โดนประจานโดยไม่ลงรูปไม่ลงชื่อ แต่ทักมาของาร์ปได้ ทำยังไงดีคะ

กระทู้คำถาม
------+
กว่าจะทำให้คน"ป่วยจิต"บางคนก็"ขี้ขโมย"มาเป็นคนปกติมาเต้นเก่งได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะจะบอกให้พอดีขึ้นเก่งขึ้นปีกกล้าขาแข็งสันดานเบี้ยวงานก็มาบางคนเราก็รู้อยู่แล้วว่ามัน ยิ้มแต่ก็อดทนเพราะงานมันต้องใช้คนหลายคน และมีอะไรเป็นหมื่นล้านคำที่อยากจะระบาย ปากมีแต่คำพูดจาดีๆแต่การกระทำสวนทางตั้งแต่วันแรกที่เข้ามากูมองคนไม่เคยผิดหรอก ที่กูทำทุกอย่างกูถือว่าทำบุญทำทานให้"สัมพเวสีผีเปรต" กูไม่แปลกใจทำไมถึงเป็นแบบนั้น ทำไมครอบครัวถึงทำกับแบบนั้น ทำงานกับคน ยิ้มๆจนเป็นสันดานต้องใช้ความอดทนสูงมากแค่ใหนไม่มีไครรู้😌
ให้โอกาสไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง
#จากกันไปก็ดีแล้วหมดเวรหมดกรรมซักที
#อีเด็กเลี้ยงแกะเอากูแต่เช้า😌
#ไครอยากรู้วาร์ปทักมา
#สัสที่หลุดออกไปเตือนๆกันไว้จร้า
#อีกคนป่วยจิต #อีกคนขี้ขโมย
#ชีวิตกูเจอแต่กับอะไรที่ผ่านมา
---------

อันนี้เป็นข้อความจากโพสต์ที่ถูกประจานค่ะ อันนี้ถือว่าเกินไปไหมคะ เพราะมีการลงโน๊ตด่าถึงคนในครอบครัวด้วย แต่ที่ขโมยในคลิปคือไม่ใช่เรานะคะแต่เป็นเด็กอีกคนที่มีประวัติขโมยเยอะแล้วก็เบี้ยวงานเขาบ่อย
แต่อันนี้เป็นครั้งแรกของเราที่เราทำให้เขาเสียงานค่ะ เกริ่นก่อนว่าเราทำงานเป็นแดนเซอร์อยู่วงเขานะคะ อยู่มาจะ 3 ปีแล้ว มันมีทั้งความ toxic แล้วก็มีปัญหาเยอะมากๆเลยค่ะ เราพูดไม่หมดจริงๆ แต่อยากให้รู้ไว้เลยว่าเขาเป็นคนที่ไม่เอาใครเลย มีความคิดแบบแปลกๆ คิดลบๆ ชอบพูดด้อยค่าเรา บอกว่าเลี้ยงไม่เชื่องเพราะเราเอาตังค์ที่เราเก็บได้ไปให้ครอบครัว แล้วก็มาพูดให้เราผิดกับครอบครัว ว่าเดี๋ยวยังไงครอบครัวก็จะมาเกาะกินกับเรา ทั้งๆที่เขาไม่ได้รู้อะไรขนาดนั้นเลย แล้วก็มีการแบบว่ามีโลเคชั่นเราตลอดเวลาแบบตามติดชีวิต ไม่ให้เราเอาออกด้วย คือมันมีปัญหาหลายอย่างจริงๆค่ะจนเรารู้สึกว่าเราไม่ไหวแล้วก็ขอออกมา ว่าบ้านเรามันก็อยู่ไกลจากที่บ้านวงของเขาตั้ง 50 กิโลแล้วเราก็เลยออกมาแล้วก็เข้าวงใหม่เรียบร้อยค่ะ เขาก็ด่าแบบเสียๆหายๆเลยตอนเราขอออก แต่เราก็พยายามพูดไม่ให้เกิดการทะเลาะกันแล้วก็สุดท้ายก็จบกันได้ แต่เขาก็ยังทักมาขอให้เราไปงานให้เขาเรื่อยๆในฐานะฟรีแลนซ์ ซึ่งเราก็รับไปเพราะว่าเราเข้าใจว่าเขาก็ไม่มีคนจริงๆแล้วเราเป็นตัวนำของวง พอเราออกมันก็เลยลำบากกัน แต่ล่าสุดที่เกิดเรื่องก็คือ เราไปทำงานกับวงใหม่ค่ะ แล้วทีนี้เหมือนเขาขอให้เราไปงานให้เขาเพราะงานนั้นอ่ะ คนจ้างเขาชี้ตัวเลยว่าอยากให้เราไปงานนี้ เราก็เลยปฏิเสธไม่ได้ แต่งานมันชนกันอ่ะค่ะ อย่างเช่นวันที่ 1 ฝั่งวงเก่าเขานัดให้ไปถึงรังสิต 10:00 น แต่คืนวันที่ 31 เรามีงานกับวงใหม่ซึ่งมันจะเลิกงานประมาณ 3:00-04:00 น กว่าจะถึงบ้านกว่าจะทำอะไรก็ 7 โมงยังไม่ได้นอน เราก็รู้สึกว่าเราไม่ไหวจริงๆเราก็เลยทักไปบอกเขาตั้งแต่5:00 น เพราะว่าช่วงนี้เราเกิดอาการวูบสลบหลายรอบเพราะว่าไปงานให้เขา แต่เราก็คิดว่าเราจะงีบ แล้วจะพยายามลากสังขารไปทำงานให้เขา คือเราเป็นสภาพนี้มาหลายงานมากๆเลยค่ะ จะพยายามเราสู้มาตลอดถึงแม้ว่าถ้ารถมันจะกินเลือดกินเนื้อสุดๆแบบติดลบทุกงานแต่เราก็ยอมไปเพราะว่าเรารู้ดีว่าถ้าเราไม่ไปมันจะเป็นยังไง ซึ่งวันนี้มันก็เป็นอย่างที่คิดนั่นแหละค่ะ เพราะเราจะงีบ จะดันหลับแบบสลบไปเลย ภาพตัด ตื่นมาอีกทีก็โดนเลย เราก็เลยรู้สึกว่ามันเกินไปหรือเปล่าคะ บางทีก็แอบน้อยใจ เพราะอีกคนเป็นลูกรัก เบี้ยวงานไปสักเท่าไหร่ก็ไม่เคยโดนอะไรมากมาย ทั้งๆที่ไปเที่ยวแล้วมางานไม่ทันก็เลยเบี้ยวงาน พอถึงทีเราดันโดนยับๆเลย เหมือนที่ผ่านมาเราไม่เคยทำเพื่อวงเลย เหมือนที่ผ่านมาความพยายามของเราเป็นศูนย์ เอาตรงๆคือทุกคนในวงรู้อยู่แก่ใจค่ะว่าหัวหน้าเป็นคนยังไง เด็กแต่ละคนเป็นคนยังไง ครั้งนี้คือร่างกายเรามันไม่ไหว เรายอมรับผิดในสิ่งที่เรารับปากไว้และทำไม่ได้ อันนี้เราเข้าใจจริงๆ แล้วก็รู้สึกผิดมากๆเลยค่ะ แต่อยากรู้ว่ามันต้องทำกันขนาดนี้ไหมคะ แล้วเราต้องทำยังไงดีคะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่