นักกิจกรรมภาคเหนือ ทาสีน้ำเงินทั่วตัว บุกกกต.เชียงใหม่ จี้สั่งฟ้องฮั้วส.ว. ลั่น 14 ก.ย.ชุมนุมอีกหน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5872673
.

.
กลุ่มชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือเพื่อสังคมประชาธิปไตย ทาสีน้ำเงินทั่วตัว บุก กกต.เชียงใหม่ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ กดดัน กกต.สั่งฟ้อง ส.ว.ฮั้วการเลือกตั้ง
.
เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 2 กันยายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.เชียงใหม่ (กกต.) กลุ่มชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือเพื่อสังคมประชาธิปไตย ร่วมชุมนุมเพื่อจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ และอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ กกต.สั่งฟ้อง ส.ว. ที่ฮั้วการเลือกตั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ช้างเผือก ทั้งในและนอกเครื่องแบบมาดูแลความสงบเรียบร้อยระหว่างการชุมนุม
.
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมนำสีน้ำเงินมาทาทั่วตัว และทาใบหน้าด้วยสีเทา ก่อนเดินขบวนไปหน้าสำนักงาน กกต.ประจำ จ.เชียงใหม่ เพื่อนำผ้าสีไปผูกบริเวณป้าย ก่อนจุดธูปและอ่านแถลงการณ์ในนามชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือ และในนามประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจในประเทศไทย โดยมีเนื้อหาขอสั่งให้ กกต.จงสั่งฟ้อง ส.ว.ที่ทำการฮั้ว เพราะหลักฐานได้ประจักษ์แจ้งชัดเจนแล้ว หาก กกต.ยังละเมิดอำนาจประชาชน ประชาชนจะทำการตรวจสอบ กกต.เอง หวังว่าวันที่ 14 ก.ย.69 กกต.จะดำเนินการฟ้อง ส.ว.ที่กระทำการฮั้ว
.
นาย
ชาติชาย ธรรมโม แกนนำกลุ่มชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือเพื่อสังคมประชาธิปไตย เปิดเผยว่า ระบอบสีน้ำเงินได้คลุมประเทศไว้ทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่ ส.ว. นักการเมือง และองค์กรอิสระก็มาจากระบอบสีน้ำเงิน ขณะที่การฮั้วเลือก ส.ว.ปรากฏหลักฐานชัดเจน และ กกต.ควรมีคำสั่งฟ้อง ซึ่งครั้งแรก กกต.จะพิจารณาและลงมติว่าจะสั่งฟ้อง ส.ว. 229 คน ในวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่กลับเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 14 ก.ย. กลุ่มชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือเพื่อสังคมประชาธิปไตย รวมทั้งชาวเชียงใหม่รู้สึกทนไม่ไหวจึงออกมาเคลื่อนไหวเพื่อทวงถามเหตุผลจาก กกต.ในครั้งนี้
.
“
เรานำสีน้ำเงินมาทาทั่วตัวเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าระบอบสีน้ำเงินได้คลุมประเทศไทยไว้ทั้งหมด และประชาชนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ หลังอ่านแถลงการณ์วันนี้ กลุ่มชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือเพื่อสังคมประชาธิปไตยจะกลับมาชุมนุมอีกครั้งที่หน้า กกต.เชียงใหม่ ในวันที่ 14 ก.ย. ซึ่งเป็นวันที่ กกต.นัดพิจารณาลงมติสำนวนเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง ส.ว.” นาย
ชาติชายกล่าว
.
.
โรม รับหนังสือเร่งประสานราชทัณฑ์ ช่วย ‘ฟ้า พรหมศร’ อาการทรุดหลังอดอาหาร-น้ำ กว่า 2 เดือน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5872721
.
โรม รับหนังสือเร่งประสานราชทัณฑ์- เรือนจำธัญบุรี ช่วย ‘ฟ้าลิขิต’ ผู้ต้องขัง ม.112 อาการทรุด หลังอดข้าว-อดน้ำ หวั่นซ้ำรอย ‘บุ้ง เนติพร’ เสียชีวิตคาเรือนจำ
.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 กันยายน ที่รัฐสภา นาย
รังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือร้องเรียนจาก น.ส.
คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความประจำและผู้จัดการฝ่ายคดี ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อขอให้มีการตรวจสอบเรือนจำอำเภอธัญบุรี ไม่ส่งตัว
พรหมศร หรือ
ฟ้าลิขิต วีระธรรมจารี อดีตนักกิจกรรม กลุ่มราษฎรมูเตลู ผู้ต้องขังคดีอาญามาตรา 112 ไปรักษาตัวในสถานพยาบาลนอกเรือนจำภายหลังมีการอดหารและน้ำดื่มเป็นการประท้วง จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย
.
น.ส.
คุ้มเกล้า กล่าวว่า ฟ้าลิขิต เป็นผู้ขอรับความช่วยเหลือทางคดี ซึ่งก่อนหน้านี้มีการอดอาหารมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เพื่อต้องการแสดงออกโดยสันติวิธี เรียกร้องสิทธิในการประกันตัวของผู้ต้องขังทางการเมือง ในคดีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ต้องขังทางการเมืองที่ไม่ได้รับประโยชน์จากกฎหมายนิรโทษกรรม ที่มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีการอดอาหารมานานกว่า 2 เดือนแล้ว ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย น้ำหนักตัวลดลง หายใจเหนื่อยหอบ ไม่สามารถลุกเดินได้เป็นปกติ ต้องมีผู้ที่ช่วยพยุง จนวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา เริ่มอดน้ำ ยิ่งทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต
.
น.ส.
คุ้มเกล้า กล่าวว่า เราได้มีการส่งหนังสือถึงผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอธัญบุรี เพื่อขอให้ส่งตัว ฟ้าลิขิต เข้ารับการรักษาให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หรือโรงพยาบาลอื่นนอกเรือนจำ ที่มีแพทย์ที่สามารถช่วยชีวิตได้ตลอด 24 ชั่วโมง และมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความพร้อมที่จะช่วยในภาวะฉุกเฉินจากการอดอาหารและน้ำ เนื่องจากไม่อยากให้เกิดการสูญเสียเหมือนกรณี น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง ที่เสียชีวิตในระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ
.
“
จึงมายื่นหนังสือขอให้กมธ.ฯช่วยประสานไปที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ รวมถึงผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอธัญบุรี ให้รีบส่งตัว ฟ้าลิขิต ไปอยู่ในความดูแลของแพทย์โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งขอให้มีการตรวจสอบกรมราชทัณฑ์ เรือนจำอำเภอธัญบุรีว่า การดำเนินการเกี่ยวกับการดูแลผู้ต้องขังทางการเมืองที่อดอาหารและน้ำ รวมถึงเจ็บป่วยนั้นได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ตาม พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ หรือไม่” น.ส.
คุ้มเกล้า กล่าว
.
ด้าน นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า สถานการณ์นี้เป็นที่น่ากังวล เพราะเคยมีบทเรียนมาแล้วจากกรณีของน.ส.
เนติพร โดยตนในฐานะประธานกมธ.ฯ จะรับเรื่องไปหารือในกมธ.ฯ เพื่อแก้ปัญหา เพราะเท่าที่ดูทางศูนย์ทนายความฯ มีการทำหนังสือถึงเรือนจำธัญบุรีหลายครั้ง ตั้งแต่เดือน ก.ค.จนถึงปลาย ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ทางเรือนจำยังไม่มีหนังสือตอบรับ ดังนั้นเราจะติดตามให้ และจะมีการพูดคุยหาวิธี เพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ โดยที่ความมุ่งหมายสำคัญคือ เราไม่อยากเห็นความสูญเสียใดๆ เกิดขึ้นอีกแล้ว ยิ่งตอนนี้มีการยกระดับไปถึงการอดน้ำ จึงทำให้เรามีเวลาไม่มากในการหาทางออกและข้อสรุปของเรื่องนี้
.
.
ภาวุธ ชี้สาเหตุ TH-AI ภาษาเพี้ยน เหตุตั้งโมเดลผิดแต่ต้น เผยสอนไปก็ไม่เก่งขึ้น
https://www.matichon.co.th/politics/news_5872820
.
‘ภาวุธ’ ไขข้อข้องใจ TH-AI Passport ภาษาเพี้ยน เหตุเอาของถูกมาเป็นตัวเลือกแรก แนะผู้ใช้เลือกโมเดลให้เหมาะกับงาน ฝาก ‘รัฐบาล’ ดึงผู้เชี่ยวชาญนอกร่วมตรวจรับ-เปิดข้อมูลโปร่งใส โว ภูมิใจ อภิปรายจนงบ 1.6 พันล้านเหลือจ่ายจริงตามการใช้งานจริง
.
เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปัญหาจากการใช้โครงการ TH-AI Passport ว่า ต้องบอกว่าในเชิงเทคนิคการสร้างภาพเอไอออกมาแล้วเป็นภาษามนุษย์ต่างดาว เป็นเพราะโมเดลตัวที่จะมาสร้างรูปภาพมีหลายตัว มีเครื่องยนต์หลายเครื่องที่ใช้สร้างรูปภาพ โดยโมเดลที่เป็นตัวตั้งต้นไม่ได้เก่งภาษาไทย เนื่องจากราคาไม่แพงมาก ฉะนั้น จึงเจอปัญหาว่าเมื่อสร้างภาพออกมาแล้วจะกลายเป็นภาษามนุษย์ต่างดาว แต่ถ้าเราเลือกโมเดลอื่น เช่น Nano banana ของ Google หรือ chatgpt จะเก่งภาษาไทยมากกว่าด้วยคำสั่งเดียวกัน ซึ่งตนคิดว่าน่าจะเป็นกระบวนการที่รัฐบาลพยายามประหยัดและลดต้นทุน
.
“เป็นการเอาของถูกมาให้เลือกใช้ เป็นตัวเลือกแรก เพราะถ้าเอาของดีมาให้ใช้เป็นตัวเลือกแรก ก็จะกินทรัพยากรกินค่าใช้จ่ายเยอะ” นายภาวุธ กล่าว
.
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าคนอาจจะมองว่าไม่คุ้มค่า ซื้อเองน่าจะดีกว่าหรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า เอาจริงๆ ของฟรีที่ใช้อยู่ ทำได้เยอะกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นต้องเทียบกันดู
.
เมื่อถามถึง กรณีที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) บอกว่าต้องให้ระบบเรียนรู้ภาษาไทยก่อนนั้น นายภาวุธ กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ใช่ มันอยู่ที่ตัวโมเดล โดยเฉพาะการสร้างรูปภาพโมเดลของจีน ที่ใช้อยู่นี้ไม่ได้เก่งภาษาไทยมากนัก ฉะนั้น ต่อให้ไปเทรนอะไรก็ตามเราต้องเลือกตัวที่มีคุณสมบัติสูงขึ้น ก็จะมีความเก่งภาษาไทยมากขึ้น
.
นายภาวุธ กล่าวต่อว่า โมเดลตัวที่สามารถสร้างภาพได้ดีขึ้น มีอยู่ในโครงการ TH-AI Passport อยู่แล้วเพียงแต่ผู้ใช้ ต้องไปเลือกโมเดลให้ตรงกับการใช้สร้างรูปภาพที่มีตัวหนังสือภาษาไทย
.
เมื่อถามว่า ได้ลองใช้แล้วหรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า ตนได้ลองใช้แล้ว ซึ่งก็คิดว่าเร็ว แต่หากเลือกโมเดลผิดตัวหนังสือภาษาไทยจะเพี้ยนทันที ต้องเลือกโมเดลให้ถูก
.
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากปรับเปลี่ยนจากแบบเหมางบ 1.6 พันล้านบาท มาเป็นแบบรายหัว มองว่าคุ้มค่ากว่าหรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า “ผมว่าเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจที่เราได้มีการเปิดอภิปรายโครงการนี้ตั้งแต่เริ่มต้น จากที่ต้องจ่ายทีเดียว 1.6 พันล้านบาท วันนี้มีการแก้สัญญาทำให้จากนี้จะเป็นการจ่ายเงินจากการใช้จริงว่าแต่ละเดือนมีคนใช้เท่าไหร่ ซึ่งต่อคนแล้วตกประมาณ 24 บาทกว่า ฉะนั้น ผมคิดว่าตรงนี้ลดลงไปได้เยอะแล้ว”
.
นายภาวุธ กล่าวต่อว่า หากโครงการนี้มีคนใช้ไม่เยอะรัฐก็ไม่ต้องจ่ายเงินเยอะ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือคนจะเข้ามาใช้เยอะหรือไม่ และคนที่เข้ามาใช้เป็นคนจริงหรือไม่หรือเป็นคนที่ถูกสร้างขึ้นมา ฉะนั้นตนจึงตั้งข้อสงสัยว่า แล้ววันนี้เริ่มเห็นแล้วว่ากระทรวงดีอี เริ่มมีการประชาสัมพันธ์และเชิญชวนให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาใช้ ซึ่งก็อาจเป็นเรื่องที่ดี แต่คำถามคือจะมีการใช้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
.
นายภาวุธ กล่าวอีกว่า ตัวเลขที่เข้ามาใช้จะเป็นตัวเลขจริงหรือไม่ ตนอยากเห็นกรรมการตรวจรับที่จะมาตรวจสอบ หรืออาจเปิดเผยแดชบอร์ด ให้เห็นว่าปัจจุบันมีคนมาใช้เท่าไหร่จะได้มีความโปร่งใส รวมถึงคณะกรรมการตรวจรับอาจจะต้องมีหน่วยงานหรือเอกชน จากภายนอก ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาร่วมตรวจรับจะได้ถูกต้องและเป็นธรรม
.
เมื่อถามว่า มีความกังวลว่ายอดจะไม่ตรงตามเป้า นายภาวุธ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นตัวเลข แต่เห็นว่ามีความพยายามชวนหน่วยงานรัฐเข้ามาใช้ซึ่งก็ดี เพราะเจ้าหน้าที่ภาครัฐหลายคนก็ใช้เอไอไม่เป็น ฉะนั้น พอมีโครงการนี้ขึ้นมาก็ทำให้เขาใช้ได้ แต่คำถามคือเขาจะใช้จริงหรือไม่ และในระยะยาวจะใช้ต่อเนื่องหรือไม่ ถือเป็นข้อสงสัยที่เราตั้งไว้อยู่ สุดท้ายไหนๆ ทำมาแล้ว จะทำอย่างไรให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด
.
.
“ทนายแจม” จี้ถามปม กยศ. จัดลำดับสาขาวิชาปล่อยกู้ หวั่นทำเด็กหลุดจากระบบเพิ่ม
https://www.thairath.co.th/news/politic/2956989
.
“แจม ศศินันท์” จี้ถามปม กยศ. ใช้ระบบใหม่จัดลำดับสาขาวิชาปล่อยกู้ หวั่นตัดโอกาสการศึกษา-ทำเด็กหลุดจากระบบเพิ่ม ย้ำรัฐต้องให้เด็กทุกคนมีสิทธิเดินตามความฝัน
วันที่ 2 กันยายน 2569
น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่าน
เฟซบุ๊ก ถึงปัญหาการกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ประจำปีการศึกษา 2569 โดยระบุว่า
.
ขณะนี้ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองและนักศึกษาจำนวนมาก โดยสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือหลักเกณฑ์ใหม่ในการจัดสรรเงินกู้ ที่กำลังบังคับใช้กับเด็กทั่วประเทศ
JJNY : 6in1 บุกกกต.เชียงใหม่│โรมรับเร่งช่วย‘ฟ้า’│ภาวุธชี้ TH-AIเพี้ยน│“ทนายแจม”จี้ถามปมกยศ.│ทนายอั๋นแฉยับ│สภาหวิดล่ม!
https://www.matichon.co.th/politics/news_5872673
.
.
กลุ่มชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือเพื่อสังคมประชาธิปไตย ทาสีน้ำเงินทั่วตัว บุก กกต.เชียงใหม่ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ กดดัน กกต.สั่งฟ้อง ส.ว.ฮั้วการเลือกตั้ง
.
เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 2 กันยายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.เชียงใหม่ (กกต.) กลุ่มชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือเพื่อสังคมประชาธิปไตย ร่วมชุมนุมเพื่อจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ และอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ กกต.สั่งฟ้อง ส.ว. ที่ฮั้วการเลือกตั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ช้างเผือก ทั้งในและนอกเครื่องแบบมาดูแลความสงบเรียบร้อยระหว่างการชุมนุม
.
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมนำสีน้ำเงินมาทาทั่วตัว และทาใบหน้าด้วยสีเทา ก่อนเดินขบวนไปหน้าสำนักงาน กกต.ประจำ จ.เชียงใหม่ เพื่อนำผ้าสีไปผูกบริเวณป้าย ก่อนจุดธูปและอ่านแถลงการณ์ในนามชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือ และในนามประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจในประเทศไทย โดยมีเนื้อหาขอสั่งให้ กกต.จงสั่งฟ้อง ส.ว.ที่ทำการฮั้ว เพราะหลักฐานได้ประจักษ์แจ้งชัดเจนแล้ว หาก กกต.ยังละเมิดอำนาจประชาชน ประชาชนจะทำการตรวจสอบ กกต.เอง หวังว่าวันที่ 14 ก.ย.69 กกต.จะดำเนินการฟ้อง ส.ว.ที่กระทำการฮั้ว
.
นายชาติชาย ธรรมโม แกนนำกลุ่มชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือเพื่อสังคมประชาธิปไตย เปิดเผยว่า ระบอบสีน้ำเงินได้คลุมประเทศไว้ทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่ ส.ว. นักการเมือง และองค์กรอิสระก็มาจากระบอบสีน้ำเงิน ขณะที่การฮั้วเลือก ส.ว.ปรากฏหลักฐานชัดเจน และ กกต.ควรมีคำสั่งฟ้อง ซึ่งครั้งแรก กกต.จะพิจารณาและลงมติว่าจะสั่งฟ้อง ส.ว. 229 คน ในวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่กลับเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 14 ก.ย. กลุ่มชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือเพื่อสังคมประชาธิปไตย รวมทั้งชาวเชียงใหม่รู้สึกทนไม่ไหวจึงออกมาเคลื่อนไหวเพื่อทวงถามเหตุผลจาก กกต.ในครั้งนี้
.
“เรานำสีน้ำเงินมาทาทั่วตัวเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าระบอบสีน้ำเงินได้คลุมประเทศไทยไว้ทั้งหมด และประชาชนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ หลังอ่านแถลงการณ์วันนี้ กลุ่มชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือเพื่อสังคมประชาธิปไตยจะกลับมาชุมนุมอีกครั้งที่หน้า กกต.เชียงใหม่ ในวันที่ 14 ก.ย. ซึ่งเป็นวันที่ กกต.นัดพิจารณาลงมติสำนวนเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง ส.ว.” นายชาติชายกล่าว
.
.
โรม รับหนังสือเร่งประสานราชทัณฑ์ ช่วย ‘ฟ้า พรหมศร’ อาการทรุดหลังอดอาหาร-น้ำ กว่า 2 เดือน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5872721
.
โรม รับหนังสือเร่งประสานราชทัณฑ์- เรือนจำธัญบุรี ช่วย ‘ฟ้าลิขิต’ ผู้ต้องขัง ม.112 อาการทรุด หลังอดข้าว-อดน้ำ หวั่นซ้ำรอย ‘บุ้ง เนติพร’ เสียชีวิตคาเรือนจำ
.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 กันยายน ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือร้องเรียนจาก น.ส.คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความประจำและผู้จัดการฝ่ายคดี ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อขอให้มีการตรวจสอบเรือนจำอำเภอธัญบุรี ไม่ส่งตัว พรหมศร หรือฟ้าลิขิต วีระธรรมจารี อดีตนักกิจกรรม กลุ่มราษฎรมูเตลู ผู้ต้องขังคดีอาญามาตรา 112 ไปรักษาตัวในสถานพยาบาลนอกเรือนจำภายหลังมีการอดหารและน้ำดื่มเป็นการประท้วง จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย
.
น.ส.คุ้มเกล้า กล่าวว่า ฟ้าลิขิต เป็นผู้ขอรับความช่วยเหลือทางคดี ซึ่งก่อนหน้านี้มีการอดอาหารมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เพื่อต้องการแสดงออกโดยสันติวิธี เรียกร้องสิทธิในการประกันตัวของผู้ต้องขังทางการเมือง ในคดีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ต้องขังทางการเมืองที่ไม่ได้รับประโยชน์จากกฎหมายนิรโทษกรรม ที่มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีการอดอาหารมานานกว่า 2 เดือนแล้ว ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย น้ำหนักตัวลดลง หายใจเหนื่อยหอบ ไม่สามารถลุกเดินได้เป็นปกติ ต้องมีผู้ที่ช่วยพยุง จนวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา เริ่มอดน้ำ ยิ่งทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต
.
น.ส.คุ้มเกล้า กล่าวว่า เราได้มีการส่งหนังสือถึงผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอธัญบุรี เพื่อขอให้ส่งตัว ฟ้าลิขิต เข้ารับการรักษาให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หรือโรงพยาบาลอื่นนอกเรือนจำ ที่มีแพทย์ที่สามารถช่วยชีวิตได้ตลอด 24 ชั่วโมง และมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความพร้อมที่จะช่วยในภาวะฉุกเฉินจากการอดอาหารและน้ำ เนื่องจากไม่อยากให้เกิดการสูญเสียเหมือนกรณี น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง ที่เสียชีวิตในระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ
.
“จึงมายื่นหนังสือขอให้กมธ.ฯช่วยประสานไปที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ รวมถึงผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอธัญบุรี ให้รีบส่งตัว ฟ้าลิขิต ไปอยู่ในความดูแลของแพทย์โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งขอให้มีการตรวจสอบกรมราชทัณฑ์ เรือนจำอำเภอธัญบุรีว่า การดำเนินการเกี่ยวกับการดูแลผู้ต้องขังทางการเมืองที่อดอาหารและน้ำ รวมถึงเจ็บป่วยนั้นได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ตาม พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ หรือไม่” น.ส.คุ้มเกล้า กล่าว
.
ด้าน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สถานการณ์นี้เป็นที่น่ากังวล เพราะเคยมีบทเรียนมาแล้วจากกรณีของน.ส.เนติพร โดยตนในฐานะประธานกมธ.ฯ จะรับเรื่องไปหารือในกมธ.ฯ เพื่อแก้ปัญหา เพราะเท่าที่ดูทางศูนย์ทนายความฯ มีการทำหนังสือถึงเรือนจำธัญบุรีหลายครั้ง ตั้งแต่เดือน ก.ค.จนถึงปลาย ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ทางเรือนจำยังไม่มีหนังสือตอบรับ ดังนั้นเราจะติดตามให้ และจะมีการพูดคุยหาวิธี เพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ โดยที่ความมุ่งหมายสำคัญคือ เราไม่อยากเห็นความสูญเสียใดๆ เกิดขึ้นอีกแล้ว ยิ่งตอนนี้มีการยกระดับไปถึงการอดน้ำ จึงทำให้เรามีเวลาไม่มากในการหาทางออกและข้อสรุปของเรื่องนี้
.
.
ภาวุธ ชี้สาเหตุ TH-AI ภาษาเพี้ยน เหตุตั้งโมเดลผิดแต่ต้น เผยสอนไปก็ไม่เก่งขึ้น
https://www.matichon.co.th/politics/news_5872820
.
.
เมื่อถามถึง กรณีที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) บอกว่าต้องให้ระบบเรียนรู้ภาษาไทยก่อนนั้น นายภาวุธ กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ใช่ มันอยู่ที่ตัวโมเดล โดยเฉพาะการสร้างรูปภาพโมเดลของจีน ที่ใช้อยู่นี้ไม่ได้เก่งภาษาไทยมากนัก ฉะนั้น ต่อให้ไปเทรนอะไรก็ตามเราต้องเลือกตัวที่มีคุณสมบัติสูงขึ้น ก็จะมีความเก่งภาษาไทยมากขึ้น
.
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากปรับเปลี่ยนจากแบบเหมางบ 1.6 พันล้านบาท มาเป็นแบบรายหัว มองว่าคุ้มค่ากว่าหรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า “ผมว่าเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจที่เราได้มีการเปิดอภิปรายโครงการนี้ตั้งแต่เริ่มต้น จากที่ต้องจ่ายทีเดียว 1.6 พันล้านบาท วันนี้มีการแก้สัญญาทำให้จากนี้จะเป็นการจ่ายเงินจากการใช้จริงว่าแต่ละเดือนมีคนใช้เท่าไหร่ ซึ่งต่อคนแล้วตกประมาณ 24 บาทกว่า ฉะนั้น ผมคิดว่าตรงนี้ลดลงไปได้เยอะแล้ว”
.
“ทนายแจม” จี้ถามปม กยศ. จัดลำดับสาขาวิชาปล่อยกู้ หวั่นทำเด็กหลุดจากระบบเพิ่ม
https://www.thairath.co.th/news/politic/2956989
.