 231 สว. ได้แก้ไขบทลงโทษทางอาญาสำหรับเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษภาคอุตสาหกรรม โดยหากผู้ใดกระทำโดยเจตนาหรือโดยประมาท ระบายสารมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐาน ให้มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี แต่หั่นโทษปรับจากเดิม “ไม่เกิน 50 ล้านบาท” เหลือเพียง “ไม่เกิน 5 ล้านบาท”

[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tb8/1/16/33_20e3.png[/img] [ ตัดระบบ PRTR ฉีกทิ้งทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ ]

สว. ได้ตัดระบบ PRTR (Pollutant Release and Transfer Register) หรือ “ทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ” ออกจากร่างกฎหมาย แล้วเปลี่ยนถ้อยคำเหลือเพียง “ข้อมูลการระบายสารมลพิษทางอากาศ” ซึ่งเป็นการตัดโอกาสในการเชื่อมโยงและเปิดทางให้มีการบรรจุร่าง พ.ร.บ. PRTR เข้ามาทำงานสอดรับกัน

[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/td7/1/16/34_20e3.png[/img] [ ริบอำนาจท้องถิ่น เปลี่ยนประธานบอร์ดจังหวัดจาก ‘นายก อบจ.’ เป็น ‘ผู้ว่าฯ’ ]

ในมาตรา 40 และ 41 สว. ได้แก้ไขผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด จากเดิมเป็น ‘นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด’ (นายก อบจ.) ซึ่งยึดโยงกับประชาชนผ่านการเลือกตั้ง กลับไปเป็น ‘ผู้ว่าราชการจังหวัด’ ซึ่งเป็นข้าราชการแต่งตั้งจากส่วนกลาง ทำให้การบริหารจัดการปัญหาอากาศและมลพิษในระดับพื้นที่มีความยึดโยงกับประชาชนลดลงอย่างเห็นได้ชัด และทำให้เราต้องกลับมาเจอกับปัญหาเปลี่ยนผู้ว่าฯ ทุกปี หรือในกรณีบางจังหวัด 1 ปีเปลี่ยน 3 คน

[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tf6/1/16/35_20e3.png[/img] [ ตัดสิทธิประชาชน ในการร่วมตรวจสอบโครงการที่อาจก่อมลพิษ ]

ในมาตรา 76-80 เดิมได้ให้อำนาจคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดประกาศโครงการที่อาจก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ พร้อมกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อนำมาพิจารณาผ่านคณะกรรมการในระดับจังหวัด ก่อนที่หน่วยงานตามกฎหมายอื่นจะสามารถอนุมัติหรืออนุญาตได้ ซึ่งถือเป็นการอุดช่องโหว่กฎหมายปัจจุบันที่หลายโครงการเดินหน้าได้โดยไม่ต้องฟังเสียงประชาชน

แต่ในร่างฉบับ สว. ได้ตัดสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชน และอำนาจการตรวจสอบของจังหวัดในส่วนนี้ออกไปทั้งหมด

[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t15/1/16/36_20e3.png[/img] [ ลดทอนกลไกจัดการมลพิษข้ามแดน ปรับถ้อยคำให้กว้างจนไร้สภาพบังคับ ]

ในมาตรา 130 ร่างเดิมที่ผ่านความเห็นชอบจาก สส. ได้ระบุหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานรัฐไว้อย่างเฉพาะเจาะจงว่า หากเกิดมลพิษข้ามแดนกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน ให้เร่งใช้ “มาตรการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเจรจาระหว่างประเทศ การใช้ความสัมพันธ์ทางการทูต และความตกลงระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคีสมาชิกหรือมีพันธกรณี”

แต่ สว. กลับตัดถ้อยคำเฉพาะเจาะจงดังกล่าวออก เหลือเพียงคำกว้างๆ ว่าให้ “ดำเนินการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และดำเนินการตามความตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง” ซึ่งการปรับถ้อยคำให้ไร้ความเฉพาะเจาะจงเช่นนี้สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งว่าจะไม่สามารถนำไปบังคับใช้แก้ปัญหามลพิษข้ามแดนได้จริงในทางปฏิบัติ

[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t34/1/16/37_20e3.png[/img] [ ตัดสิทธิประชาชน ร้องขอศาลคุ้มครองชั่วคราว-ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ]

สว. ตัดมาตรา 11 ออก โดยอ้างว่า พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง มีกลไกนี้อยู่แล้วเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน

[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t53/1/16/38_20e3.png[/img] [ กลุ่มทุนการเงินลอยตัว ปล่อยสินเชื่อธุรกิจมลพิษ ไม่ต้องรับผิดชอบ ]

สว. ตัดมาตรา 211 และ 215 ออกทั้งหมด รวมถึงตัดคำนิยามสถาบันการเงินในมาตรา 207 ส่งผลให้สถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อให้แก่ธุรกิจที่ก่อมลพิษในพื้นที่ที่เจอวิกฤตมลพิษ ไม่ต้องร่วมรับผิดชอบใดๆ

[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t72/1/16/39_20e3.png[/img] [ ตัดระบบ “ฝากไว้ได้คืน” ปล่อยขยะสารเคมีถูกเผาทำลาย สร้างมลพิษต่อ ]

ระบบ “ฝากไว้ได้คืน” (Deposit-Refund System) เป็นเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมกับผู้ประกอบการล่วงหน้า และคืนเงินให้เมื่อมีการนำบรรจุภัณฑ์หรือซากสินค้ากลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ซึ่งในต่างประเทศพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดขยะได้ถึง 80-90% และลดการเผาขยะ/บรรจุภัณฑ์สารเคมีในพื้นที่เกษตรกรรมอันเป็นต้นเหตุของสารพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tfa/1/16/1f7e0.png[/img] [ พรรคประชาชนสู้ต่อ: โหวตไม่เห็นด้วยกับร่าง สว. ผลักดันตั้ง กมธ.ร่วม หยุดกฎหมายเอื้อนายทุน ]

จากสาระสำคัญที่ถูกตัดตอนในชั้น สว. ยิ่งตอกย้ำความน่ากังวลว่า ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด กำลังถูกลดทอนประสิทธิภาพจนกลายเป็นกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน มากกว่าการปกป้องชีวิตประชาชน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่