มายูเผย กดดันจนต้องขอความช่วยเหลือจากรุ่นพี่
แม้จะคว้าอันดับ 3 ในศึกชิงแชมป์เอเชีย และยังไม่สามารถคว้าตั๋วไปโอลิมปิก 2028 ที่ลอสแอนเจลิสในรายการนี้ได้ แต่ก็ยังคว้าสิทธิ์เข้าร่วมศึกวอลเลย์บอลเวิลด์คัพ 2027 มาได้สำเร็จ หลังจบแมตช์ชิงอันดับ 3 มายุ อิชิกาวะ (26 ปี) กัปตันทีม ได้กล่าวว่า
"ดีใจที่เก็บชัยชนะได้ค่ะ แต่เหนือสิ่งอื่นใด นี่เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ทิ้งความรู้สึกเจ็บใจไว้กับตัวฉันอย่างมาก"
เมื่อวันที่ 31 ที่ผ่านมา ทัพนักกีฬาเดินทางกลับถึงญี่ปุ่น โดยมีแฟนๆ มารอต้อนรับที่สนามบินมากมาย แต่บรรดานักกีฬากลับไม่ค่อยมีรอยยิ้ม แม้แต่ ยูกิโกะ วาดะ (24 ปี) ที่คว้าตำแหน่งบีหลังยอดเยี่ยม (Best Opposite) จากรายการชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้ ก็ยังคงเดินทางกลับมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ขณะที่กัปตันทีมอย่างอิชิกาวะทำเพียงแค่ก้มหัวขอบคุณแฟนๆ เท่านั้น
หลังจากนั้น ในการแถลงข่าว อิชิกาวะได้กล่าวขอโทษต่อแฟนๆ ที่ส่งเสียงเชียร์ว่า "ฉันรู้สึกเสียใจจริงๆ ค่ะที่ไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังทุกคนได้" ถึงอย่างนั้นเธอยังคงระบุต่อว่า "พวกเรายังมีโอกาสที่จะคว้าตั๋วโอลิมปิกอยู่ ดังนั้นจึงอยากจะค่อยๆ เติบโตไปทีละก้าว แถมยังมีศึกเอเชียนเกมส์รออยู่ และฤดูกาลของทีมชาติญี่ปุ่นปีนี้ยังไม่จบ เราจะสู้ต่อไปจนถึงที่สุดค่ะ"
เมื่อถูกถามถึงสิ่งที่ยังขาดตกบกพร่องในฐานะกัปตันทีม เธอตอบว่า "ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และความเชื่อมโยงในจุดที่มองไม่เห็น มันยังขาดหายไปเล็กน้อยค่ะ เช่น การสื่อสารในสิ่งที่ควรจะสื่อสาร โดยส่วนตัวรู้สึกเลยว่าในฤดูกาลนี้ ตัวฉันเองยังทำได้ไม่ดีพอ"
ส่วนในด้านแทคติกและยุทธศาสตร์ของทีม เธอมองย้อนกลับไปว่า "ในนัดสำคัญหรือยามที่ต้องลงเล่นภายใต้ความกดดันเพื่อคว้าแชมป์ สภาพจิตใจจะส่งผลออกมาผ่านการเล่นชัดเจน จากการแข่งกับทีมชาติไทย ทำให้ฉันรู้สึกเลยว่าเรื่องของจิตใจมันเชื่อมโยงกับทักษะการเล่นจริงๆ"
ทางด้าน เฟอร์ฮัต อัคบาช (40 ปี) หัวหน้าผู้ฝึกสอน ได้กล่าวถึงศึกเอเชียนเกมส์ที่ญี่ปุ่นรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในรอบ 32 ปี ซึ่งจะมีทั้งทีมชาติไทย (แชมป์เอเชียและคว้าตั๋วโอลิมปิก 2028) รวมถึงจีน (รองแชมป์) เข้าร่วมแข่งด้วยว่า "คิดว่าจะมีการสับเปลี่ยนผู้เล่นคนสำคัญ เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬารุ่นใหม่ได้ลงแสดงฝีมือ และรู้สึกรับผิดชอบกับทัวร์นาเมนต์นี้ เนื่องจากเป็นการแข่งในบ้าน เป้าหมายของเราคือการคว้าเหรียญรางวัล และพัฒนาทีมเพื่ออนาคต"
อะไรคือปัญหาเรื่องความไม่เข้ากัน ไม่ใช่แค่ตัวอิชิกาวะคนเดียวที่กำลังค้นหาคำตอบ แต่ นานามิ เซกิ ตัวเซ็ตของทีมก็กำลังพยายามปรับตัวอย่างหนักเช่นกัน
เช่นเดียวกับอิชิกาวะที่ได้รับพลังใจจากเพื่อนร่วมทีม ทางด้าน เซกิ เองก็เผยว่าคำพูดของอิชิกาวะช่วยให้เธอหลุดพ้นจากความเครียดและ "ปลดล็อกตัวเอง" ได้เช่นกัน:
"เราคุยกันหลายครั้งค่ะ แต่แทนที่ฉันจะเป็นฝ่ายถามว่า 'เอาไงดี?' กลายเป็นมายูที่เป็นฝ่ายพูดออกมาอีกครั้งว่า 'ไม่ต้องใกล้เน็ตมาก ขอแค่จุดตบสูงๆ ที่เหลือเดี๋ยวฉันปรับเข้าหาบอลเอง' พอขอร้องมาแบบเรียบง่ายแบบนี้ มันทำให้ฉันผ่อนคลายขึ้นมาก ก่อนหน้านี้มัวแต่คิดว่าต้องเซ็ตบอลดีๆ ให้ได้ พอเซ็ตไม่ได้ก็เลยนอยด์ไปหมด แต่จริงๆ แล้ว ขอแค่ทอสแบบไหนก็ได้ที่ทำให้ทีมชนะก็พอแล้ว พอฉันลงสนาม หน้าที่ของฉันคือทำสิ่งที่ทำได้ให้ดีที่สุด พอคิดได้แบบนี้มันก็ปลดล็อกเลยค่ะ"
หลังจากที่ต่างคนต่างเคลียร์ความคิดในหัวได้สำเร็จ ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่พบกับไต้หวัน อิชิกาวะก็ทำไป 14 คะแนน พาทีมเอาชนะ 3-0 เซต ซึ่งทำให้ทุกคนเชื่อว่า จากนี้ระบบการเล่นและความแม่นยำของญี่ปุ่นคงจะดีขึ้นเรื่อยๆ แน่ๆ—
ทุกคนต่างเชื่อเช่นนั้น
โดนความสดใสและเกมบุกของไทยถล่มทลาย
ตรงข้ามกับญี่ปุ่นที่มุ่งเน้นเรื่องความแม่นยำเพื่อพิสูจน์ผลงาน ในรอบรองชนะเลิศ ทีมชาติไทย ได้นำแทคติกการเล่นที่เน้นทั้งความเร็วและความสูงเข้าสู้ พวกเขาเหนือกว่าญี่ปุ่นในทุกๆ ด้าน และที่สำคัญที่สุดคือ นักกีฬาไทยเล่นวอลเลย์บอลด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุขในสนาม
ท่ามกลางเสียงเชียร์ในสนามที่ส่งพลังให้ทีมชาติไทย คนที่ยังคงแสดงความมุ่งมั่นสู้จนถึงวินาทีสุดท้ายคืออิชิกาวะ ไม่ว่าทอสจะมาแบบไหน เธอพร้อมจะกระโดดขึ้นตบจากทั้งแถวหน้าและแถวหลัง รวมถึงเสิร์ฟทำลายเกมรับของไทย ในเซตที่ 3 ที่ญี่ปุ่นตีไข่แตกได้ อิชิกาวะช่วยบล็อกลูกโจมตีของไทยที่หยุดไม่ได้ในสองเซตแรก และกู่ร้องออกมาด้วยความสะใจทุกครั้งที่ได้แต้ม
"แข่งมาหลายนัดแล้วแต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ทำได้ไม่ดีพอ พอมาทบทวนดูว่า 'ความเป็นตัวเราคืออะไร' ก็คิดได้ว่า ตัวฉันต้องเป็นคนที่นำทีมด้วยฟอร์มการเล่น ซึ่งที่ผ่านมามันขาดหายไป แมตช์นี้ฉันเลยทุ่มสุดตัว ใส่หมดทุกอย่างที่มี คิดแค่นั้นเลยค่ะ"
ทว่าในเซตที่ 4 แม้ญี่ปุ่นจะเป็นฝ่ายนำมาก่อน แต่ช่วงกลางเซตกลับโดนไทยพลิกแซงและปิดเกมไปได้ ทีมชาติญี่ปุ่นในปัจจุบันยังไม่มีศักยภาพพอที่จะดึงเกมกลับมาจากสถานการณ์เช่นนั้นได้
ภาพของนักตบสาวไทยที่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ตัดกับภาพของนักกีฬาญี่ปุ่นที่ยืนร้องไห้ก้มหน้าอยู่กลางสนาม นานามิ เซกิ ร้องไห้พร้อมกับพูดว่า "ความอ่อนแอของพวกเรามันแสดงออกมาหมดแล้ว" ขณะที่อิชิกาวะที่อยู่ข้างๆ กลับเอ่ยถึงความเจ็บปวดในอีกมุมหนึ่ง
กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ฉันได้รับความช่วยเหลือจากผู้คนมากมายจริงๆ แต่ในทัวร์นาเมนต์ที่เป็นเป้าหมายสูงสุดของปีนี้ เรากลับไปไม่ถึงผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ นั่นคือสิ่งที่ฉันรู้สึกเจ็บใจและเสียใจที่สุดค่ะ"
มายูเผย กดดันจนต้องขอความช่วยเหลือจากรุ่นพี่
มายูเผย กดดันจนต้องขอความช่วยเหลือจากรุ่นพี่
แม้จะคว้าอันดับ 3 ในศึกชิงแชมป์เอเชีย และยังไม่สามารถคว้าตั๋วไปโอลิมปิก 2028 ที่ลอสแอนเจลิสในรายการนี้ได้ แต่ก็ยังคว้าสิทธิ์เข้าร่วมศึกวอลเลย์บอลเวิลด์คัพ 2027 มาได้สำเร็จ หลังจบแมตช์ชิงอันดับ 3 มายุ อิชิกาวะ (26 ปี) กัปตันทีม ได้กล่าวว่า
"ดีใจที่เก็บชัยชนะได้ค่ะ แต่เหนือสิ่งอื่นใด นี่เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ทิ้งความรู้สึกเจ็บใจไว้กับตัวฉันอย่างมาก"
เมื่อวันที่ 31 ที่ผ่านมา ทัพนักกีฬาเดินทางกลับถึงญี่ปุ่น โดยมีแฟนๆ มารอต้อนรับที่สนามบินมากมาย แต่บรรดานักกีฬากลับไม่ค่อยมีรอยยิ้ม แม้แต่ ยูกิโกะ วาดะ (24 ปี) ที่คว้าตำแหน่งบีหลังยอดเยี่ยม (Best Opposite) จากรายการชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้ ก็ยังคงเดินทางกลับมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ขณะที่กัปตันทีมอย่างอิชิกาวะทำเพียงแค่ก้มหัวขอบคุณแฟนๆ เท่านั้น
หลังจากนั้น ในการแถลงข่าว อิชิกาวะได้กล่าวขอโทษต่อแฟนๆ ที่ส่งเสียงเชียร์ว่า "ฉันรู้สึกเสียใจจริงๆ ค่ะที่ไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังทุกคนได้" ถึงอย่างนั้นเธอยังคงระบุต่อว่า "พวกเรายังมีโอกาสที่จะคว้าตั๋วโอลิมปิกอยู่ ดังนั้นจึงอยากจะค่อยๆ เติบโตไปทีละก้าว แถมยังมีศึกเอเชียนเกมส์รออยู่ และฤดูกาลของทีมชาติญี่ปุ่นปีนี้ยังไม่จบ เราจะสู้ต่อไปจนถึงที่สุดค่ะ"
เมื่อถูกถามถึงสิ่งที่ยังขาดตกบกพร่องในฐานะกัปตันทีม เธอตอบว่า "ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และความเชื่อมโยงในจุดที่มองไม่เห็น มันยังขาดหายไปเล็กน้อยค่ะ เช่น การสื่อสารในสิ่งที่ควรจะสื่อสาร โดยส่วนตัวรู้สึกเลยว่าในฤดูกาลนี้ ตัวฉันเองยังทำได้ไม่ดีพอ"
ส่วนในด้านแทคติกและยุทธศาสตร์ของทีม เธอมองย้อนกลับไปว่า "ในนัดสำคัญหรือยามที่ต้องลงเล่นภายใต้ความกดดันเพื่อคว้าแชมป์ สภาพจิตใจจะส่งผลออกมาผ่านการเล่นชัดเจน จากการแข่งกับทีมชาติไทย ทำให้ฉันรู้สึกเลยว่าเรื่องของจิตใจมันเชื่อมโยงกับทักษะการเล่นจริงๆ"
ทางด้าน เฟอร์ฮัต อัคบาช (40 ปี) หัวหน้าผู้ฝึกสอน ได้กล่าวถึงศึกเอเชียนเกมส์ที่ญี่ปุ่นรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในรอบ 32 ปี ซึ่งจะมีทั้งทีมชาติไทย (แชมป์เอเชียและคว้าตั๋วโอลิมปิก 2028) รวมถึงจีน (รองแชมป์) เข้าร่วมแข่งด้วยว่า "คิดว่าจะมีการสับเปลี่ยนผู้เล่นคนสำคัญ เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬารุ่นใหม่ได้ลงแสดงฝีมือ และรู้สึกรับผิดชอบกับทัวร์นาเมนต์นี้ เนื่องจากเป็นการแข่งในบ้าน เป้าหมายของเราคือการคว้าเหรียญรางวัล และพัฒนาทีมเพื่ออนาคต"
อะไรคือปัญหาเรื่องความไม่เข้ากัน ไม่ใช่แค่ตัวอิชิกาวะคนเดียวที่กำลังค้นหาคำตอบ แต่ นานามิ เซกิ ตัวเซ็ตของทีมก็กำลังพยายามปรับตัวอย่างหนักเช่นกัน
เช่นเดียวกับอิชิกาวะที่ได้รับพลังใจจากเพื่อนร่วมทีม ทางด้าน เซกิ เองก็เผยว่าคำพูดของอิชิกาวะช่วยให้เธอหลุดพ้นจากความเครียดและ "ปลดล็อกตัวเอง" ได้เช่นกัน:
"เราคุยกันหลายครั้งค่ะ แต่แทนที่ฉันจะเป็นฝ่ายถามว่า 'เอาไงดี?' กลายเป็นมายูที่เป็นฝ่ายพูดออกมาอีกครั้งว่า 'ไม่ต้องใกล้เน็ตมาก ขอแค่จุดตบสูงๆ ที่เหลือเดี๋ยวฉันปรับเข้าหาบอลเอง' พอขอร้องมาแบบเรียบง่ายแบบนี้ มันทำให้ฉันผ่อนคลายขึ้นมาก ก่อนหน้านี้มัวแต่คิดว่าต้องเซ็ตบอลดีๆ ให้ได้ พอเซ็ตไม่ได้ก็เลยนอยด์ไปหมด แต่จริงๆ แล้ว ขอแค่ทอสแบบไหนก็ได้ที่ทำให้ทีมชนะก็พอแล้ว พอฉันลงสนาม หน้าที่ของฉันคือทำสิ่งที่ทำได้ให้ดีที่สุด พอคิดได้แบบนี้มันก็ปลดล็อกเลยค่ะ"
หลังจากที่ต่างคนต่างเคลียร์ความคิดในหัวได้สำเร็จ ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่พบกับไต้หวัน อิชิกาวะก็ทำไป 14 คะแนน พาทีมเอาชนะ 3-0 เซต ซึ่งทำให้ทุกคนเชื่อว่า จากนี้ระบบการเล่นและความแม่นยำของญี่ปุ่นคงจะดีขึ้นเรื่อยๆ แน่ๆ—
ทุกคนต่างเชื่อเช่นนั้น
โดนความสดใสและเกมบุกของไทยถล่มทลาย
ตรงข้ามกับญี่ปุ่นที่มุ่งเน้นเรื่องความแม่นยำเพื่อพิสูจน์ผลงาน ในรอบรองชนะเลิศ ทีมชาติไทย ได้นำแทคติกการเล่นที่เน้นทั้งความเร็วและความสูงเข้าสู้ พวกเขาเหนือกว่าญี่ปุ่นในทุกๆ ด้าน และที่สำคัญที่สุดคือ นักกีฬาไทยเล่นวอลเลย์บอลด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุขในสนาม
ท่ามกลางเสียงเชียร์ในสนามที่ส่งพลังให้ทีมชาติไทย คนที่ยังคงแสดงความมุ่งมั่นสู้จนถึงวินาทีสุดท้ายคืออิชิกาวะ ไม่ว่าทอสจะมาแบบไหน เธอพร้อมจะกระโดดขึ้นตบจากทั้งแถวหน้าและแถวหลัง รวมถึงเสิร์ฟทำลายเกมรับของไทย ในเซตที่ 3 ที่ญี่ปุ่นตีไข่แตกได้ อิชิกาวะช่วยบล็อกลูกโจมตีของไทยที่หยุดไม่ได้ในสองเซตแรก และกู่ร้องออกมาด้วยความสะใจทุกครั้งที่ได้แต้ม
"แข่งมาหลายนัดแล้วแต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ทำได้ไม่ดีพอ พอมาทบทวนดูว่า 'ความเป็นตัวเราคืออะไร' ก็คิดได้ว่า ตัวฉันต้องเป็นคนที่นำทีมด้วยฟอร์มการเล่น ซึ่งที่ผ่านมามันขาดหายไป แมตช์นี้ฉันเลยทุ่มสุดตัว ใส่หมดทุกอย่างที่มี คิดแค่นั้นเลยค่ะ"
ทว่าในเซตที่ 4 แม้ญี่ปุ่นจะเป็นฝ่ายนำมาก่อน แต่ช่วงกลางเซตกลับโดนไทยพลิกแซงและปิดเกมไปได้ ทีมชาติญี่ปุ่นในปัจจุบันยังไม่มีศักยภาพพอที่จะดึงเกมกลับมาจากสถานการณ์เช่นนั้นได้
ภาพของนักตบสาวไทยที่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ตัดกับภาพของนักกีฬาญี่ปุ่นที่ยืนร้องไห้ก้มหน้าอยู่กลางสนาม นานามิ เซกิ ร้องไห้พร้อมกับพูดว่า "ความอ่อนแอของพวกเรามันแสดงออกมาหมดแล้ว" ขณะที่อิชิกาวะที่อยู่ข้างๆ กลับเอ่ยถึงความเจ็บปวดในอีกมุมหนึ่ง
กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ฉันได้รับความช่วยเหลือจากผู้คนมากมายจริงๆ แต่ในทัวร์นาเมนต์ที่เป็นเป้าหมายสูงสุดของปีนี้ เรากลับไปไม่ถึงผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ นั่นคือสิ่งที่ฉันรู้สึกเจ็บใจและเสียใจที่สุดค่ะ"