
[ดาบสองคม] เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดภายใต้กฎหมายของไต้หวัน หลังมีชายคนหนึ่งฟ้องหย่าภรรยาฐานคบชู้ โดยได้หลักฐานจากกล้องหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่แอบบันทึกไว้ จนได้ค่าชดเชย 5 แสนบาท ทว่าฝั่งภรรยาก็ฟ้องกลับเรื่องความเป็นส่วนตัว จนฝั่งสามีต้องหักค่าชดเชยออก 30% แถมติดคุก 5 เดือน
มีรายงานเผยคดีฟ้องหย่าหนึ่งคดี ที่กำลังเป็นเคสตัวอย่างในไต้หวัน หลังมีคู่รักที่แต่งงานกันในปี 2021 พบเคยอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ก่อนภายหลังจะหาเวลาไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศเป็นครั้งคราว
จนในปี 2023 ฝั่งสามีพบแปรงสีฟันที่ถูกใช้งานแล้วในห้องน้ำ (ที่ไม่น่าใช่ของตนเอง) พอไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก็พบ “ชายอื่น” ขับรถมาส่งภรรยาถึงที่บ้าน จึงสันนิษฐานว่าอาจเป็นชู้รัก
เวลาผ่านไป 3 เดือน ฝั่งสามีจึงตัดสินใจหาหลักฐาน ด้วยการใช้ฟีเจอร์กล้องของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นหนึ่ง แอบบันทึกภาพภายในบ้าน จนได้พบภาพบาดตาเข้าให้จริง ๆ
โดยเห็นภรรยาเดินเปลือยกายไปรอบ ๆ บ้าน ในขณะที่ชายคนเดียวกันนั้น กำลังนั่งสบายใจอยู่บนโซฟา จึงทำการบันทึกเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด หวังใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องหลังจากนั้นเอง
แม้การนอกใจจะไม่ใช่ความผิดทางอาญาภายใต้กฎหมายของไต้หวัน แต่การละเมิดสิทธิในชีวิตสมรส ยังนำไปสู่การชดเชยทางการเงินได้ โดยฝั่งสามีเรียกร้องเงินชดเชยทางจิตใจจำนวน 2 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือราว ๆ 2 ล้านบาท จากทั้งภรรยาและชู้รัก
สุดท้ายทางศาลไต้หวันก็ตัดสินชนะคดี ซึ่งได้รับเงินชดเชยที่ 500,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 5 แสนบาท ทว่าฝั่งภรรยาก็ฟ้องกลับเหมือนกัน แต่ใช้ข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัว
“เซนเซอร์และแสงไฟบนตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นนั้น ไม่เพียงพอที่จะเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอกำลังถูกบันทึกภาพอยู่”
ฝั่งภรรยามองว่าสามีตนเอง แอบบันทึกถ่ายภาพส่วนตัวและภาพเปลือยโดยไม่ได้รับความยินยอม จึงมีอีกคำตัดสิน คราวนี้ฝั่งสามีต้องจ่ายเงินชดเชยเช่นกัน โดยหักออกจากที่ได้ก่อนหน้าไป 30% หรือประมาณ 150,000 บาท
ทว่ายังไม่จบแค่นั้น ฝั่งสามีถูกศาลสั่งจำคุก 5 เดือนด้วย สรุปถือเป็นความพ่ายแพ้ยับเยิน เพราะต้องติดคุกและมีประวัติอาชญากรรมติดตัว แม้จะได้รับเงินชดเชยก็ตาม
จุดน่าสนใจคือ ฝั่งสามีได้แย้งว่าศาลได้ยอมรับภาพวิดีโอดังกล่าวเป็นหลักฐานแล้ว จึงไม่ควรเป็นเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ทว่าทางศาลยังมองว่า “เป็นหลักฐานที่ได้มาด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย” ต่างกรรมต่างวาระแท้ ๆ ….
##############
เพื่อน ๆ คิดอย่างไรกับกรณีนี้กันบ้างครับ ถ้าเป็นเพื่อน ๆ จะทำอย่างไร มีวิธีไหนในการรวบรวมหลักฐานโดยไม่ผิดกฎหมายไหม หรือจะยอมปล่อยผ่านทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นจนกว่าจะจับได้คาหนังคาเขา หรือก็จะใช้วิธีนี้แหละ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องให้ภรรยาชดใช้ให้ได้ถึงแม้ตัวเองจะต้องถูกจำคุกก็ตาม

อ้างอิง
https://www.techhub.in.th/the-case-takes-a-twist-using-a-robotic-vacuum-cleaner-to-secretly-film-someone-leads-to-a-lawsuit-for-privacy-violation/
คดีอิหวังวะ😵💫 เมื่อสามีชาวไต้หวันใช้หลักฐานจาก🤖กล้องหุ่นยนต์ดูดฝุ่นฟ้องหย่าภรรยาแต่ถูกฟ้องกลับ🧑⚖️จนติดคุก5เดือน😱
[ดาบสองคม] เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดภายใต้กฎหมายของไต้หวัน หลังมีชายคนหนึ่งฟ้องหย่าภรรยาฐานคบชู้ โดยได้หลักฐานจากกล้องหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่แอบบันทึกไว้ จนได้ค่าชดเชย 5 แสนบาท ทว่าฝั่งภรรยาก็ฟ้องกลับเรื่องความเป็นส่วนตัว จนฝั่งสามีต้องหักค่าชดเชยออก 30% แถมติดคุก 5 เดือน
มีรายงานเผยคดีฟ้องหย่าหนึ่งคดี ที่กำลังเป็นเคสตัวอย่างในไต้หวัน หลังมีคู่รักที่แต่งงานกันในปี 2021 พบเคยอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ก่อนภายหลังจะหาเวลาไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศเป็นครั้งคราว
จนในปี 2023 ฝั่งสามีพบแปรงสีฟันที่ถูกใช้งานแล้วในห้องน้ำ (ที่ไม่น่าใช่ของตนเอง) พอไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก็พบ “ชายอื่น” ขับรถมาส่งภรรยาถึงที่บ้าน จึงสันนิษฐานว่าอาจเป็นชู้รัก
เวลาผ่านไป 3 เดือน ฝั่งสามีจึงตัดสินใจหาหลักฐาน ด้วยการใช้ฟีเจอร์กล้องของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นหนึ่ง แอบบันทึกภาพภายในบ้าน จนได้พบภาพบาดตาเข้าให้จริง ๆ
โดยเห็นภรรยาเดินเปลือยกายไปรอบ ๆ บ้าน ในขณะที่ชายคนเดียวกันนั้น กำลังนั่งสบายใจอยู่บนโซฟา จึงทำการบันทึกเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด หวังใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องหลังจากนั้นเอง
แม้การนอกใจจะไม่ใช่ความผิดทางอาญาภายใต้กฎหมายของไต้หวัน แต่การละเมิดสิทธิในชีวิตสมรส ยังนำไปสู่การชดเชยทางการเงินได้ โดยฝั่งสามีเรียกร้องเงินชดเชยทางจิตใจจำนวน 2 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือราว ๆ 2 ล้านบาท จากทั้งภรรยาและชู้รัก
สุดท้ายทางศาลไต้หวันก็ตัดสินชนะคดี ซึ่งได้รับเงินชดเชยที่ 500,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 5 แสนบาท ทว่าฝั่งภรรยาก็ฟ้องกลับเหมือนกัน แต่ใช้ข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัว
“เซนเซอร์และแสงไฟบนตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นนั้น ไม่เพียงพอที่จะเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอกำลังถูกบันทึกภาพอยู่”
ฝั่งภรรยามองว่าสามีตนเอง แอบบันทึกถ่ายภาพส่วนตัวและภาพเปลือยโดยไม่ได้รับความยินยอม จึงมีอีกคำตัดสิน คราวนี้ฝั่งสามีต้องจ่ายเงินชดเชยเช่นกัน โดยหักออกจากที่ได้ก่อนหน้าไป 30% หรือประมาณ 150,000 บาท
ทว่ายังไม่จบแค่นั้น ฝั่งสามีถูกศาลสั่งจำคุก 5 เดือนด้วย สรุปถือเป็นความพ่ายแพ้ยับเยิน เพราะต้องติดคุกและมีประวัติอาชญากรรมติดตัว แม้จะได้รับเงินชดเชยก็ตาม
จุดน่าสนใจคือ ฝั่งสามีได้แย้งว่าศาลได้ยอมรับภาพวิดีโอดังกล่าวเป็นหลักฐานแล้ว จึงไม่ควรเป็นเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ทว่าทางศาลยังมองว่า “เป็นหลักฐานที่ได้มาด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย” ต่างกรรมต่างวาระแท้ ๆ ….
##############
เพื่อน ๆ คิดอย่างไรกับกรณีนี้กันบ้างครับ ถ้าเป็นเพื่อน ๆ จะทำอย่างไร มีวิธีไหนในการรวบรวมหลักฐานโดยไม่ผิดกฎหมายไหม หรือจะยอมปล่อยผ่านทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นจนกว่าจะจับได้คาหนังคาเขา หรือก็จะใช้วิธีนี้แหละ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องให้ภรรยาชดใช้ให้ได้ถึงแม้ตัวเองจะต้องถูกจำคุกก็ตาม
อ้างอิง
https://www.techhub.in.th/the-case-takes-a-twist-using-a-robotic-vacuum-cleaner-to-secretly-film-someone-leads-to-a-lawsuit-for-privacy-violation/