สวัสดีครับ วันนี้ จขกท. อยากมาเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้รับ จากค่ายมือถือกังหันสีฟ้า และอยากจะรีวิวการให้บริการของค่ายมือถือนั้นครับ แต่ปัจจุบันค่ายนั้นโดยควบรวมไปแล้วครับ 555 และอยากเอามาเล่าความรู้สึกดี ๆ จากค่ายมือถือนั้น
เริ่มที่ จขกท. มีมือถือครั้งแรกประมาณ ป.6 ตอนนั้นก็ได้มีเบอร์มือถือเบอร์แรกมาก็คือของค่ายเขียว และใช้ยาวมาจนขึ้น ม.2 ตอนนั้นค่ายมือถือค่ายเขียวมักจะมีปัญหามากตอนอยู่โรงเรียนเหมือนเด็กใช้เยอะแล้วดึงสัญญาณกันเล่น ROV กับ FreeFire ไม่ได้เลยครับ ช่วงนั้นยิ่งดัง ๆ ด้วย หลังจากนั้นก็มีค่ายมือถือเปิดตัวใหม่คือ Nu Mobile ของค่ายเขียว ตอนนั้นก็จัดเลยเบอร์ใหม่เพราะค่าเน็ตถูกมาก
ยุคนั้นเป็นยุคที่เบอร์เติมเงินแย่งกันสมัครโปร 20mbps 200 บาท ด้วยไม่อยากจะต้องลุ้นอะไรเยอะว่าวันนึงมันจะไม่ให้เราใช้ 200 ก็เลยสมัครมา ก็ใช้มาเรื่อย ๆ จนวันนึงเหมือนว่าตอนนั้นมีข่าวว่า Nu Mobile จะปิดตัว หรืออะไรสักอย่าง ก็เลยคิดว่า เรานั้นควรจะเอาไงดีกับค่ายมือถือที่ใช้ ตอนนั้นก็ตัดสินใจ งั้นไม่เอาละไม่ใช้รายเดือน เดี๋ยวเปลี่ยนไปเติมเงินไว้ใช้ เพราะที่บ้านก็มีเน็ตบ้าน ที่โรงเรียนก็ใช้ AIS Wifi เอาเลยไม่ได้อะไรมาก แต่เปลี่ยนครั้งนั้นคือการย้ายค่ายจาก AIS ไป dtac โดยทำเรื่องย้ายค่ายตอนนั้นน่าจะที่ Imperial Wolrd Ladprao ตัวพนักงานก็ช่วยย้ายค่ายมาดีมาก จนได้เบอร์เติมเงินมาใช้นั้นนึง หลังจากได้ใช้มาสักพักย้ายค่ายใหม่ ก็สมัครโปร 200 บาทต่อเดือน เพราะที่คิดไว้ว่าจะมาใช้ AIS wifi กับ Wifi ที่บ้าน นั้นมันไม่พอจริง จนใช้อยู่ประมาณ เดือนนิด ๆ ได้รับสายจาก dtac ว่าอยากให้เปลี่ยนมาใช้รายเดือน 299 บาท กับ 399 บาท โดยไม่มีสัญญาผูกมัด ฉันก็คิดอยู่แล้วบอกเจ้าหน้าที่ว่างั้นเดี๋ยวแจ้งได้ไหมครับว่ายังไง จนผ่านไปประมาณ 3 วัน เจ้าหน้าที่โทรกลับมาใหม่ จนก็บอกพนักงานว่าเอาโปร 299 บาท/เดือน แล้วกันครับแต่ประเด็นตอนนั้นอายุยังไม่ถึง 18 เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าอาจจะต้องใช้ชื่อคุณพ่อ หรือ คุณแม่ในการเปิดใช้งานเบอร์ไปก่อน แล้วก็มีเจ้าที่ให้ Add Line เพื่อส่งเอกสาร หลังส่งปุ๊บเจ้าหน้าที่ก็ใช้เวลาแปปนึงแล้วบอกว่าเปลี่ยนเป็นรายเดือนแล้ว ตอนนี้ได้เน็ตไม่อั้น 10mbps และก็ โทร 150 นาที ที่เลือกเพราะว่า ไม่อยากที่จะมานั่งกังวลว่าวันไหนเขาจะไม่ให้เราใช้ ก็ใช้อยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ จนรู้สึกว่ามันแรงไม่พอ เพราะก่อนหน้านี้ใช้ 20 mbps มาตลอด เลยโทรขอเปลี่ยนกับเจ้าหน้าที่ผ่าน 1678 และเขาก็ประสานงานเปลี่ยนโปรให้ เราก็ใช้งานมาตั้งแต่ตอนนี้ แต่สิ่งที่จะมาเล่าในวันนี้คือการที่ dtac รักษาลูกได้อย่างทัชใจสุด ๆ
ตอนนี้ที่ใช้ dtac คนมักพูดว่า มันมีสัญญาณหรอ เน็ตมันใช้ได้หรอ ฉันก็ตอบใช้ได้นะ ตอนนั้นที่ใช้ก็ปกติเพราะอาจจะไม่ได้อยู่ที่กันดาลแบบไม่มีอะไรเลย สัญญาณมันเลยมีหรือเปล่าไม่รู้ จนใช้ผ่านมาเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่อยากจะเล่าและเก็บเป็นความทรงจำคือ dtac เป็นค่ายตอนนั้นอยู่ด้วยแล้วรู้สึกดี และคงเป็นสิ่งที่เขารักษาฐานลูกค้าเขาได้ด้วย คือในบางทีจะมีคนโทรมาหาเราและบอกว่า "สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ทางเรายินดีที่จะมอบไอศกรีม McDonald จำนวน 1 โคนให้กับคุณลูกค้า" คือแบบชอบมีการโทรมามอบของแบบไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย และในบางทีมีเดือนนึงเราโทรนาทีเกินไปในเดือนถัดมาตัวก็จะมีสายว่า "เราเห็นว่าเดือนที่ผ่านมาเราเห็นว่าคุณลูกค้าโทรนาทีเกินไป เราอยากจะมอบนาทีโทรจำนวน 100 นาที จำนวน 12 เดือนให้คุณลูกค้า" ซึ่งได้รับการโทรมาแบบบ่อยอยู่ เวลาหมดโปรที่เสนอหรืออะไรแบบนี้ จขกท. คิดว่าการทำ Emotional Royalty ของแบรนด์เป็นการดึงลูกค้าไว้ที่ทำให้ลูกค้าประทับใจมาก และการตามเรื่องของ Call Center ก็เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ดูเอาใจใส่ แต่ไม่รู้ว่าหลังจากควบรวบค่าย การทำแบบนี้ของ dtac จะหายไปไหม นี้แหละคือสิ่งที่ จขกท. อยากจะเล่าเรื่องนี้เก็บไว้ว่าวันหนึ่งเคยมีค่ายมือถือที่ดูใส่ใจลูกค้า
[CR] ความทรงจำที่ดีกับค่ายมือถือกังหันสีฟ้า
เริ่มที่ จขกท. มีมือถือครั้งแรกประมาณ ป.6 ตอนนั้นก็ได้มีเบอร์มือถือเบอร์แรกมาก็คือของค่ายเขียว และใช้ยาวมาจนขึ้น ม.2 ตอนนั้นค่ายมือถือค่ายเขียวมักจะมีปัญหามากตอนอยู่โรงเรียนเหมือนเด็กใช้เยอะแล้วดึงสัญญาณกันเล่น ROV กับ FreeFire ไม่ได้เลยครับ ช่วงนั้นยิ่งดัง ๆ ด้วย หลังจากนั้นก็มีค่ายมือถือเปิดตัวใหม่คือ Nu Mobile ของค่ายเขียว ตอนนั้นก็จัดเลยเบอร์ใหม่เพราะค่าเน็ตถูกมาก ยุคนั้นเป็นยุคที่เบอร์เติมเงินแย่งกันสมัครโปร 20mbps 200 บาท ด้วยไม่อยากจะต้องลุ้นอะไรเยอะว่าวันนึงมันจะไม่ให้เราใช้ 200 ก็เลยสมัครมา ก็ใช้มาเรื่อย ๆ จนวันนึงเหมือนว่าตอนนั้นมีข่าวว่า Nu Mobile จะปิดตัว หรืออะไรสักอย่าง ก็เลยคิดว่า เรานั้นควรจะเอาไงดีกับค่ายมือถือที่ใช้ ตอนนั้นก็ตัดสินใจ งั้นไม่เอาละไม่ใช้รายเดือน เดี๋ยวเปลี่ยนไปเติมเงินไว้ใช้ เพราะที่บ้านก็มีเน็ตบ้าน ที่โรงเรียนก็ใช้ AIS Wifi เอาเลยไม่ได้อะไรมาก แต่เปลี่ยนครั้งนั้นคือการย้ายค่ายจาก AIS ไป dtac โดยทำเรื่องย้ายค่ายตอนนั้นน่าจะที่ Imperial Wolrd Ladprao ตัวพนักงานก็ช่วยย้ายค่ายมาดีมาก จนได้เบอร์เติมเงินมาใช้นั้นนึง หลังจากได้ใช้มาสักพักย้ายค่ายใหม่ ก็สมัครโปร 200 บาทต่อเดือน เพราะที่คิดไว้ว่าจะมาใช้ AIS wifi กับ Wifi ที่บ้าน นั้นมันไม่พอจริง จนใช้อยู่ประมาณ เดือนนิด ๆ ได้รับสายจาก dtac ว่าอยากให้เปลี่ยนมาใช้รายเดือน 299 บาท กับ 399 บาท โดยไม่มีสัญญาผูกมัด ฉันก็คิดอยู่แล้วบอกเจ้าหน้าที่ว่างั้นเดี๋ยวแจ้งได้ไหมครับว่ายังไง จนผ่านไปประมาณ 3 วัน เจ้าหน้าที่โทรกลับมาใหม่ จนก็บอกพนักงานว่าเอาโปร 299 บาท/เดือน แล้วกันครับแต่ประเด็นตอนนั้นอายุยังไม่ถึง 18 เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าอาจจะต้องใช้ชื่อคุณพ่อ หรือ คุณแม่ในการเปิดใช้งานเบอร์ไปก่อน แล้วก็มีเจ้าที่ให้ Add Line เพื่อส่งเอกสาร หลังส่งปุ๊บเจ้าหน้าที่ก็ใช้เวลาแปปนึงแล้วบอกว่าเปลี่ยนเป็นรายเดือนแล้ว ตอนนี้ได้เน็ตไม่อั้น 10mbps และก็ โทร 150 นาที ที่เลือกเพราะว่า ไม่อยากที่จะมานั่งกังวลว่าวันไหนเขาจะไม่ให้เราใช้ ก็ใช้อยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ จนรู้สึกว่ามันแรงไม่พอ เพราะก่อนหน้านี้ใช้ 20 mbps มาตลอด เลยโทรขอเปลี่ยนกับเจ้าหน้าที่ผ่าน 1678 และเขาก็ประสานงานเปลี่ยนโปรให้ เราก็ใช้งานมาตั้งแต่ตอนนี้ แต่สิ่งที่จะมาเล่าในวันนี้คือการที่ dtac รักษาลูกได้อย่างทัชใจสุด ๆ
ตอนนี้ที่ใช้ dtac คนมักพูดว่า มันมีสัญญาณหรอ เน็ตมันใช้ได้หรอ ฉันก็ตอบใช้ได้นะ ตอนนั้นที่ใช้ก็ปกติเพราะอาจจะไม่ได้อยู่ที่กันดาลแบบไม่มีอะไรเลย สัญญาณมันเลยมีหรือเปล่าไม่รู้ จนใช้ผ่านมาเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่อยากจะเล่าและเก็บเป็นความทรงจำคือ dtac เป็นค่ายตอนนั้นอยู่ด้วยแล้วรู้สึกดี และคงเป็นสิ่งที่เขารักษาฐานลูกค้าเขาได้ด้วย คือในบางทีจะมีคนโทรมาหาเราและบอกว่า "สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ทางเรายินดีที่จะมอบไอศกรีม McDonald จำนวน 1 โคนให้กับคุณลูกค้า" คือแบบชอบมีการโทรมามอบของแบบไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย และในบางทีมีเดือนนึงเราโทรนาทีเกินไปในเดือนถัดมาตัวก็จะมีสายว่า "เราเห็นว่าเดือนที่ผ่านมาเราเห็นว่าคุณลูกค้าโทรนาทีเกินไป เราอยากจะมอบนาทีโทรจำนวน 100 นาที จำนวน 12 เดือนให้คุณลูกค้า" ซึ่งได้รับการโทรมาแบบบ่อยอยู่ เวลาหมดโปรที่เสนอหรืออะไรแบบนี้ จขกท. คิดว่าการทำ Emotional Royalty ของแบรนด์เป็นการดึงลูกค้าไว้ที่ทำให้ลูกค้าประทับใจมาก และการตามเรื่องของ Call Center ก็เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ดูเอาใจใส่ แต่ไม่รู้ว่าหลังจากควบรวบค่าย การทำแบบนี้ของ dtac จะหายไปไหม นี้แหละคือสิ่งที่ จขกท. อยากจะเล่าเรื่องนี้เก็บไว้ว่าวันหนึ่งเคยมีค่ายมือถือที่ดูใส่ใจลูกค้า
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้