ปัญหาชีวิตคู่หลังคลอด

สวัสดีค่ะ เราอยากจะมาแชร์เรื่องราวและขอคำปรึกษา เคยถามคนในครอบครัวเราแล้วค่ะ เขาบอกแล้วแต่เรา ก่อนเราขอแจ้งก่อนนะคะว่าเราแต่งงานแล้ว และจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งลูกเราคลอดได้ประมาณสองเดือนครึ่ง ระหว่างที่เขาเลี้ยงลูกอยู่บ้าน บ้านมีแม่เรา น้องสาวเรา และน้องชายคนสุดท้อง ห่างกับลูกสาวเราเพียง 9 เดือนเท่านั้น ซึ้งการมีเด็กสองคนในบ้านเป็นอะไรที่เหนื่อยมากๆ กลางวันน้องสาวเรากับสามีเราไปทำงานค่ะ จะเหลือแค่เรากับแม่ต่างคนต่างเลี้ยงลูก และช่วยเหลือกัน เข้าประเด็นเลยนะคะ สามีเรากลับบ้านมากินเหล้าเมาทุกวัน แต่ที่เขากินเขาบอกเขาทำงานกลับมาเหนื่อยๆ อยากแค่ กินข้าว อาบน้ำ แล้วก็นอน เขาให้เหตุผลว่าแม่เราชอบใช้ อันนี้เรายอมรับค่ะ หลักๆจะมี ทิ้งขยะ ทิ้งเศษอาหาร ล้างจานบ้างบางที แต่เรื่องล้างจานบ้านเราส่วนมากกินเสร็จก็ล้างค่ะ และมีขุดดิน ดินที่ขุดเพราะบ้านเราเป็นพื้นที่บนดอย ดินบ้านข้างบนชอบไหลมา ถ้าไม่ขุด น้ำก็ไม่มีที่ลงไปข้างล่าง เข้าเรื่องเลยนะคะ ที่เราบอกสามีเรากินเหล้าเมาทุกวันเพราะเขาบอกเราตรงๆว่าเขาเหนื่อย เขาไม่อยากทำพวกนี้ และบางทีเราเองก็ผิดที่ชอบบ่นเขา ด่าเขาทุกวัน แถมบางครั้งเราก็ทำร้ายร่างกายเขา จนมาล่าสุด วันเกิดเรา เขาเมากลับมา 4 ทุ่ม เขาให้เหตุผลว่า คิดว่าเราเลี้ยงลูกอยู่บ้านไม่ไปไหนเลยไม่ได้รีบกลับมา และเราไม่ได้บอกด้วยจะไปไหน วันนั้น เราเสียใจมาก วันเกิดเราแค่ปีละครั้งเอง พอหลังวันเกิดเรา ไม่กี่วัน เราก็ทะเลาะหนักขึ้นเรื่อยๆ จนเขาบอกเขาจะไปจากเราขอเงิน 3 หมื่น ซึ่งเราไม่มีค่ะ เรามีแค่ 2 หมื่น เราเลยบอกเขาเดี๋ยวจะไปขอแม่แม่ให้ถ้าจะไปจริงๆ พอเราไปถามแม่ แม่บอกทำไมขอเยอะขนาดนั้น ทั้งที่รู้ว่าเราไม่มี และเรามีลูกน้อยต้องเลี้ยง แม่เราบอกผู้ชายที่เขารักเรากับลูกเขาจะไปตัวเปล่า ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะคะว่าเขาทำงานมาให้เราทุกบาททุกสตางค์ แต่เงินจำนวนนี้เราไม่มีให้ค่ะ เลยเลยต้องถามแม่ แต่เราสองคนมีรถต้องผ่อน 1 คัน จำนวน 9224 เหลือ 85 งวด ซึ่งถ้าเลิกกัน เงินจำนวนนี้แถมเลี้ยงลูก ส่งไม่ไหวหรอกค่ะคนเดียว ซึ่งตอนนี้เขาขนเสื้อผ้าออกไปแล้ว บอกก่อนว่าเราเป็นสายเต้านะคะ ให้ลูกกินนมจากเต้าตอนนี้ 100% และเราอยู่ในช่วงลาคลอด กลับไปทำงานตอนเดือนตุลา ตอนนี้กำลังฝึกน้องกินขวดค่ะ สามีเราบอกจะไม่กลับมาอยู่บ้านเด็ดขาด แม่เราก็บอก ถ้าเราออกไปให้เอาลูกไปด้วย จะไม่เลี้ยงให้ ซึ่งเราลำบากใจมากๆค่ะ

1.เรายังอยู่บ้าน และแม่เลี้ยงลูกให้เรา ที่เราอยากให้แม่เลี้ยงให้เพราะเรามั่นใจว่าแม่เลี้ยงลูกให้เราด้วยความรักแน่ๆค่ะ แต่สามีนั้นจะไม่กลับมา ประมาณว่าเลิกนั้นแหละค่ะความหมายเขา รถเราคงส่งไม่ไหว และทำใจไม่ได้ถ้าต้องเห็นรถคันนี้ไปให้อีกฝ่ายผ่อน เพราะมันจะเป็นภาระเขา ซึ่งเราไม่อยากให้เขามีภาระอะไรมากกว่าลูก ถ้าเขาไม่กลับมาก็อยากให้จบด้วยดี เราก็ทำใจมาแล้วค่ะ แต่มันยากมากๆ เพราะเราอยู่ด้วยกันมา 6 ปี

2.สามีบอกให้เราไปอยู่ห้องเช่า และเอาลูกมาด้วย จะไปฝากเลี้ยงที่โรงเรียนเด็กอ่อน บอกก่อนนะคะว่าสามรเข้างานประมาณตีห้ากว่าๆ และเราถ้าทำงานเข้า 6 โมง หรือ 7 โมง คือแทบไม่มีเวลาตอนเช้าในการไปฝากเลยค่ะ เขาบอกจะเอาลูกไปไว้ที่โรงงานก่อนให้คนโรงงานงานช่วยดู 8 โมงเขาจะกลับมาอีกรอบเอาลูกไปฝาก ซึ่งเราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เพราะเขาไปฝากใคร ไปฝากคนแถวนั้น และคนแถวนั้นเขาก็ต้องทำงาน และมันไม่ใช่ภาระเขาที่ต้องมาดูลูกให้เราทุกวันค่ะ หนูไม่สามารถผลักภาระไปให้คนอื่นได้จริงๆ

3.คือไปฝากแม่เขาเลี้ยงบนดอย ซึ่งขับรถประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง ทางเลือกนี้มันเหมือนจะดีใช่ไหมคะ แต่ไม่เลยค่ะ ในใจเรายังอยากให้คนเลี้ยงเป้นแม่เรา เพราะเราคิดว่าแม่เราจะเลี้ยงด้วยความรัก และความไม่หัวโบราณค่ะ แม่เราอายุ 38 ค่ะ

มาถึงตรงนี้เราบอกสามีแล้วค่ะ ว่าเราไม่อยากตัดสินใจในเรื่องของเรา ให้เขาตัดสินใจเลยค่ะ เพราะทุกการตัดสินใจลูกนั้นมีผลกระทบ100% อยู่แล้ว แต่เรายืนยันว่าอยากให้แม่เราเลี้ยงค่ะ และเงื่อนไขของแม่คือข้อเดียวคือเราต้องอยู่บ้าน ซึ่งเราไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะ เรารู้ผลอยู่แล้วค่ะ ว่ายังไงเขาก็ไม่กลับมาถ้าเรายังอยู่บ้าน ซึ่งหมายความว่า เขาจะไปนั้นเองค่ะ แต่เราบอกเขาตัดสินใจเลย ว่าความสัมพันธ์ของเราจะยังไงต่อ เพราะยังไงเราก็เลือกจะให้แม่เราเลี้ยงค่ะ ถ้าปรับไม่ได้หนูก็ทำใจไว้แล้วค่ะ แต่ลึกๆหนูรักเขามาก หนูรักเขามากจน กินข้าวไปร้องไห้ไป เห็นของหลายๆอย่างร่วมกันน้ำตาก็ไหลเอง ร้องไห้จนตาปูดหมดแล้วค่ะ ถึงจะซ้ำใจและร้องไห้จนตาปูด ไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะ หนูก็ยังทำหน้าที่แม่ในการเลี้ยงลูกอยู่เหมือนเดิม ทั้งที่หนูไม่อยากทำอะไรแล้ว แต่พอมองหน้าลูกหนูก็ทำไม่ได้ค่ะ

สุดท้ายนี้ ความสัมพันธ์นี้ควรปรับหรือไปต่อยังไงดีคะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่